โพสต์ 27 ส.ค. 58 ปรับปรุง 5 มิ.ย. 60 3,661 Views

หลากหลายคำถามกับความรู้เรื่องมะเร็งตับอ่อน

หลายคนคงได้ทราบข่าวจากสื่อต่างๆว่านักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง คุณสายัณห์ สัญญา เสียชีวิตจากการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนระยะลุกลาม อาจทำให้เกิดความสงสัยขึ้นว่า โรคมะเร็งตับอ่อนคืออะไร มีอาการอย่างไร ความชุกของโรคเป็นเช่นใด และมีปัจจัยเสี่ยงใดที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้ ก่อนที่จะนำท่านผู้อ่านเข้าสู่ความรู้ของโรคมะเร็งตับอ่อน จะขอให้ท่านผู้อ่านรู้จักกับตำแหน่งและหน้าที่ของตับอ่อน เพื่อจะได้เข้าใจอาการและการดำเนินโรคต่อไป

ตับอ่อนมีหน้าที่อย่างไร?

ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ในส่วนของช่องท้องด้านบน หลังกระเพาะและติดกับลำไส้เล็กส่วนต้น โดยส่วนหัวของตับอ่อนเป็นทางผ่านของท่อทางเดินน้ำดีจากตับ (รูปที่ 1) โดยตัวตับอ่อนจะทำหน้าที่หลักสองอย่างคือ ผลิตน้ำย่อยในการย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรท และไขมัน น้ำย่อยต่างๆที่ตับอ่อนผลิตนั้นจะถูกหลั่งออกมาที่ท่อน้ำดีส่วนปลาย ออกสู่ลำไส้เล็กเพื่อย่อยอาหารต่อไป หน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างของตับอ่อน คือ สร้างฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และ ฮอร์โมนกลูคากอนที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลย์ของระดับน้ำตาลในร่างกาย


รูปที่ 1 ตำแหน่งของตับอ่อนในร่างกาย

มะเร็งตับอ่อนมีกี่ชนิด?

มะเร็งตับอ่อนมีหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่เกิดจาก เซลล์ท่อตับอ่อน(Ductal adenocarcinoma) โดยมีส่วนน้อยที่เกิดจากเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนต่างๆ หรือบางชนิดมีลักษณะเป็นถุงน้ำ เนื่องจากมะเร็งสองชนิดหลังนั้นพบได้น้อยมาก บทความนี้จึงขอกล่าวถึงเฉพาะมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ท่อตับอ่อน

โรคมะเร็งตับอ่อนมีอาการอย่างไร

จากตำแหน่งของตับอ่อนตามที่กล่าวข้างต้น อาการของโรคมะเร็งตับอ่อนจึงแบ่งตามตำแหน่งที่เกิด คือ

  1. ก้อนที่อยู่บริเวณหัวตับอ่อน เนื่องจากบริเวณหัวตับอ่อนจะเป็นทางผ่านของท่อทางเดินน้ำดีดังนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการของการระบายน้ำดีออกไม่ได้และมีน้ำดีคั่งในกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย กินได้น้อย น้ำหนักลด ถ่ายอุจจาระเป็นมันเนื่องจากไม่สามารถย่อยไขมันได้ ในช่วงแรกอาจไม่มีอาการปวดท้อง ต่อมาอาจมีอาการปวดท้องจากก้อนเนื้อลุกลามเข้าไปบริเวณเส้นประสาท บางรายอาจมีอาการอาเจียนมากเนื่องจากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มาก ไปกดเบียดลำไส้เล็กส่วนต้นทำให้อาหารผ่านไม่ได้
  2. ก้อนที่อยู่บริเวณตัวและหางตับอ่อน เนื่องจากส่วนนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ท่อน้ำดี ในระยะแรกผู้ป่วยจึงมักไม่มีอาการ แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่หรือ มีการกระจายของโรคแล้ว โดยผู้ป่วยจะมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย กินได้น้อย น้ำหนักลด ปวดท้องจากก้อนไปเบียดเส้นประสาท ท้องมานจากการที่มีมะเร็งกระจายไปที่เยื่อบุช่องท้อง

นื่องจากก้อนที่อยู่บริเวณหัวตับอ่อนมักเบียดท่อน้ำดีและทำให้เกิดอาการตัวเหลืองได้ง่าย ผู้ป่วยจึงมาพบแพทย์เร็วและมักพบก้อนในขณะที่ยังเล็กอยู่ ส่วนก้อนที่อยู่บริเวณหางตับอ่อนมักไม่มีอาการจนกระทั่งตรวจพบเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่หรือในระยะลุกลาม ดังนั้นผู้ป่วยที่มีก้อนจึงมีการพยากรณ์โรคดีกว่าก้อนที่หางตับอ่อน นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเบาหวานร่วมด้วย หรืออาจมีอาการของตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันนำมาก่อนได้

โอกาสในการเกิดมะเร็งตับอ่อน มีมากหรือน้อยเพียงใด?

มะเร็งตับอ่อนพบได้มากขึ้นในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป เจอได้ในอัตราส่วนประชากร 14.8 : 100,000(2) คน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ต่ำมาก ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยมีอาการ ตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด จึงควรนึกถึงโรคอื่นที่พบได้บ่อยกว่าร่วมด้วยเสมอ เช่น โรคตับแข็ง โรคตับอักเสบจากสาเหตุต่างๆ โรคมะเร็งตับ หรือ โรคที่มีอาการอุดตันท่อน้ำดีอื่นๆ เช่น นิ่วในท่อน้ำดี มะเร็งท่อน้ำดี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มะเร็งตับอ่อนมีโอกาสเป็นมากขึ้นในผู้ป่วยที่ เป็นมะเร็งเต้านมที่มียีนส์ทีกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านม (BRCA genes) ผู้ป่วยที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน การสูบบุหรี่ การกินเนื้อสัตว์ และอาหารมันเป็นปริมาณมาก

จะสามารถวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อนได้อย่างไร?

เนื่องจากผู้ป่วยที่มาด้วยอาการตัวเหลืองอ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดท้องเรื้อรัง ต้องวินิจฉัยแยกโรคกับโรคอื่นๆตามที่กล่าวข้างต้นเสมอ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น เช่น การทำงานของเม็ดเลือด การทำงานของตับ ซึ่งถ้ามีลักษณะเข้าได้กับการอุดตันของทางเดินน้ำดี แพทย์ผู้ดูแลอาจส่งตรวจตรวจเพิ่มเติมเช่น อัลตร้าซาวด์ ซีทีสแกน และพิจารณาตัดชิ้นเนื้อมาตรวจเป็นรายๆไป

ในส่วนของการรักษาแพทย์จะทำการประเมินระยะโรคก่อนจากลักษณะของภาพถ่ายทางรังสี ถ้าสามารถผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกได้หมดจะพิจารณาผ่าตัด แต่ถ้าผ่าตัดได้ไม่หมดจะพิจารณาการให้เคมีบำบัดและรักษาประคับประคองเป็นรายๆ ไป

เอกสารอ้างอิง

  1. Available from:http://www.webmd.com/digestive-disorders/picture-of-the-pancreas
  2. Ramon E. Jimenez, Carlos Fernandez-del Castillo. Tumors of the Pancreas. In: Feldman M, Lawrence SJ. Lawrence JB. Sleisenger and Fordtran’s Gastrointestinal and Liver Disease. 9th ed. Philadelphia: Saunders Elsevier; 2010 :1313-35.

ขอขอบคุณ

Author

นพ. ธราธิป ประคองวงษ์

อายุรศาสตร์สาขาโรคทางเดินอาหาร

1 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทดสอบความฟิต ด้วยการวิ่ง 12 นาที (คูเปอร์เทสต์ – Cooper~s test)

19 กุมภาพันธ์ 2557 1.570

นพ.เคนเนทธ์ คูเปอร์ (DR. KENNETH COOPER) เป็นผู้อำนวยการศูนย์แอโรบิค เซ็นเตอร์ (Aerobic Center) ที่เมืองดัลลัส มลรัฐเทกซัส (บ้านเดียวกับท่านประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐอเมริกา) ที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักดีเกี่ยวกับงานศึกษาวิจัยในด้านวิทยาศาสตร์

การเตรียมโลหิตก่อนการผ่าตัด

8 สิงหาคม 2556 1.328

ท่าน ที่เคยได้รับการผ่าตัด หรือ เป็นญาติของคนไข้ที่เคยได้รับการผ่าตัด ท่านคงจะทราบดีว่า คนไข้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดเกือบทุกรายจะต้องมีการเตรียมเลือดไว้ เผื่อกรณีฉุกเฉินเสียเลือดมากในขณะผ่าตัด

เด็กถูกล่วงเกินทางเพศ

20 กุมภาพันธ์ 2557 16.848

ปัญหาเด็กถูกล่วงเกินทางเพศ เป็นปัญหาทางสังคมที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนมากเป็นคนที่เด็กคุ้นเคย หรือเป็นคนในครอบครัว และเมื่อทำความผิดแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็จะพยายามปกปิดเรื่องโดยการกดดันเด็กต่างๆ นานา บางครั้งตัวเด็กเองเกิดความอับอาย

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ