Articles

Toxic Shock Syndrome

By noppol
11

Toxic Shock Syndrome

เมื่อไม่นานมานี้คงพอได้ยินข่าวเรื่องลอเรน แวซเเซอร์ นางแบบสาวชาวอเมริกันต้องตัดขาเพราะติดเชื้อจากผ้าอนามัยแบบสอด อดคิดและสงสัยไม่ได้ว่าแค่เพราะผ้าอนามัยจะส่งผลให้เกิดผลเสียต่อร่างกายจนต้องตัดขาเลยหรือ? พอมาลองนึกดูก็พบว่าอวัยวะเพศหญิงเรานี่บอบบางและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายมาก

นางแบบคนนี้สูญเสียขาข้างหนึ่งหลังจากเธอใช้ผ้าอนามัยแบบสอดและติดเชื้อจากสารพิษของแบคทีเรียจนเกิดอาการท็อกซิกช็อก (Toxic shock syndrome) อาการของเธอเกิดขึ้นรวดเร็วเนื่องจากแบคทีเรียได้สร้างสารพิษทำลายระบบต่างๆของร่างกาย ทำให้ระบบการทำงานอย่างน้อย 3 ระบบเกิดการล้มเหลว และทำให้กล้ามเนื้อตายในที่สุด จึงส่งผลให้ต้องตัดขาด้านขวาทิ้งตั้งแต่หัวเข่าลงไป อีกทั้งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเท้าซ้ายของเธอ

มาว่ากันต่อเรื่องความรุนแรงของแบคทีเรียชนิดนี้ซึ่งติดเชื้อโดยเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว อาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับ โจแอนนา คุณแม่ลูกสามเช่นกัน เธอมีอาการชักและไม่สามารถหายใจได้ เป็นไข้ มือบวม และผิวหนังหลุดลอกโดยไม่ทราบสาเหตุ หมอได้วินิจฉัยและจัดให้เธออยู่ในกลุ่มอาการท็อกซิกช็อก เช่นเดียวกับลอเรน โดยอาการดังกล่าวเป็นภาวะการเกิดการช็อคอย่างเฉียบพลัน เป็นอีกตัวอย่างจากพิษของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึมเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ระบบภายในร่างกายล้มเหลว และติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง เสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างมาก เธอสูญเสียความทรงจำหลังฟื้นจากโคม่าเป็นเวลาถึง 8 วัน และสาเหตุของอาการดังกล่าวนี้ เกิดจากผ้าอนามัยแบบสอด เช่นกัน

ผ้าอนามัยแบบสอดที่อยู่ในร่างกายนานเกินไป ส่งผลให้แบคทีเรียเติบโตและเข้าสู่ร่างกาย รู้หรือไม่ว่า ผ้าอนามัยแบบสอด ไม่ควรทิ้งไว้ในร่างกายเกิน 4-6 ชั่วโมง เพราะอาจเสียงต่อการติดเชื้อได้ และทางที่ดี ให้เลือกแบบที่ซึมซับได้น้อยๆ เพื่อที่จะกระตุ้นให้เรารู้สึกต้องเปลี่ยนให้บ่อยขึ้น เพราะยิ่งทิ้งไว้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้นเท่านั้น

มีบทความเกี่ยวกับ แทมปอน หรือ ผ้าอนามัยแบบสอด เคยพูดถึงความเสี่ยงของการใช้ในสมัยก่อน สำหรับความกลัวแทมปอนมาจากอดีตอันไกลโพ้น คือเมื่อปี ค.ศ. 1980 หรือยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นมีการผลิตแทมปอนแบบพลังดูดซับสูงออกมาใหม่ๆแล้วมีหญิงสาวๆใช้แล้วมีไข้สูงทันทีทันใดเป็นจำนวนหลายร้อยคน และมีหลายสิบคนเสียชีวิต การสอบสวนโรคพบว่าการป่วยนั้นเกิดจากพิษของเชื้อบักเตรีชื่อสะแตฟฟิโลคอคคัส และเรียกชื่อโรคนั้นว่า toxic shock syndrome และพบว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นในช่องคลอดขณะใส่แทมปอนที่มีพลังดูดซับสูงและใส่ไว้นานเกิน 12 ชั่วโมงขึ้นไป บริษัทผู้ผลิตแทมปอนได้ถอนสินค้าออกไปจากตลาด เปลี่ยนวัสดุ ลดพลังดูดซับ และสอนผู้ใช้ให้รู้จักใช้อย่างถูกวิธี อุบัติการณ์ของ toxic shock syndrome ในหญิงมีประจำเดือนก็ลดลงจนเหลือต่ำกว่าหนึ่งต่อแสนในอเมริกาในปัจจุบัน (ข้อมูลเรื่อง ผ้าอนามัย จาก http://visitdrsant.blogspot.com)

พูดแล้วฉันเองก็หันไปถามเพื่อนร่วมงานทันที ว่ามักใช้ผ้าอนามัยแบบไหนกัน? ส่วนใหญ่สังคมไทยจะใช้แบบแผ่น และแน่นอนเมื่อผิวสัมผัสกับอวัยวะเพศเราโดยตรง ทุกคนมักจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เปลี่ยนผ้าอนามัยวันละหลายรอบ แต่การไม่เปลี่ยนเลยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ฉันว่ายังมีอีกหลายคนที่มักละเลยการรักษาสุขภาพอนามัยของน้องหนู และขี้เกียจเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ฉันเองก็ยอมรับว่ามีบ้างที่ขี้เกียจ แต่เมื่อได้ฟังข่าวในปัจจุบันที่แบคทีเรีย ไวรัส และอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้บ่อย และเกิดได้ง่ายจากชีวิตประจำวันของเรา ฉันก็ยิ่งกลัว ยิ่งสังคมเราเปลี่ยนไปเป็นแบบตะวันตกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องระวังมากยิ่งขึ้น จริงๆจำนวนผู้ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดและแบบธรรมดาก็เป็นเรื่องน่าศึกษาต่อในสังคมไทย ฝากไว้ให้ผู้อ่านได้ศึกษาต่อ

ไม่แน่วันหนึ่ง เมื่อมีผู้ป่วยจากสาเหตุดังกล่าวเพิ่มมากยิ่งขึ้น อนามัยผ้าอนามัยยี่ห้อต่างๆอาจเปลี่ยนแคมเปญ เป็น “บางเบาไม่ซึมเปื้อน ขยับเขยื้อนออกกำลังกาย” เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงเราหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยและรักษาสุขภาพอนามัยหนูน้อยมากยิ่งขึ้น เพราะหากเกิดการติดเชื้อแล้ว เรื่องหยุมหยิมก็ยิ่งใหญ่ได้จนน่ากลัว

ม้าป่า