โพสต์ 24 ก.ย. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 5,882 Views

โรคเอ็มเอ็ม

"โรคเอ็มเอ็ม" (MM)

หรือในชื่อเต็มๆ ว่า มัลติ เพิล มัยอิโลมา (Multiple Myeloma) เป็นโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยารูป

แบบหนึ่งซึ่งไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่ หลาย เกิดจากความผิดปกติในการแบ่งตัวของพลาสมาเซลล์

ซึ่งมีต้นกำเนิดจากไขกระดูก มีการสร้างโปรตีนที่ผิดปกติในเลือด โรคนี้ได้มีการบันทึกครั้งแรกเมื่อปี

1848

 

โดยปกติพลาสมาเซลล์ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย แต่ เมื่อผู้ป่วยได้ป่วยเป็นโรค

เอ็มเอ็มแล้ว พลาสม่าเซลล์จะถูกเปลี่ยนให้เป็นเซลล์มะเร็งและไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ได้ตาม

ปกติ แต่จะสร้างเอ็มโปรตีนขึ้นมา พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ผิดปกติออกมาสู่ร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิด

ความผิดปกติต่อไขกระดูก ตลอดจนอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายด้วย

 

ในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด บาง คนอาจมีอาการซีดเพียงเล็กน้อย

เท่านั้น ซึ่งเป็นการยากที่จะวินิจฉัยโรคให้ถูกต้อง ส่วนใหญ่กว่าจะรู้ว่าป่วยเป็นโรคเอ็มเอ็ม ก็ต้อง

ลุกลามเข้าระยะที่ 2 หรือ 3 ที่มีอาการโลหิตจาง ปวดกระดูก กระดูกพรุน กระดูกหัก แคลเซียมใน

เลือดสูง ซึ่งก็เป็นระยะที่การรักษาถือว่าทำได้ยากแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคมะเร็งเอ็มเอ็มจะถูกส่งไป

แผนกออร์โธปิดิกส์ หรือด้านกระดูกก่อน เพราะอาการที่แสดงออกทางร่างกายจะเป็นอาการปวดตัว

ปวดหลัง กระดูกพรุน กระดูกทรุด กระดูกหัก เป็นต้น

 

โรคนี้พบมากในวัยผู้ใหญ่ อายุ เฉลี่ยประมาณ 60 ปี ในสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคมัลติเพิล มัยอิ

โลมา 45,000 คน ผู้ป่วยใหม่ปีละ 14,600 คน พบในผิวดำมากกว่าคนขาวสองเท่า ส่วนในประเทศ

แถบเอเชีย คิดสัดส่วนต่อประชากร 1 แสนคน จะพบผู้ป่วย 0.8 คนในประเทศสิงคโปร์ และ 2 คนใน

ประเทศเกาหลี สำหรับในประเทศไทยนั้นยังไม่มีการบันทึกเอาไว้เป็นสถิติที่แน่ชัด

 

สาเหตุ

 

สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด ปัจจัย ทางพันธุกรรมอาจเกี่ยวข้องกับ HLA-Cw5 และ HLA-Cw2 เซลล์

มะเร็งเกิดขึ้นกับเม็ดเลือดขาวชนิดบีลิมโฟซัยท์ในต่อมน้ำเหลือง ร้อยละ 50 ของผู้ป่วย พบว่ามี

ความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 14 เซลล์มะเร็งจะสร้างสาร IL-6 ออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิด

พยาธิสภาพขึ้นทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังพบว่าในพื้นที่ที่มีกัมมันตภาพรังสีมาก เช่นในพื้นที่ที่เคย

ทดลองนิวเคลียร์หรือที่เคยถูกระเบิดนิวเคลียร์ จะมีสัดส่วนของอัตราผู้ป่วยโรคนี้มาก

 


 

อาการ

  1. ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เลือดแข็งตัวช้าหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็ง
  2. ตัวของเลือด
  3.  
  4. โปรตีนในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ไตวาย ขาบวม ซีด
  5.  
  6. กระดูกถูกทำลาย กระดูกพรุน กระดูกหัก ปวดกระดูก เกิดการยุบตัวของไขสันหลัง
  7.  
  8. แคลเซียมในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย ซึม สับสน มีอาการท้องผูก
  9.  
  10. การสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง ติดเชื้อง่าย

สาเหตุของการเสียชีวิต

  1. จากการติดเชื้อเนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ
  2.  
  3. ภาวะโลหิตจาง เกล็ดเลือดต่ำ และเลือดออกในสมอง

การวินิจฉัย

ในปี 2003 คณะ ทำงานโรคมัลติเพิลมัยอิโลมาระหว่างประเทศ ได้มีการกำหนดเกณฑ์การวินิจฉัย

โรคสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติไว้ดังนี้ ตรวจพบพลาสมาเซลล์ในการตรวจชิ้นเนื้อของไขกระดูก

มากกว่าร้อยละ 10 ตรวจพบโปรตีนผิดปกติในเลือดหรือในปัสสาวะ และพบว่ามีความผิดปกติอย่าง

หนึ่งอย่างใดต่อไปนี้

  1. ระดับแคลเซียมในเลือดมากกว่า 2.75 มิลลิโมลต่อลิตร
  2.  
  3. การทำงานของไตบกพร่อง
  4.  
  5. ระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 10 กรัมต่อเดซิลิตร
  6.  
  7. พบความผิดปกติของกระดูกจากภาพถ่ายรังสี
  8.  
  9. พบการติดเชื้อมากกว่า 2 ครั้งต่อปี
  10.  
  11. ภาวะอะมัยลอยโดสิส
  12.  
  13. ภาวะเลือดหนืดผิดปกติ

การรักษา

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เดินทางมาเข้ารับการรักษาจะ มีอาการอยู่ในระยะที่ 2 หรือ 3 เนื่องจากอาการ

ป่วยในระยะแรก ผู้ป่วยแทบไม่รู้สึกตัว จนต้องมีอาการทางกายก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวด

กระดูก ถึงจะมาพบแพทย์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นระยะโรคที่ค่อนข้างอันตรายแล้ว การให้เคมีบำบัด ซึ่งเป็น

วิธีที่ใช้มากที่สุด และอาจมีการฉายแสงร่วมด้วยเพื่อลดความเจ็บปวดจากอาการปวดกระดูก สำหรับ

ยาเคมีบำบัดที่ให้จะมีอยู่หลายสูตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะจัดสูตรยาตามอาการป่วยของโรค ซึ่งนับว่า

เป็นอีกหนึ่งความหวังของผู้ป่วยโรคนี้

 

สูตรที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ได้แก่ melphalan ร่วมกับ prednisone ในกรณีที่ไม่ได้ผลดีเท่าที่

ควร แพทย์อาจพิจารณาใช้สูตร vincristine, doxorubicin (Adriamycin) และ dexamethasone

เรียกว่า VAD นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนายาเคมีบำบัดสูตรต่างๆ เพื่อให้ลงตัวเหมาะสมกับคนไข้

และออกฤทธิ์มีประสิทธิภาพในการกำจัดโรคมากที่สุด

 

สำหรับการปลูกถ่ายไขกระดูก ไม่ ค่อยได้รับความนิยมเพราะมีความเสี่ยงในช่วง 6 สัปดาห์แรก

ในการปลูกถ่ายค่อนข้างมาก และเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ข้อดีก็คือ หากร่างกายตอบสนองกับ

วิธีการรักษาดังกล่าว จะช่วยสามารถยืดอายุผู้ป่วยให้อยู่นานขึ้นได้

 

การป้องกัน

โรคเอ็มเอ็มเป็นโรคที่ป้องกันได้ยากโรคหนึ่ง เนื่อง จากไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ทุกวันนี้ยัง

ไม่มีผลการวิจัยศึกษาปัจจัยการเกิดโรค ปัจจุบันทำได้เพียงเช็คร่างกาย คือตรวจเลือดทุกปี หรือทุก

6 เดือน หากเกิดภาวะซีดหรือโลหิตจาง ก็ให้สงสัยเอาไว้ แม้ว่าภาวะซีดจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ

แต่การสงสัยไว้ก่อนจะเป็นทางป้องกันที่ดีที่สุด

 

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

149 บทความ

ที่ปรึกษา

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะกัดฟันขณะหลับ

6 มิถุนายน 2556 1.835

คนบางคนนอนกัดฟันเสียงดังมาก ซึ่งจะไม่สามารถทำให้เกิดเสียงนั้นได้เมื่อตื่นนอน ผู้ที่นอนกัดฟันเวลากลางคืนมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ

Food Intolerance โรคภูมิแพ้อาหารแฝง

16 พฤศจิกายน 2560 3.420

เมื่อพูดถึงการแพ้อาหาร มักนึกถึงอาการคันมีผื่นขึ้นตามตัว หายใจไม่ออก บวมที่ใบหน้า คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย

การตรวจสารต้องห้ามในฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ (DOPING CONTROL in AFC ASIAN CUP 2007)

1 กรกฎาคม 2556 4.558

ในการแข่งขันกีฬาทุกระดับของนานาชาติไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ โอลิปิกเกมส์ หรือของสหพันธ์กีฬาแต่ละประเภท เช่น ฟีฟ่า เอเอฟซี ของฟุตบอลจะมีการสุ่มตรวจหาสารต้องห้ามในนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเอาเปรียบคู่ต่อสู้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ