โพสต์ 20 ก.พ. 57 ปรับปรุง 11 มี.ค. 58 3,362 Views

กลุ่มอาการผื่นตามมือ เท้า และแผลในปาก (Hand Foot Mouth Disease)

 

กลุ่มอาการผื่นตามมือ เท้า และแผลในปาก (Hand Foot Mouth Disease)

กลุ่มอาการผื่นตามมือ เท้า และแผลในปาก (Hand Foot Mouth Disease) ใน ระยะนี้มีข่าวการระบาดของโรคผื่นตามมือ เท้า และแผลในปาก (หรือประชาชนทั่วไปจะเรียกจนติดปากว่า โรคมือเท้าปากเปื่อย) กำลังเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจไม่น้อย จึงถือโอกาสนี้นำข้อมูลของโรคดังกล่าวมาบอกเล่าถึงสาเหตุ อาการและการป้องกัน ดังนี้

สาเหตุ

ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมักก่ออาการไม่รุนแรง มีเพียงส่วนน้อยมากที่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ (จึงไม่ต้องกังวลมากนะครับ) พบมีการระบาดได้บ่อยที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม

อาการ

หลังได้รับเชื้อประมาณ 4-6 วัน โดยผู้ป่วยจะมีไข้, ผื่นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ในช่องปาก เหงือก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม แผลมักเจ็บปวด ทำให้รับประทานอาหารและน้ำได้น้อยลง น้ำลายไหล นอกจากนี้มักพบผื่นเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มน้ำบนตุ่มแดงขนาดเล็กที่บริเวณหลัง มือ ฝ่ามือ หลังเท้า ฝ่าเท้า และบริเวณก้นได้ อาการมักหายไปเอง ภายใน 7-10 วัน อาการในเด็กโต และผู้ใหญ่มักไม่รุนแรง ผื่นดังกล่าวอาจมีน้อยหรือไม่มีก็ได้

อาการแทรกซ้อน

มักพบหลังจาก 3-4 วันนับแต่มีอาการ ได้แก่ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, สมองอักเสบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการไข้สูงมาก ซึมมาก พฤติกรรมเปลี่ยน กระสับกระส่าย ชักเกร็ง หัวใจเต้นเร็วมาก หอบ อาเจียนบ่อยครั้ง แขนขาอ่อนแรง ซึ่งควรนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็ว

การติดต่อ

พบการระบาดจากคนสู่คนเท่านั้น โดยเชื้อจะแพร่ผ่านน้ำลาย เสมหะ หรืออุจาระของผู้มีเชื้อไปยังผู้รับเชื้อ โดยจะเริ่มมีเชื้อในน้ำลายหรือเสมหะ 2 - 3 วัน ก่อนมีอาการจนกระทั่ง 1-2 สัปดาห์ หลังมีอาการ และจะมีเชื้ออยู่ในอุจจาระหลายสัปดาห์

การดูแลรักษา

โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นเองใน 1 สัปดาห์ การรักษาเพียงรักษาประคับประคองตามอาการ โดยไม่จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ (หรือยาแก้อักเสบ) ซึ่งได้แก่

  • ให้ยาแก้ไข้ และเช็ดตัว รับประทานอาหารและน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นจะเจ็บแผลที่ปากน้อยกว่า
  •  
  • ให้ยาชาหยอดปากบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก เด็กบางคนรับประทานอาหารและน้ำไม่ได้ เพราะเจ็บแผลในปากมาก ไม่ยอมกลืนน้ำลายทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจต้องให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดทดแทน
  •  
  • ดูแลความสะอาดในช่องปาก
  •  
  • ให้ยาปฏิชีวนะถ้ามีการติดเชื้อซ้ำซ้อน

การป้องกันการติดต่อ

  • แยกเด็กเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากเป็นเด็กวัยเรียน ควรหยุดโรงเรียน 1 สัปดาห์ ตั้งแต่เริ่มมีผื่น
  •  
  • ไม่ไอจามรดกัน ไม่ถ่มน้ำลายหรือบ้วนเสมหะลงที่สาธารณะะ
  •  
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่าย
  •  
  • รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำที่ผ่านการต้มหรือฆ่าเชื้อโดยผ่านแสงอุลตร้าไวโอเลตที่เพียงพอ
  •  
  • ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน
  •  
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

หมายเหตุ: ยังไม่มีวัคซีนสำหรับการป้องกันโรคนี้

ที่มา : นพ.ศักดา ลายวิเศษกุล
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัสสาวะเล็ดราด

22 สิงหาคม 2556 4.751

ปัสสาวะเล็ดราด ปกติ ร่างกายเราควบคุมให้เรากลั้นปัสสาวะไว้ได้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม โดยส่วนของบริเวณกระเพาะปัสสาวะที่ต่อกับท่อปัสสาวะจะมีหูรูดบีบไว้ไม่ให้ ปัสสาวะเล็ดออกมา เมื่อปริมาณของปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะเต็ม กระเพาะปัสสาวะก็จะเริ่มบีบตัว

เทอร์มาร์จ

16 กุมภาพันธ์ 2557 1.534

เทอร์มาร์จ เป็นวิทยาการในการนำมาใช้รักษาเพื่อลดริ้วรอย ยกกระชับผิวหน้า โดยปราศจากร่องรอยหรือบาดแผล ตลอดจนช่วยในการกระตุ้นและสร้างคอลลาเจนได้ผิวหนังจึงทำให้โครงสร้างของผิวดูแข็งแรง คุณสามารถมองหาและรับการบริการรักษาด้วยเครื่องเทอร์มาร์จได้จากคลินิกหรือโรงพยาบาลชั้นนำ ซึ่งพร้อมที่จะปรึกษาและการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านผิวพรรณและความงามโดยเฉพาะ

Placenta Accreta

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.733

Placenta Accreta หมายถึง ภาวะผิดปกติที่รกเกาะติดกับผนังโพรงมดลูก เกิดขึ้นได้สามลักษณะ ลักษณะแรก รกเกาะที่ชั้นกล้ามเนื้อของมดลุก เรียกว่า Placenta Accreta พบได้ร้อยละ 75-78 ของทั้งหมด ชนิดที่สอง รกเกาะเลยชั้นกล้ามเนื้อของมดลูกไป เรียกว่า Placenta Increta พบได้ร้อยละ 17 ชนิดที่สาม รกเกาะทะลุผนังมดลูกออก เรียกว่า Placenta Percreta

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ