โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 2,218 Views

ไหวไม่ไหวกับแผ่นดินไหว-สึนามิ

 ไหวไม่ไหวกับแผ่นดินไหว-สึนามิ

ช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมาหลายท่านคงทราบข่าวการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ทางตอนเหนือของเกาะ สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายระลอก จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้เองทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางภาคใต้ด้านชายฝั่งอันดามันรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ได้ และคงกังวลว่าจะเกิดคลื่นสึนามิอีกหรือไม่ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ปรากฏความรุนแรงที่เราคาดเดากันเอาไว้ เหลือทิ้งไว้ก็เพียงความตื่นตระหนกและข่าวลือในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสข่าวที่ร้ายกาจที่สุดคงไม่พ้นข่าวลือที่ว่าเกาะภูเก็ตจะจมน้ำหายไปในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ซึ่งสร้างความตระหนกให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะและประชาชนทั่วทั้งประเทศไทยอย่างมาก
 
ช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมาหลายท่านคงทราบข่าวการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ทางตอนเหนือของเกาะ สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายระลอก จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้เองทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางภาคใต้ด้านชายฝั่งอันดามันรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ได้ และคงกังวลว่าจะเกิดคลื่นสึนามิอีกหรือไม่ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ปรากฏความรุนแรงที่เราคาดเดากันเอาไว้ เหลือทิ้งไว้ก็เพียงความตื่นตระหนกและข่าวลือในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสข่าวที่ร้ายกาจที่สุดคงไม่พ้นข่าวลือที่ว่าเกาะภูเก็ตจะจมน้ำหายไปในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ซึ่งสร้างความตระหนกให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะและประชาชนทั่วทั้งประเทศไทยอย่างมาก
 
เดิมทีเราเคยคิดว่าแผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ไกลตัว หรือคลื่นสึนามิก็เป็นคลื่นที่ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อปี 2547 บทเรียนที่ประเทศไทยได้รับจากการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ รวมถึงบทเรียนล่าสุดจากเหตุการณ์การเกิดคลื่นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นปี 2554 ยิ่งทำให้เราได้ตื่นตัวเรียนรู้และปรับตัวพร้อมที่จะรับมือกับแผ่นดินไหว สึนามิ และภัยธรรมชาติอื่นๆ อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
 
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐในการทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายแจ้งเตือนให้เราได้ทราบเหตุร้ายดังกล่าว อย่างเช่นการแจ้งเตือนเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ทางศูนย์ฯ ได้ส่งข้อความผ่านระบบเอสเอ็มเอสเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบว่าทางภาคใต้ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยแผ่นดินไหวและเฝ้าระวังการเกิดคลี่นสึนามิตามมา อีกทั้งยังแจ้งเตือนเรื่องอาฟเตอร์ช็อคที่อาจเกิดตามมาได้อีกหลายครั้ง แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่คนในจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยโดยตรงจะรู้สึกได้เท่านั้น แต่ผู้คนที่อยู่บนอาคารสูงในกรุงเทพมหานครก็ยังรู้สึกถึงแรงสั่นนี้ได้เช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจก็คือปฏิกิริยาของประชาชนที่มีต่อข่าวนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง ถ้าจะลองแยกแยะให้เห็นภาพอาจมองลงไปทีละส่วนได้ ดังนี้
 
หน่วยงานของรัฐผู้ทำหน้าที่แจ้งข่าว : 
สิ่งที่ภาครัฐต้องตัดสินใจก็คือจะแจ้งข่าวเมื่อไรดี จะรอให้แน่ใจอีกสักนิดจะดีไหม ถ้าแจ้งเร็วไปแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็อาจจะหน้าแตกได้ง่ายๆ หรือถ้าแจ้งช้าเกินไปก็อาจไม่ทันการ บทเรียนที่เราได้จากเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อต้นปี 2554 ก็คือเวลาที่แจ้งเตือนจนถึงเวลาที่สึนามิมาถึงจริงมีเพียง 10 นาทีเท่านั้น ทำให้ประชาชนรับรู้ไม่หมดทุกคน ทำให้เตรียมพร้อมไม่ทันจนในที่สุดเกิดความเสียหายมากมายอย่างที่เราทราบกันดี นอกจากนั้นความเร่งด่วนในการแจ้งเตือนแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญคือใครคือผู้เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ตัดสินใจประกาศแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จะต้องไม่มีปัญหาหน่วยงานซ้ำซ้อนกัน และที่สำคัญคือข้อมูลนั้นจะต้องไม่ขัดแย้งกันเองจนทำให้ประชาชนเกิดความสับสนอย่างเด็ดขาด
 
พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง :
เราคงได้เห็นภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากภาพข่าวทางสถานีโทรทัศน์ และจากเฟชบุ๊คกันบ้างแล้วว่ามีมากน้อยเพียงใด ความตื่นตระหนกของผู้คนเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกินความคาดหมาย แต่สิ่งที่น่าดีใจก็คือการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นไปตามแผนรับมือที่ได้เตรียมตัวกันมาก่อนหน้านี้ และที่น่าดีใจมากขึ้นไปอีกก็คือ ไม่มีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นตามที่คาดการณ์กันไว้
 
พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง :
การติดตามข่าวสารอาจก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีญาติพี่น้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือได้รับผลกระทบจากการลงทุนธุรกิจไว้ เป็นต้น พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญที่สุดในกรณีทีมีเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมาจริงๆ เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงสุดที่จะเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่นั้นๆ 
ในแง่ของจิตวิทยา คนเราจะเกิดความเครียดต่อสิ่งเร้าต่างๆ มากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ
 
1. ระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่กระตุ้น
ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติร้ายแรงหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่างๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วมฉับพลัน เป็นผู้ประสบภัยอยู่ในอุบัติเหตุรุนแรง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกจัดเป็นเหตุการณ์ที่มีระดับความรุนแรงมากที่สุดที่จะทำให้เกิดความเครียดได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่เผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้แล้วบอกว่าไม่เครียดก็คงดูจะเป็นเรื่องที่ผิดปกติ
 
2. ประสบการณ์ในอดีต
โดยเฉพาะผู้ที่เคยเผชิญมาก่อนและได้รับความเสียหายไม่ว่าจะเป็นกับทางร่างกายหรือจิตใจก็จะเกิดภาวะความเครียดใหม่ได้ง่าย
 
3. บุคคลิกภาพของผู้ที่เผชิญเหตุการณ์นั้น
คนที่มีบุคลิกภาพที่มั่นคงจะเป็นคนที่มีกลไกการปรับตัวทางจิตให้เป็นไปทางด้านบวกมากกว่าทางด้านลบ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีจิตใจมั่นคงก็จะสามารถตั้งสติให้พร้อมรับมือและเอาตัวรอดในสถานการณ์นั้นได้อย่างถูกต้อง การฝึกฝนตนเองตามคู่มือหรือคำแนะนำในการเผชิญกับเหตุร้ายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คนเราสามารถหลบหลีกภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ และปลอดภัยกว่าการที่เราขาดสติที่จะแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ในทางตรงกันข้ามปฏิกิริยาด้านลบจะออกมาในรูปแบบของอาการแพนิค (panic) หรือที่เราเรียกกันว่าอาการตื่นตระหนกสุดขีด ทำให้เรารู้สึกตื่นกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้ จะทำจะคิดอะไรอะไรก็ดูจะติดขัดไปหมด ยิ่งติดขัดก็จะยิ่งแพนิคมากขึ้น จนในที่สุดเราก็ไม่อาจรักษาชีวิตให้รอดจากเหตุการณ์นั้นไว้ได้
 
4. การช่วยเหลือหรือสนับสนุนต่างๆ 
แม้ว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน ถ้าเราทราบว่ายังมีคนที่พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือให้รอดพ้นออกไป ก็พอจะทำให้เราอุ่นใจได้บ้าง อย่างน้อยคำพูดปลอบใจซึ่งกันและกันก็ทำให้เรามีกำลังใจเข้มแข็งขึ้น และช่วยทำให้เราสามารถผ่านเรื่องราวร้ายๆ นั้นไปได้ด้วยดี
จะเห็นได้ว่าจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ มีเรื่องให้ชวนคิดได้หลากหลายไม่ว่าจะมองไปด้านใดหรือบุคคลกลุ่มใด เราคงยังต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือและไม่ประมาทกับภยันตรายต่างๆ ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น การฝึกฝนตนเองให้มีสติเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเพราะนอกจากจะช่วยให้เรามีชีวิตรอดแล้ว ยังอาจช่วยชีวิตผู้อื่นให้รอดไปด้วยกันได้
 
ท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้ก็คือการรับทราบข้อมูลใดๆ จะต้องมีการไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลถึงความเป็นไปได้ การแพร่กระจายของข่าวสารข้อมูลในสังคมออนไลน์เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประโยชน์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้ง่าย ดังนั้นเราคงต้องใช้วิจารณญาณให้มากขึ้นในการรับทราบข้อมูลด้วย

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปวดท้องที่ไม่ธรรมดา

2 สิงหาคม 2556 329.248

เรื่องสำคัญเกี่ยวกับอาการปวดท้องที่คนทั่วไปควรสนใจได้แก่ การแยกให้ได้ว่ากรณีใดควรรักษาตนเอง และกรณีใดควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อาการปวดท้องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และสามารถรักษาด้วยตนเองได้ เช่น ปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร และปวดท้องจากโรคอาหารเป็นพิษ

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

15 กุมภาพันธ์ 2557 4.605

ปัจจุบันผู้คนเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตได้จากสถานที่ออกกำลังกาย ที่มีเพิ่มขึ้นจนเห็นกันชินตา แต่ถ้าออกกำลังกายไม่ถูกวิธีก็อาจให้โทษได้เช่นกัน

การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

7 มิถุนายน 2556 16.546

บุหรี่เป็นมัจจุราชเงียบที่มีอันตรายร้ายแรงอย่างมากต่อผู้สูบบุหรี่และผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งในความหมายนี้ก็คือ บุหรี่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ทุกคนในโลกนั่นเอง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ