โพสต์ 5 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 6,248 Views

โรคเครียด

โรคเครียด

อารมณ์เครียดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

1.     เกิดจากสภาพพื้นฐานทางจิตใจของคนแต่ละคน ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดความเครียดได้มากน้อยไม่เหมือนกัน เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับระบบประสาทที่อ่อนไหว ตื่นตัว และเครียดกังวลได้ง่าย บางคนจิตใจหนักแน่นไม่ค่อยหวั่นไหว แม้มีเหตุการณ์ที่น่ากลัวก็ไม่เกิดปฏิกิริยามาก

2.     การถูกเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กจนถึงวัยรุ่น ถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กเกิดความกลัว หวาดหวั่น เกิดความไม่มั่นคงในอารมณ์ ก็จะฝังใจทำให้เกิดความเครียดเมื่อโตขึ้นได้ง่าย

3.     การคิดที่ไม่ดี คิดในแง่ร้าย คิดกังวลล่วงหน้ามากเกินไป ถ้าถูกฝึกให้คิดเช่นนี้มากเกินไปจะติดเป็นนิสัยทำให้เกิดอารมณ์เครียดได้ง่าย

4.     การดำเนินชีวิตที่แข่งขัน เร่งรีบ ต่อสู้กันมากเกินไป ขาดการพักผ่อน ทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดความเครียด 
สาเหตุต่างๆ เหล่านี้ ล้วนทำให้เกิดโรคเครียดได้ทั้งสิ้

อาการ

โรคเครียดไม่ใช่โรคจิตหรือโรคประสาท แต่เป็นโรคทางกายซึ่งเป็นผลจากความเครียด ความเครียดเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น การทำงาน การเรียน เหตุการณ์ในครอบครัวหรือลักษณะการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบ แข่งขัน ต่อสู้ ทำให้เกิดความเครียดได้ทั้งสิ้น

คนปกติมีกลไกการปรับตัวเพื่อเอาชนะความเครียดได้ แต่คนบางคนมีความไวต่อความเครียดสูง คนบางคนชอบดำเนินชีวิตซึ่งทำให้เกิดความเครียด หรือคนบางคนมีวิธีคิดไม่ดี ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย

เมื่อจิตใจเครียด ระบบประสาทอัตโนมัติจะถูกกระตุ้นให้ทำงานมากจนอาจทำงานเรรวน ทำให้อวัยวะภายในร่างกายซึ่งถูกควบคุมโดยประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติไปด้วย เช่น มีการหลั่งกรดออกมาในกระเพาะอาหารมากเกินไป ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร กลายเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นผลจากความเครียด

ความเครียดยังอาจทำให้เกิดโรคทางกายได้อีกหลายระบบ เช่น โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหอบหืด, โรคผิวหนัง, โรคปวดศีรษะไมเกรน, โรคปวดหลังปวดคอ

การรักษา

โรคเครียดเป็นโรคที่รักษาได้ โดยการหาสาเหตุและแก้ไขตามสาเหตุนั้น วิธีการมีดังนี้

1.     การรู้จักแบ่งเวลาให้พอเหมาะ มีเวลาทำงานประมาณ 8 ชั่วโมง เวลาผ่อนคลายสนุกสนาน หย่อนใจประมาณ 8 ชั่วโมง

2.     รู้จักจังหวะการดำเนินชีวิต ให้เคร่งเครียดจริงจังน้อยลง ลดภาระการงาน-การเรียน ที่ทำ ให้เครียดลงบ้าง

3.     มีเวลาทำจิตใจให้สงบบ้าง เช่น สวดมนต์ หรือ ทำสมาธิ

4.     ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน

5.     มีคนที่สามารถพูดคุยรับฟังปัญหาต่างๆ ได้ ปรับทุกข์หรือปรึกษาปัญหาที่หนักใจอยู่

6.     ใช้ยาช่วยตามอาการ เช่น ยาคลายเครียด ยานอนหลับ ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งให้

7.     การรักษาแบบจิตบำบัด เพื่อช่วยให้รู้จักตัวเอง หาวิธีเปลี่ยนแปลงตนเองบ้าง เพื่อให้รู้จักคิดได้ดี ผ่อนคลายตนเองได้ ปรับตัวให้เก่งขึ้นและมีความสนุกกับการดำเนินชีวิตต่อไปได้

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรตาไวรัสคืออะไร

15 มกราคม 2561 6.825

โรตาไวรัส เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ไวรัสชนิดนี้สามติดต่อและแพร่กระจายได้สูงมาก ส่วนมากไวรัสชนิดนี้จะก่อโรคได้บ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดโรคนี้ได้เช่นกันซึ่งจะมีอาการแสดงของโรคที่รุนแรงน้อยกว่า

การพิสูจน์ทราบชนิดของสเต็มเซลล์จากร่างกาย

7 มิถุนายน 2556 3.078

สเต็มเซลล์จากร่างกาย หรือที่เรียกว่า adult stem cells พบได้ในอวัยวะและเนื้อเยื่อหลายชนิด และพบในปริมาณที่ไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์พบว่าสเต็มเซลล์เหล่านั้นอยู่ในเนื้อเยื่อโดยยังไม่แบ่งตัวแต่อย่างใดเป็นเวลาหลายปี

ข้อแนะนำการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่สายให้อาหารผ่านทางหน้าท้อง

8 สิงหาคม 2556 1.976

ข้อควรปฏิบัติและข้อพึงระวังในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการใส่สายให้อาหารผ่านทางหน้าท้อง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ