โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 16,887 Views

เด็กถูกล่วงเกินทางเพศ

 เด็กถูกล่วงเกินทางเพศ

ปัญหาเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ เป็นปัญหาทางสังคมที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนมากเป็นคนที่เด็กคุ้นเคย หรือเป็นคนในครอบครัว และเมื่อทำความผิดแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็จะพยายามปกปิดเรื่องโดยการกดดันเด็กต่างๆ นานา บางครั้งตัวเด็กเองเกิดความอับอาย หรือรู้สึกว่าตนเองผิดจึงไม่เล่าเรื่องให้ใครทราบ คนทำผิดก็เลยย่ามใจปัญหา นี้เป็นเรื่องที่ผิดทั้งกฏหมาย และผิดศีลธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านร่างกาย และจิตใจของเด็กอย่างรุนแรง ต่อเนื่องไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กเหล่านี้บางส่วนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งก่อปัญหาลักษณะเดียวกันนี้นี้กับเด็กคนอื่นต่อไปเป็นลูกโซ่ไม่จบสิ้น

ดังนั้นในฐานะพ่อแม่ หรือผู้ดูแลเด็กทุกท่าน จึงควรจะตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ และร่วมกันคิดหาวิธีในการป้องกันดีกว่าคอยแก้ปัญหาปลายเหตุ นั่นคือสอนเด็กให้รู้จักการป้องกันตัวเอง ไม่ไปไหนในที่ลับตาคนโดยลำพัง ผู้ใหญ่ควรสอนให้เด็กรู้จักความสำคัญของสรีระร่างกายตนเองและไม่ให้ใครมาแตะต้องตัวได้ง่ายๆ ที่สำคัญที่สุด พ่อแม่ควรให้เวลากับลูกในการรับฟังปัญหาต่างๆ ของเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ ด้วยท่าทีดังกล่าว จะทำให้ลูกไว้วางใจที่จะเล่าเรื่องทุกเรื่องให้ท่านฟัง โดยไม่ปิดบัง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ หรือถูกทำทารุณกรรมได้มากทีเดียว


รูปแบบการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก

การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก เป็นเรื่องที่ผิดทั้งกฎหมาย และศีลธรรม ซึ่งมีมากขึ้นทุกวันทั้งปริมาณ และรูปแบบที่ซับซ้อน การล่วงเกินทางเพศต่อเด็กมักเกิดจากการกระทำของบุคคลใกล้ชิด ซึ่งคุ้นเคยกับเด็ก เมื่อพบว่าเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมักจะปกปิดด้วยความอับอาย ปกป้องชื่อเสียงทั้งของเด็ก และผู้กระทำผิด ซึ่งมักเป็นคนใกล้ชิดนั้นเอง

รูปแบบการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก มี 2 ชนิด คือ

กรณีไม่รุนแรงเป็นการล่วงเกินทางเพศที่ไม่มีการสัมผัสร่างกาย เช่น การเปลือยกายหรือให้เด็กดูอวัยวะเพศ แอบดูเด็กอาบน้ำ พูดลวนลาม พูดสองแง่สองง่าม โทรศัพท์ลามก หรือการให้เด็กดูภาพลามก วิดีโอลามก เพื่อเร่งเร้า หรือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศต่อเด็ก
กรณีที่รุนแรงเป็นการล่วงเกินที่มีการสัมผัสร่างกายเด็กด้วย มีลักษณะดังนี้ - ยังไม่ถึงขั้นที่ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของเด็ก เช่น ลูบคลำอวัยวะเพศหรือตามร่างกายเด็กด้วยมือหรือปาก ให้เด็กจับคลำอวัยวะเพศ หรือสำเร็จความใคร่ บางกรณีอาจมีการทำร้ายร่างกายเด็กร่วมด้วย


สาเหตุที่เกิดการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก

สาเหตุนี้ค่อนข้างซับซ้อน และแตกต่างไปในแต่ละคน แต่โดยรวมเป็นผลจากปัญหาทางด้านอารมณ์ และจิตใจของผู้กระทำ เช่น ผู้ติดสารเสพติด : เหล้า ยาบ้า ฯลฯ จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และจากการศึกษาพบว่า ผู้กระทำมักจะเป็นผู้ที่เคยถูกล่วงเกินทางเพศหรือถูกทารุณกรรมในวัยเด็กมาก่อน
การล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก อาจเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เช่น บ้าน โรงเรียน วัด สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ห้องน้ำสาธารณะ โรงภาพยนตร์
ผู้ล่วงเกินทางเพศต่อเด็กมีแนวโน้มที่จะทำอีกจนเป็นนิสัย
กรณีที่เป็นคนคุ้นเคย มักจะล่วงเกินทางเพศกับเด็กคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ผู้กระทำมักจะเป็นผู้ที่มีปัญหาทางอารมณ์จากความกดดัน หรือความเครียดที่มากผิดปรกติ เช่น ชีวิตสมรสมีปัญหาไม่สามารถจะสร้างความสัมพันธ์คนวัยใกล้เคียง จนกลายเป็นความผิดปรกติทางเพศอย่างรุนแรงหรือเป็นผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจโดยตรง เช่น ชอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็ก (PAEDOPHILE)
กรณีที่เป็นคนแปลกหน้า มักจะกระทำกับเด็กแต่ละคนเพียงครั้งเดียว แล้วเปลี่ยนตัว ผู้กระทำมักเป็นผู้ที่มีความต้องการทางเพศสูงผิดปรกติอย่างรุนแรง และเกรงว่าคนวัยเดียวกันจะปฏิเสธ จึงหันมาล่วงเกินทางเพศต่อเด็กด้วยเห็นว่าอ่อนแอกว่า

วิธีการช่วยเหลือเด็ก กรณีที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเด็กถูกล่วงเกินทางเพศหรือไม่

อย่าปฏิเสธปัญหา จงเชื่อเด็กไว้ก่อน แม้ว่าถ้าเด็กสร้างเรื่องนี้ก็แสดงว่าเด็กกำลังมีปัญหาด้านอื่นที่ต้องการการช่วยเหลือ
รับฟังเด็กอย่างสงบ ค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ วัน เวลา สถานที่ ผู้กระทำ
ปลอบโยนให้กำลังใจ มั่นใจแก่เด็กว่าเราจะช่วยปกป้องคุ้มครองเขา และบอกเด็กว่าเรื่องที่เด็กเล่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากเด็ก ว่าตรงกันหรือไม่ เพื่อจะหาทางช่วยเหลือ
การล่วงเกินทางเพศไม่เพียงแต่เด็กผู้หญิงเท่านั้น เด็กผู้ชายก็เป็นที่ต้องการของผู้ชายบางคน โดยมีเฉพาะชายสูงอายุชาวต่างประเทศ

วิธีการช่วยเหลือเด็ก กรณีที่ทราบแน่ชัดว่าเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ

ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ เพื่อจะได้มีสติรับฟัง ถ้ามีอาการโวยวาย โกรธ หวาดกลัว เด็กอาจจะตกใจกลัวไม่กล้าเล่าความจริง ปลอบโยนเด็ก ยืนยันว่าเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ ได้รับความเสียหาย คนล่วงเกินทางเพศต้องได้รับโทษจากความผิด พาเด็กไปในที่ที่ปลอดภัย เก็บรวบรวมหลักฐาน เช่น เสื้อผ้าเด็กที่สวมใส่ขณะถูกล่วงเกินทางเพศ ขนเพชร ก้นบุหรี่ ถุงยางอนามัย หรืออื่นๆ ที่ผู้กระทำผิดทิ้งร่องรอยไว้
ตรวจดูร่องรอยความเสียหายที่ร่างกายของเด็ก ถ้าทำได้ถ่ายภาพไว้ ส่งตัวเด็กเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลรัฐที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
อย่าชำระร่างกายเด็กก่อนตรวจรักษา
จดชื่อแพทย์ รวมทั้งวัน เวลา สถานที่ขณะตรวจรักษาไว้ด้วย
แจ้งตำรวจ บอกรายละเอียดทุกอย่างที่ทราบ ถ้าเป็นคนแปลกหน้าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับเด็กอื่นต่อไป
แจ้งหน่วยงานทางสังคมที่เกี่ยวข้อง

รายชื่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ

ในกรณีที่ต้องการดำเนินการทางกฎหมาย ได้แก่
กลุ่มประสานงานทางศาสนาเพื่อสังคม โทร. 433-7169,424-9173
สภาทนายความ โทร. 281-8308,281-6463
สมาคมส่งเสริมสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน

: กทม. โทร. 246-2029,245-9561,245-9701
: อุบลราชธานี โทร. (045) 242-131
: เชียงใหม่ โทร. (053) 235-035
: บุรีรัมย์ โทร. (044) 613-284

สำนักงานอัยการสูงสุด โทร. 222-8121-9
มูลนิธิเพื่อนหญิง โทร. 271-1207
ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มูลนิธิเด็ก โทร. 412-1196,412-9833
ในกรณีที่ผู้กระทำล่วงเกินทางเพศเป็นบุพการี
สำนักงานอัยการสูงสุด (กองเด็ก) โทร. 222-8121-9

หน่วยงานส่วนราชการที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีทั่วไป

สถานีตำรวจทุกแห่ง
กองคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนกรมตำรวจ โทร. 252-3892-3
ศูนย์บริการสาธารณสุขเขตต่างๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานครทุกแห่ง
โรงพยาบาลของรัฐ

หน่วยงานเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีทั่วไป

ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มูลนิธิเด็ก โทร.412-1196,412-9833
มูลนิธิเพื่อนหญิง โทร. 271-1207
มูลนิธิผู้หญิง โทร. 433-5149
สหทัยมูลนิธิ โทร. 252-5209
สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี (บ้านพักฉุกเฉิน) โทร. 566-2288,241-5116
มูลนิธิมิตรมวลเด็ก โทร. 252-6560


การบำบัดและฟื้นฟู

ด้านร่างกาย ให้แพทย์ตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องเช่น บาดแผล ความเจ็บป่วย หรือการติดโรคจากเพศสัมพันธ์ ได้แก่ ตับอักเสบไวรัสบี เริม หนองใน เอดส์ เป็นต้น
ด้านจิตใจและอารมณ์ ให้จิตแพทย์เด็กหรือนักจิตวิทยาตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ต้องประสานงานกับนักสังคมสงเคราะห์ และผู้ดูแลเด็ก เพื่อจัดกิจกรรมบำบัดควบคู่กับการพบจิตแพทย์ด้วย
ด้านครอบครัว ค้นหาบุคคลในครอบครัวหรือญาติที่มีเจตนา และความพร้อมในการคุ้มครองเลี้ยงดูเด็ก เข้ามาร่วมในกิจกรรมที่นักสังคมสงเคราะห์จัดเพื่อฟื้นฟูบำบัดเด็ก เช่น การเข้าพบ และเยี่ยมเด็กตามกำหนด เข้าร่วมค่ายครอบครัวด้วย เป็นต้น
ในกรณีที่เด็กได้รับการบำบัดฟื้นฟูทางร่างกายจิตใจอารมณ์จนคืนสู่สภาพปกติหรือใกล้เคียงปกติ ควรส่งเด็กกลับสู่ครอบครัวเดิมซึ่งมีญาติที่สามารถให้การคุ้มครองเด็กได้อย่างแท้จริง การติดตามเยี่ยมเยียนดูแลเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเกิดควมมั่นใจว่าเด็กคนนั้นจะพ้นภยันตรายอย่างสิ้นเชิง และเด็กสามารถดูแลปกป้องตนเองได้
ในกรณีที่ไม่สามารถหาบุคคลเข้ามาร่วมฟื้นฟูได้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ให้ติดต่อหน่วยงานที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หรือครอบครัวอุปการะเพื่อหาครอบครัวทดแทนให้เด็ก
ในกรณีที่ส่งเด็กเข้าไว้ในสถานดูแลเด็กทั้งของเอกชน และรัฐ ให้ตรวจสอบดูว่ามีกิจกรรมบำบัด และฟื้นฟูข้างต้นหรือไม่ หากไม่มีให้เสนอความเห็นต่อผู้มีอำนาจรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นแล้วนำเรื่องปรึกษากับจิตแพทย์เด็ก นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาที่ได้ประสานงานกันมาตั้งแต่แรก

วิธีป้องกัน (ในฐานะพ่อแม่)

พ่อแม่ควรจะทราบอยู่เสมอว่าขณะนี้ลูกกำลังอยู่กับใคร ที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่
ให้เวลาลูก ตั้งใจฟัง และรับฟังทุกเรื่องที่ลูกเล่า ชวนให้ลูกเล่าเรื่องเล่าเรื่องต่างๆ เมื่อมีปัญหาก็ปรึกษาพ่อแม่ได้เสมอ เพื่อที่ลูกจะได้ไม่มีความลับต่อพ่อแม่
พูดคุย และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการล่วงเกินทางเพศกับลูกบ้าง และสอนให้ลูกรู้จักการระวังป้องกันตนเอง

วิธีป้องกัน (ในฐานะอาสาสมัคร พิทักษ์สิทธิเด็ก หรือพลเมืองดี)

ศึกษาให้รู้สาเหตุ ขอบเขต และผลกระทบของการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก
ให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และเด็กเกี่ยวกับปัญหาการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก และวิธีการป้องกัน
คอยช่วยสอดส่อง และสังเกตุเสมอว่า มีปรากฎการณ์อะไรบ้างที่ส่อแววว่าอาจจะมีการล่วงเกินทางเพศต่อเด็กที่คุณรู้จัก
ปลอบใจ ให้กำลังใจ และความช่วยเหลือแก่เด็กที่ถูกละเมิดทางเพศ
สนับสนุนหน่วยงาน หรือโครงการที่ทำงานเกี่ยวกับการป้องกัน และช่วยเหลือการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก

วิธีการสอนให้เด็กรู้จักป้องกันตนเอง

ก่อนจะไปที่ใดควรให้ผู้ใหญ่รับรู้ว่าจะไปไหนกับใคร อย่างไร จะกลับเมื่อไร และอย่าเปลี่ยนจุดหมาย
ควรมีเพื่อนไปไหนด้วย เพื่อความปลอดภัย

อย่าใจอ่อน ไว้ใจ เชื่อหรือรับของจากคนแปลกหน้า หรือคนที่ไม่น่าไว้วางใจ แม้ผู้นั้นจะแสดงท่าทางเป็นมิตรเมื่อมีคนมาแตะต้องตัวเด็กไม่ควรยินยอม และออกปากห้ามเมื่อไม่ชอบสัมผัสนั้น ควรเล่าให้ผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้รับทราบ

เมื่อเกิดปัญหาให้รีบบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจแม้ในครั้งแรกผู้ใหญ่จะไม่ฟังหรือไม่เชื่อ ต้องพยายามจนกว่าผู้ใหญ่จะรับฟัง และช่วยเหลือ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

Global Fund To Fight AIDS, TB, And Malaria

17 กุมภาพันธ์ 2557 704

จากการสนับสนุนของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ United Nations Secretary General Kofi Annan กองทุนเพื่อต่อสู้กับโรคเอดส์, วัณโรค และ มาลาเรีย ได้รับเงินสนับสนุนมากถึง 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

ยาม้า

7 มิถุนายน 2556 1.935

ปัจจุบันเราคงจะได้ยินปัญหาเกี่ยวกับยาม้าหรือยาบ้า ตามสื่อต่างๆ เกือบทุกวันเนื่องจากมีการระบาดในหมู่คนทำงาน เยาวชน และนิสิตนักศึกษา มากมาย และน่าวิตกอย่างยิ่ง คือมีการแพร่ระบาดถึงนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขต กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ

ข้อกระดูกเสื่อม

27 สิงหาคม 2556 2.006

โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป็น โรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด และอาจพบร่วมกับโรคข้ออักเสบชนิดอื่นได้ ถือว่าเป็นความผิดปกติของข้อที่พบในช่วงย่างเข้าสู่วัยกลางคน และพบได้เพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ