Articles

ทำไมไซนัสจึงอักเสบ

By noppol
5

ทำไมไซนัสจึงอักเสบ

ไซนัส (sinus) หมายถึงโพรงอากาศที่อยู่รอบๆ โพรงจมูกทั้งซ้ายและขวาโดยปกติคนเรามีโพรงไซนัสทั้งหมด 4 แห่ง คือ บริเวณระหว่างตาทั้งสองข้างบริเวณแก้ม บริเวณหน้าผาก และบริเวณในสุดของรูจมูก และที่ใต้ฐานกะโหลกโพรงอากาศนี้เป็นที่โล่งๆ ในกะโหลกศีรษะแต่ละโพรงอากาศจะมีรูระบายอากาศตามธรรมชาติโพรงละหนึ่งรูซึ่งจะระบายเข้าสู่โพรงจมูก

ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ

  •  ประการแรก ช่วยทำให้กะโหลกศีรษะมีน้ำหนักเบา เนื่องจากส่วนที่เป็นอากาศย่อมเบากว่าส่วนที่เป็นกระดูกซึ่งเป็นของแข็ง
  • ประการที่สอง ช่วยให้เกิดความก้องกังวานของเสียง และประการที่สาม เชื่อว่าอากาศในโพรงไซนัสช่วยปรับอุณหภูมิและความชื้นให้กับลมหายใจก่อนเข้าสู่ปอด

โดยปกติโพรงอากาศไซนัสจะมีรูเปิด ซึ่งมีขนาดเล็กและบางครั้งอยู่สูงกว่าโพรงไซนัสช่วยให้อากาศภายในโพรงไซนัสสามารถไหลเวียนถ่ายเทได้เปรียบเสมือนน้ำในลำคลองที่มีการไหลเวียน น้ำก็จะไม่เน่าเสียเมื่อใดก็ตามที่มีการอุดตันรูเปิดที่อาจเกิดจากการบวมของเยื่อบุจากหวัดหรือภูมิแพ้ ทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำมูกภายในโพรงจมูกซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคทำให้เกิดการอักเสบขึ้น อากาศภายในไม่สามารถไหลเวียนถ่ายเทได้เกิดการเน่าเสียเป็นหนองในโพรงไซนัส

สาเหตุ

1. เกิดตามหลังอาการไข้หวัด เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดโดยเฉพาะในรายที่เป็นหวัดแล้วไม่พักผ่อนอย่างเพียงพอ การดำน้ำลึกหรือกระโดดน้ำ อาจทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการไซนัสอักเสบอยู่เดิมเกิดกำเริบได้

2. เป็นโรคภูมิแพ้

3. โรคริดสีดวงจมูก หรือเนื้องอกในโพรงจมูก

4. ฟันกรามแถวบนอักเสบ

5. มีสิ่งแปลกปลอมเข้ารูจมูก อาทิ ลูกปัด เม็ดถั่วเขียว พบมากในเด็ก

6. ประสบอุบัติเหตุกระดูกใบหน้าแตกร้าว ต่อมอะดินอยต์มีขนาดโตและติดเชื้อ

7. ผนังจมูกคด

โรคไซนัสอักเสบในเด็ก

ในเด็กจะพบภาวะไซนัสอักเสบได้บ่อยมาก ประมาณร้อยละ 30 หรือหนึ่งในสามของเด็กจะเคยมีอาการไซนัสอักเสบโดยทั่วไปไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งควรจะหายภายใน 7-10 วันแต่ถ้าเด็กยังมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เสมหะเขียวอยู่จะถือว่าเกิดภาวะไซนัสอักเสบเฉียบพลันขึ้นโดยส่วนใหญ่อาการของไซนัสอักเสบจะดีขึ้นหลังได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะภายในเวลาไม่เกิน 3 อาทิตย์ แต่ถ้าเด็กมีอาการอักเสบยาวนานมากกว่า 3 อาทิตย์และยังไม่มีอาการดีขึ้นหลังการรักษาจะถือว่าเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังซึ่งทำการรักษายากลำบากกว่าไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง

โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังจะมีสาเหตุจากภาวะหวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้ ผนังกั้นจมูกคดมีริดสีดวงจมูกหรือก้อนเนื้องอกในจมูก ตลอดจนสิ่งแปลกปลอมในช่องจมูกซึ่งภาวะเหล่านี้ทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำมูกและอุดตันรูเปิดของไซนัสจึงทำให้เกิดไซนัสอักเสบเรื้อรังขึ้นนอกจากนี้ผู้ป่วยบางคนมีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องก็เป็นสาเหตุอีกอันหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้ามไป

อาการ

1. คัดจมูก น้ำมูกข้นเขียวหรือเหลือง

2. หายใจมีกลิ่นเหม็น บางครั้งการรับรู้กลิ่นจะสูญเสียไป

3. ปวดศีรษะปวดขมับ ปวดแก้ม ปวดท้ายทอย หนักหัว ปวดบริเวณรอบๆ จมูก หรือหัวคิ้วหน้าผากในเด็กบางคนอาจจะบ่นว่ามีอาการปวดศีรษะโดยเฉพาะเวลาเช้า

4. เสมหะข้นไหลลงคอ ไอบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน

5. เลือดออกทางจมูก (พบในบางราย)

6. รายที่เป็นรุนแรงอาจมีไข้สูง ตาบวมอักเสบได้ เป็นต้น

อาการปวดไซนัส

อาการปวดไซนัสจะเป็นมากขึ้นเวลาเช้าหลังตื่นนอน ทั้งนี้เนื่องจากเวลานอนหลับจะเกิดการคั่งค้างของหนองภายในโพรงไซนัสประกอบกับมีการคั่งของหลอดเลือดจากภาวะการนอนทำให้การถ่ายเทของอากาศภายในโพรงไซนัสไม่ดีจะเกิดการสะสมของของเหลวเป็นจำนวนมาก ภายใต้แรงกดดันภายในโพรงไซนัสจึงทำให้เกิดการปวดขึ้น

การวินิจฉัย

การตรวจหู, โพรงจมูก, ไซนัส, โพรงหลังจมูก, คอหอย และกล่องเสียง ถือเป็นขั้นตอนการตรวจที่สำคัญสำหรับการวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังทางหู คอ จมูกและไซนัส แต่เดิมการตรวจอวัยวะต่างๆดังกล่าวจะใช้เครื่องมือตรวจหู, เครื่องมือถ่างรูจมูก, ไม้กดลิ้นและกระจกร่วมกับการใช้แสงสว่างโดยใช้แหล่งกำเนิดแสงซึ่งจะตรวจได้ข้อมูลเกี่ยวกับพยาธิสภาพของหู คอ จมูกและไซนัสได้ในระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถตรวจอวัยวะต่างๆดังกล่าวได้ละเอียดในผู้ป่วยทุกราย เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านกายวิภาคหรือผู้ป่วยบางรายไม่ร่วมมือในการตรวจนอกจากนั้นไม่สามารถตรวจบริเวณโพรงจมูกตอนกลางโดยเฉพาะรูเปิดของไซนัสได้อย่างละเอียด

การส่องกล้องตรวจหู คอ จมูกและไซนัส มีข้อดี คือ สามารถให้การวินิจฉัยโรคหู คอ จมูกโพรงหลังจมูกและไซนัสเป็นไปได้อย่างถูกต้องและแม่นยำขึ้นสามารถตรวจพบพยาธิสภาพที่ซ่อนอยู่ซึ่งไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจร่างกายธรรมดา นอกเหนือจากการตรวจวินิจฉัยแล้วยังใช้ช่วยในการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาและเอาวัสดุสิ่งแปลกปลอมออกด้วย หลังจากการวินิจฉัยแล้ว การส่องกล้องจะช่วยตัดสินในการรักษาให้ถูกต้อง และเหมาะสมมากขึ้น ไม่ว่าจะรักษาด้วยการให้ยาหรือรักษาโดยการผ่าตัดหลังการรักษาอาจติดตามผลการรักษาด้วยการส่องกล้องตรวจว่าได้ผลดีมากน้อยเพียงใด

การรักษา

ไซนัสอักเสบบางชนิดรักษาให้หายขาดได้ บางชนิดอาจรักษาหายแต่โอกาสกลับมาเป็นใหม่มีสูง ทางที่ดีที่สุด คือผู้ป่วยต้องรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ควรปล่อยให้เรื้อรังโดยทั่วไปการรักษาทำได้หลายวิธี ได้แก่ การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะยาลดบวมของเยื่อจมูก เป็นต้น โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะอย่างน้อยประมาณ 14 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและชนิดของเชื้อกรณีอาการไม่ดีขึ้นแม้จะรักษาด้วยยาเต็มที่แล้วก็ตามรวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนยาหรือตรวจเพาะเชื้อจากหนองในไซนัสร่วมกับการผ่าตัดปัจจุบันการผ่าตัดไซนัสนิยมผ่าตัดผ่านทางจมูกโดยใช้กล้องส่องเพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดี และผู้ป่วยไม่มีบาดแผลจากการผ่าตัดบริเวณใบหน้า

นอกจากการรักษาที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ป่วยยังต้องได้รับการรักษาที่สาเหตุและประคับประคองไปด้วย เช่นถ้ามีภูมิแพ้หรือริดสีดวงจมูกร่วมด้วย อาจต้องใช้ยาพ่นจมูกหรือถ้ามีผนังกั้นช่องจมูกคดอาจต้องผ่าตัดแก้ไข เป็นต้น

ข้อแนะนำสำหรับการดูแลตนเอง

1. พักผ่อนเพียงพอ

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่หักโหม

3. หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำเมื่อมีอาการคล้ายหวัดกำเริบ

4. หลีกเลี่ยงภาวะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงฉับพลัน

5. ถ้ามีอาการมากขึ้น ควรรีบพบแพทย์ รับประทานยา และติดตามการรักษาสม่ำเสมอ

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
ผู้ประพันธ์