โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,006 Views

12 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อนใช้ยา

12 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อนใช้ยา

 
บางคนมองว่าการกินยาเป็นเรื่องเล็ก กินออกจะบ่อย แล้วการกินนั้นคุณแน่ใจหรือเปล่าคะว่า กินได้ถูกต้องแล้ว และรู้ไหมว่าหากคุณกินยาผิดวิธี ผิดขนาด อาจทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร เช่น หากยาชนิดนั้นกำหนดว่าให้กินหลังอาหาร แต่ถ้าไปกินก่อนอาหารผลที่ได้ก็ต่างกัน หนำซ้ำอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้
 
1. ก่อนการสั่งยาจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง คุณควรแจ้งประวัติในการแพ้ยา และโรคประจำตัวอย่างละเอียด โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ ไต เนื่องจากเป็นอวัยวะที่เกี่ยวกับการกำจัด และขับของเสียออกจากร่างกาย และควรสอบถามชื่อยาทางการค้า และชื่อยาสามัญจากแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง
 
2. ยาที่คุณต้องใช้บ่อยๆ ควรศึกษาเกี่ยวกับขนาดที่ใช้ และอาการข้างเคียงด้วย โดยอาจสอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกร
 
3. ควรกินยาหรือใช้ยาตามที่กำหนด เพราะยาบางอย่างมีวิธีใช้เฉพาะ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ดี และมีสรรพคุณตามต้องการ เช่น ยาผงแห้ง ยาแก้อักเสบสำหรับเด็ก หากนำไปผสมกับน้ำร้อนจะทำให้เสื่อมสภาพได้
 
4. เมื่ออาการดีขึ้นหรือกลับเป็นหนักกว่าเก่า คุณไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง เพราะยาบางชนิดหากมีการเพิ่มยาแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดผลเสียที่รุนแรง เช่น ยาโรคหัวใจ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น
 
5. ไม่ควรใช้ยาร่วมกัน เพราะยาที่แพทย์ หรือเภสัชกรจ่ายให้นั้นจะต้องมีการพิจารณาแล้วว่าเหมาะกับโรค หรืออาการของผู้ป่วยแต่ละราย ยกเว้นยาสามัญประจำบ้านที่สามารถใช้ร่วมกันได้
 
6. ยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อรัง และต้องกินติดต่อกันควรมีติดตัวไว้ตลอด โดยเฉพาะเวลาเดินทาง เพราะยาบางชนิดถ้าหยุดอย่างกะทันหันอาจทำให้อาการกำเริบ เป็นอันตรายได้
 
7. ควรอ่านฉลากยาทุกครั้งก่อนการใช้ยา และไม่ควรอ่านฉลาดยาในที่มืดเพราะอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน และกินยาผิดพลาดได้
 
8. ไม่ควรกินยาร่วมกับชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เพราะจะทำให้ยามีผลการรักษาลดลง
 
9. ไม่ควรดื่มนมร่วมกับยาระบาย เพราะอาจจะทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน และท้องเสียได้
 
10. หากกินยาแล้วมีอาการไข้ ผื่นแดงคัน ลมพิษ บวมเนื้อเยื่ออ่อน บวมแดง แสบ อาเจียน หอบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดหัวรุนแรง ควรหยุดยา และไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากการแพ้ยา และนำยาที่มีอาการแพ้ไปแสดงให้แพทย์ทราบ เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และรวดเร็ว
 
การใช้ยาถูกวิธีถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากมองข้ามอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตได้ ฉะนั้นศึกษา 12 ข้อที่เราแนะนำนี้แล้วนำไปใช้ จะได้สุขภาพดี และปลอดภัยจากการใช้ยา

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร

6 มิถุนายน 2556 3.457

ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหารนับวันจะได้รับความนิยมมากขึ้นทุกขณะเนื่องจากมีความหลากหลายทั้งรูปร่างและสีสัน วัสดุที่นำมาผลิตมีหลายชนิด และมีระดับคุณภาพต่าง ๆ กัน

โรคโปลิโอ (Polio)

20 กุมภาพันธ์ 2557 7.618

โปลิโอ เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ เชื้อนี้จะทำให้เกิดการอักเสบของประสาทไขสันหลัง เป็นสาเหตุให้ขาพิการไปจนตลอดชีวิต ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการอัมพาตของกล้ามเนื้ออย่างถาวร เป็นผลให้พิการหรือเสียชีวิตได้

กิ๊ฟท์และเด็กหลอดแก้ว

6 มิถุนายน 2556 4.304

คู่สมรสที่ได้รับการตรวจหาสาเหตุจนครบ และได้รับการรักษาตามสาเหตุ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่มีซีสต์ (cyst) หรือเนื้องอก มักได้รับการส่องกล้องผ่าตัด ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องผ่าตัดมักได้รับการรักษาด้วยวิธีคัดเชื้อฉีดเข้าโพรงมดลูก หรือ IUI

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ