Articles

ซีโรโทนิน (serotonin)

By noppol
8

ซีโรโทนิน (serotonin)

มีชื่อทางเคมีว่า 5-hydroxytryptamine หรือที่ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า 5HT ซีโรโทนินเป็นสารที่ได้รับการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางมากที่สุดชนิดหนึ่งในปัจจุบัน สารซีโรโทนินเกิดจากขบวนการทางเคมีของกรดอะมิโนที่ชื่อ tryptophan ในร่างกายมนุษย์พบซีโรโทนินมากที่สุดในเซลของเยื่อบุทางเดินอาหารโดยพบมากถึงร้อยละ 90 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละสิบพบในเซลประสาทและเกล็ดเลือด ดังนั้นซีโรโทนินจึงมีทั้งส่วนที่อยู่ในเซลและส่วนที่อยู่ในเลือดการออกฤทธิ์ของซีโรโทนินต้องมีตัวรับที่จำเพาะเจาะจง เรียกว่า serotonin receptor ซึ่งมีหลายชนิดจากการศึกษาวิจัยทางห้องปฏิบัติการในปัจจุบันค้นพบ serotonin receptor แล้วอย่างน้อย 7 ชนิด

ได้แก่ 5HT1, 5HT2, 5HT3, 5HT4, 5HT5, 5HT6, 5HT7 และในบางชนิดยังแบ่งย่อยลงไปอีก เช่น5HT1A, 5HT1B, 5HT1D, 5HT1E, 5HT1F, 5HT2A, 5HT2B, 5HT2C, 5HT5a, 5HT5b เป็นต้น

ในแง่ของซีโรโทนินที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของลำไส้ พบว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างซีโรโทนินโดยเซลชนิด enterochromaffin cell ซึ่งเป็นเซลชนิดพิเศษอยู่ที่เยื่อบุผนังลำไส้ โดยทันทีที่เกิดการกระตุ้นเยื่อบุผนังลำไส้ไม่ว่าจะเป็นจากสาเหตุใดก็ตาม เซลเยื่อบุผนังลำไส้ดังกล่าวจะหลั่งสารซีโรโทนินออกมาทันที ทำให้เกิดการบีบตัวของลำไส้อย่างต่อเนื่องและเป็นการบีบตัวที่มีประสิทธิภาพ จากการศึกษาวิเคราะห์ทางเคมีเป็นเวลาเกือบสามปีพบว่ามีตัวรับซีโรโทนินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้สองชนิดคือ serotonin-3 receptor และserotonin-4 receptor เมื่อทำการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าตัวรับทั้งสองชนิดสามารถตรวจพบได้ในปริมาณสูงที่บริเวณกลุ่มของเซลประสาทรับรู้ที่เยื่อบุลำไส้ และพบว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เกิดโรคลำไส้แปรปรวน (irritible bowel syndrome; IBS)ต่อมาจึงได้มีการพัฒนายาที่ออกฤทธิ์ต้าน serotonin-3 receptor ได้แก่ alosetron (Lotronex),granisetron (Kytril), ondansetron (Zofran), dolasetron (Anzemet) และยาที่กระตุ้นการทำงานของ serotonin-4 receptor ได้แก่ tegaserod (Zelnorm) โดยหวังผลทางเภสัชวิทยาที่สำคัญสามประการ หนึ่ง-กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ สอง-เพิ่มการหลั่งสารน้ำของเยื่อบุลำไส้ สาม-ลดความไวของประสาทรับรู้ที่เยื่อบุลำไส้ ผลที่เกิดขึ้นคือช่วยระงับอาการของโรคลำไส้แปรปรวนไม่ว่าจะเป็นอาการปวดท้อง ท้องผูกสลับกับท้องเสียได้เป็นอย่างดีทั้งในร่างกายมนุษย์และในสัตว์ทดลองนับเป็นพัฒนาการในการรักษาโรคนี้ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งalosetron (Lotronex) เป็นยาต้าน serotonin-3 receptors ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว และพบว่าเป็นยาที่ได้ผลดีมาก แต่ต่อมาไม่นานนักทางองค์การอาหารและยาสหรัฐอมริกาสั่งระงับการจำหน่ายชั่วคราวเนื่องจากพบว่าเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายคือภาวะลำไส้ขาดเลือด โดยพบได้ประมาณหนึ่งในเจ็ดพันราย ปัจจุบันยา alosetron(Lotronex) กลับมาได้รับการอนุมัติให้นำกลับมาจำหน่ายได้อีกครั้งหนึ่งจากการเรียกย้องของคนไข้จำนวนมาก โดยอนุญาตให้ใช้ในกรณีผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนที่มีอาการท้องเสียเด่น โดยที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยาชนิดอื่นๆ แพทย์อาจพิจารณาเลือกใช้ยานี้และต้องแจ้งให้ผู้ป่วยรับทราบความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาดังกล่าวพร้อมทั้งเซ็นเอกสารยินยอมกำกับไว้เสมอ ส่วนtegaserod (Zelnorm) ใช้ในผู้ป่วยหญิงที่มีอาการท้องผูกเด่นในรายที่อาการของโรครุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่นกัน

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์