โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 15 ม.ค. 61 13,910 Views

ไวรัสโรตา (Rotavirus)

ไวรัสโรตา (Rotavirus)

ถ้าอยู่ๆ เจ้าตัวเล็กวัยน้อยกว่า 2 ขวบ มีอาการอาเจียน มีไข้ ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ เหมือนอาหารไม่ย่อย อุจจาระเป็นฟอง มีกลิ่นเปรี้ยวแล้วล่ะก็ สงสัยว่าเจ้าตัวเล็กจะโดนไวรัสโรต้าเล่นงานเข้าให้อยู่ได้ทุกที่หนีไม่พ้น

- โรต้าเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก ชอบแฝงตัวอยู่ตามสิ่งของ เช่นของเล่นเด็ก และอยู่ได้นานเป็นวัน

- ถึงดูแลเรื่องความสะอาดของน้ำ อาหาร และที่อยู่เป็นอย่างดี ก็ยังป้องกันลูกรัก จากไวรัสโรต้าได้ไม่เต็มที่

- หากนำสิ่งของ หรือ มือที่เปื้อนเชื้อเข้าปาก ลูกน้อยก็ติดไวรัสได้อย่างง่ายดาย

อาการรุนแรงกว่าที่คิด

- ทารกทุกๆ 1 ใน 2 คนที่ป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วง จะต้องนำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาล มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโรต้า

- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบแทบทุกคนต้องเคยติดเชื้อ ไวรัสโรต้าอย่างน้อย 1 ครั้ง

- ไวรัสตัวป่วนนี้ทำให้เด็กทั่วโลก ต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า 2 ล้านครั้งต่อปี

อายุน้อย ความเสี่ยงสูง

โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้านี้ จะพบได้มากสุดในช่วงอายุ 6-24 เดือนพบได้น้อยลงหลังอายุ 2 ปี จึงพบว่ายิ่งเด็กทารกที่มีอายุน้อยก็จะมีความสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัสโร ต้า การติดเชื้อมักเริ่ม เกิดในช่วงอายุตั้งแต่ 3 เดือนโรคนี้มักจะทำให้อาเจียนและถ่ายบ่อย และเมื่อเด็กถ่ายมากๆ จนขาด น้ำ ไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเอง หาน้ำมากินได้เหมือนเด็กโตหรือผู้ใหญ่

ไวรัสโรต้า (Rotavirus) คืออะไร ?

ไวรัสโรต้า เป็น เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงได้รุนแรงพอควรทีเดียว โดยเด็กที่ เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุน้อยกว่า 2 ปี และเจ้าเชื้อนี้จะออกมาในอุจจาระ คือถ้าเด็กที่มีเชื้อนี้ อยู่ในร่างกายถ่ายออกมาแล้วบ้านนั้นมีการกำจัด อุจจาระ ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้เชื้อแพร่กระจาย ไปติดเด็กคนอื่นๆ

เมื่อติดเชื้อไวรัสโรต้าแล้วจะมีอาการอย่างไร ?

หลังได้รับเชื้อ 1-2 วัน ทารก และเด็กเล็กจะอาเจียน มีไข้ และถ่ายเหลว อาการอาจเรื้อรังนาน 9 วัน – 3 สัปดาห์ การถ่ายเหลวเป็นเวลานานทำให้เด็กขาดน้ำ และเกลือแร่มาก จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล วึ่งบั่นทอนสุขภาพของเด็ก และสร้างความเครียดให้คุณพ่อคุณแม่ ถ้าติดเชื้อแล้วจะรักษาอย่างไร ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ปัจจุบันไม่มียารักษาเฉพาะ แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือลูก เบื้องต้นได้ เช่น เมื่อลูกขาดน้ำ และเกลือแร่ ก็ทำให้น้ำ และเกลือแร่ทดแทนทางปาก แต่ถ้าลูกมี ภาวะขาดน้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

จะปกป้องลูกจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้อย่างไร ?

- สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้คือรักษาสุขอนามัยของสมาชิกในบ้าน และบริเวณที่ลูกชอบไปเล่น รวมถึงของเล่นต่างๆ อีกทั้งควรล้างมือให้ลูกบ่อยๆ

- การดื่มนมแม่ จะช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานโรคได้ในระดับหนึ่ง

- การเสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยวัคซีนชนิด กิน วิธีนี้สะดวกได้ผลดี โดยพาลูกไปรับวัคซีน 2 ครั้ง เมื่ออายุครบ 2 เดือน และ 4 เดือน สามารถลดความรุนแรงของโรค และความจำเป็นที่จะต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลหากได้รับเชื้อ

ปรึกษากุมารแพทย์

หากลูกน้อยอาเจียน ท้องเสีย ปวดท้องและมีไข้ อาจเป็นสัญญาณของโรคลำไส้อักเสบจากเชื้อไว รัสโรต้า คุณพ่อคุณแม่ควรให้น้ำและเกลือแร่ชดเชย เพื่อป้องกันการขาดน้ำ แต่หลังสังเกตว่าลูกเริ่ม มีอาการขาดน้ำ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หรือขอคำแนะนำจากกุมารแพทย์

ที่มา : พญ.ดนยา เหมธัญ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

น้ำดื่มคุณภาพในช่วงวิกฤติน้ำท่วม

6 มิถุนายน 2556 2.192

น้ำ เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อชีวิตมนุษย์ เราสามารถอดอาหารได้หลายวัน แต่ถ้าขาดน้ำเพียงไม่กี่วันก็ทำให้เราเสียชีวิตได้

ภาวะการดูดนิ้ว

19 กุมภาพันธ์ 2557 1.201

ภาวะการดูดนิ้วมือในเด็กพบไพด้ตั้งแต่ในทารก โดยทั่วไปแล้วในระยะ 2 ขวบปีแรกนั้น่ถือว่ายังเป็นช่วงปกติที่เด็กจะมีการดูดนิ้ว โดยปกติแล้วเด็กจะหยุดนิสัยการดูดนิ้วไปได้เอง เมือ่อายุ 3 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วที่เด็กได้เข้าโรงเรียน ได้พบเพื่อนรวมทั้งการดูดนิ้วนั้นไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมนอกบ้าน เด็กจะพยายามเลิกการดูดนิ้วมือไป แต่ถ้าหากว่าเด็กยังมีการดูดนิ้วต่อไปอีกจนกระทั่งอายุ 6-7 ปี

โลหิตจาง

24 กันยายน 2556 3.648

โลหิตจาง เป็นภาวะอย่างหนึ่งไม่ใช่โรคโดยตรง เป็นเครื่องบอกเหตุว่า มีโรคหรือสาเหตุซ่อนอยู่ซึ่งต้องค้นหาดูว่าเป็นอะไร แล้วจึงจะทำการรักษาที่ถูกต้อง โรคที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางพบบ่อยในบ้านเรา แต่คนไม่ค่อยใส่ใจ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนเป็นมากอาจจะก่อให้เกิดผลเสียได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ