โพสต์ 1 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,394 Views

โรควัวบ้า

โรควัวบ้า (Mad Cow Disease)

อาจเรียกว่า โรคสมองฝ่อ หรือ โรคสมองพรุน เป็นโรคติดต่อทางระบบประสาทในวัว และทำให้เกิด

รอยโรคที่เนื้อสมองเป็นลักษณะรูพรุนคล้ายฟองน้ำ โรคนี้มีความรุนแรงถึงตายในวัวที่โตเต็มวัยโรคนี้

พบได้ในวัวทุกเพศ ทุกพันธุ์ นอกจากโรควัวบ้าจะเป็นโรคติดต่อร้ายแรงในโคแล้ว ยังมีความสำคัญ

ทางด้านสาธารณสุข เพราะสามารถติดต่อถึงคนได้

 

จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า โรควัวบ้าก่อให้เกิดโรคสมองพรุนในคน อีกทั้งในปัจจุบันยังไม่มี

ยารักษาและวัคซีนสำหรับป้องกันโรคนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมโรคนี้คือ การทำลายโคและ

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นโรคหรือสงสัยว่าเป็นโรค ทำให้ส่งผลกระทบต่อการค้าโคและผลิตภัณฑ์ทั้งในและ

นอกประเทศ นอกจากนี้โรควัวบ้าเป็นโรคระบาดสัตว์ที่อยู่ในบัญชีขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่าง

ประเทศ จึงทำให้โรควัวบ้าถูกนำมาใช้เป็นข้อกีดกันทางการค้าในเวทีการค้าโลก

 

ในปี ค.ศ. 1732 คนเลี้ยงแกะในอังกฤษและยุโรปสังเกตพบโรคในแกะที่คล้ายวัวบ้า แกะเริ่มต้นมี

อาการอารมณ์ร้าย เดินโซเซ หลังจากนั้น 6 เดือน ก็จะมีอาการชัก อัมพาต ตาบอดแล้วตาย สมัยนั้น

เรียกโรคนี้ว่า scrapie

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1956 นายแพทย์ Carlieton Gajdusek ซึ่งเป็นกุมารแพทย์และนักไวรัสวิทยา

ทำงานภายใต้สถาบันแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ไปศึกษาวิจัยที่ปาปัวนิวกินี โดยตอนนั้นเขาไม่รู้เรื่องโรค

scrapie ในแกะเลย เขาได้พบชาวพื้นเมืองเผ่าฟอร์ ซึ่งเป็นเผ่ามนุษย์กินคน คนเผ่านี้มีโรคระบาด

ทางประสาทอยู่อย่างหนึ่งเรียกว่า kuru ซึ่งมีอาการสั่นเทิ้ม เดิมโซเซ ลิ้นพันกัน หมดสติและตายใน

16 เดือน ชาวพื้นเมืองพวกนี้ติดเชื้อจากการกินซากศพของญาติตัวเอง เมื่อนำเอาสมองของคนตาย

ไปตรวจ จึงพบว่ามีลักษณะเดียวกับของคนไข้ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมจนตาย รักษาไม่หาย ที่วงการ

แพทย์รู้จักกันมาแล้ว เขาทดลองพบว่า โรคในแกะและในคนคล้ายกัน เขารู้ด้วยว่าสารที่ทำให้เกิด

โรคอยู่ในสมองและสามารถทำให้สัตว์หรือคนอื่นเกิดโรคได้ จึงได้ทำการวิจัยจนทำให้เกิดความรู้แก่

วงการแพทย์เกี่ยวกับโรคนี้อย่างมาก ต่อมาในปี ค.ศ. 1976 ท่านได้รับรางวัลโนเบลทางด้านการ

แพทย์และสรีรวิทยา

 

โรควัวบ้ามีรายงานครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2529 ที่ประเทศอังกฤษ ต่อมาได้มีรายงานการตรวจพบในหลาย

ประเทศในทวีปยุโรป แคนาดา และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชีย รายงานล่าสุดที่สหรัฐอเมริกา

เมื่อ พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบันยังไม่พบโรคนี้ในประเทศไทย แม้จะได้มีการเฝ้าระวังโรคและสุ่มเก็บ

ตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ

 

สาเหตุ

  1.  
  2. สาเหตุของโรคเกิดจากโปรตีนที่เรียกว่า Prion Protein (PrP) ค้นพบครั้งแรก โดยนายแพทย์
  3.  
  4. Stanley Prusiner แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
  5.  
  6. พรีออนมี 2 รูปแบบ คือ ชนิดละลายน้ำซึ่งพบได้ทั่วไปในเซลล์มนุษย์ เช่น เซลล์สมอง และอยู่
  7. ในรูปของพรีออกโครงสร้างบิดเกลียว
  8.  
  9.  
  10. เมื่อพรีออนที่ทำให้เกิดโรคเข้าสู่ร่างกายคน จะกระตุ้นให้พรีออนชนิดละลายน้ำได้เปลี่ยนไป
  11. เป็นชนิดไม่ละลายน้ำและทนต่อเอนไซม์ ซึ่งลำดับของกรดอะมิโนเป็นตัวกำหนดการม้วนตัว
  12. ทำให้สามารถต้านทานต่อการถูกย่อยทำลายด้วยเอนไซม์โปรตีเอส
  13.  
  14. การสร้างก้อนหรือม้วนของพรีออนเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อสมอง เหมือนกับ
  15. โปรตีนผิดปกติที่พบในโรคอัลไซเมอร์
  16.  
  17. พรีออนมีความเป็นอมตะ ไม่สามารถทำลายได้ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทร
  18. รศน์อิเลคตรอน และผู้ที่ติดเชื้อจะไม่สร้างแอนติบอดีต่อต้านพรีออนอีกด้วย

อากา

  1. อาการเริ่มแรกจะสังเกตว่าคนใกล้ชิดง่วงนอน เบื่ออาหาร เมื่อยล้า ผู้ป่วยจะแยกตัวออกจาก
  2. สังคม ไม่สนใจตัวเอง ต่อมามีความจำเสียเช่นจำชื่อญาติสนิทไม่ได้ จำเบอร์โทรไม่ได้ ต่อไปจะ
  3. ซึมเศร้า และสับสนอารมณ์จะหวั่นไหว
  4.  
  5. ผู้ป่วยจะพูดลำบากมีอาการนอนไม่หลับ ผู้ป่วยจะมีอาการจะบังคับกล้ามเนื้อให้ประสานกัน
  6. ลำบาก มือสั่น ทรงตัวไม่ได้ หกล้มบ่อย และการตัดสินใจผิดไปและมีปัญหาเกี่ยวกับการมอง
  7. เห็น ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาเรื่องนอนหลับทั้งวันและมีการกระตุกของแขนขา ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม
  8. และซึมเศร้า ตลอดการเจ็บป่วยจะไม่มีไข้
  9.  
  10. ระยะท้ายของโรคขึ้นผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ มีการกระตุกของ
  11. กล้ามเนื้อ ตาบอด ไม่สามารถพูดได้ โคม่า นอนบนเตียง ไม่สามารถกลืนอาหารและเสียชีวิต
  12. บางรายเสียชีวิต
  13.  
  14. ตั้งแต่เริ่มเกิดอาการจนเสียชีวิตใช้เวลา ปีครึ่ง- สอง ปี

 

 

การวินิจฉัย

  1.  
  2. โรคนี้มีปัญหาในการวินิจฉัยยังไม่การทดสอบใดที่สามารถจะวินิจฉัยโรคได้
  3.  
  4. เมื่อแพทย์สงสัยโรคนี้แพทย์จะตรวจหาโรคที่รักษาได้ เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  5. ตรวจร่างกายโดยละเอียด
  6.  
  7. เจาะไขสันหลังเพื่อนำน้ำไขสันหลังมาตรวจ
  8.  
  9. ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
  10.  
  11. ตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ของสมอง
  12.  
  13. การวินิจฉัยมักได้หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตโดยการตัดชิ้นเนื้อสมองตรวจ หรือตรวจสมองทั้งอันซึ่ง
  14. จะมีลักษณะเป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ

 

การรักษา

 

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรควัวบ้า ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการทางระบบประสาท และการดูแล

ในระยะสุดท้ายของโรค

 

การป้องกัน

 

แม้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าเชื้อโรควัวบ้าจะก่อโรคสมองฝ่อในมนุษย์ แต่ก็ยัง

ไม่มีข้อสรุปว่าจะปลอดภัยต่อมนุษย์ ดังนั้นมาตรการควบคุมโรควัวบ้าที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน

ได้แก่

  •  
  • ฆ่าวัวทุกตัวที่เป็นโรควัวบ้า
  •  
  • ห้ามใช้อาหารสัตว์ที่ประกอบด้วยโปรตีนจากสัตว์เช่น จากเนื้อแพะ แกะ วัว หรือกระดูกป่นจาก
  • สัตว์อื่น
  •  
  • เผาทำลายซากวัวที่เป็นโรค

 

อย่างไรก็ดีมาตรการเหล่านี้ก็อาจสายเกินไปเมื่อเกิดความตื่นกลัวของประชากรทั่วโลกที่ทราบข่าว

ทำให้มีการงดการบริโภคเนื้อวัวจากอังกฤษจนทำให้รัฐบาลอังกฤษต้องจำใจฆ่าวัวจำนวนหลายล้าน

ตัว ในประเทศลง ทั้งที่วัวจำนวนมากไม่ได้เป็นโรควัวบ้า ทั้งนี้เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจ

ใดๆ ที่จะพิสูจน์ว่าวัวตัวนั้นติดเชื้อวัวบ้าเข้าไปแล้วหรือยัง เนื่องจากระยะฟักตัวของโรคในวัวนานมาก

ถึง 2-8 ปี

 

ผลจากการห้ามใช้อาหารเลี้ยงวัวที่ประกอบด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์อื่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 เป็นต้นมา

ทำให้อัตราการพบโรควัวบ้าลดลงเรื่อยๆ ทุกปี ปีละประมาณร้อยละ 30-40 ทำให้เป็นการยืนยันข้อ

สมมุติฐานที่ว่า โรควัวบ้าติดจากอาหารเลี้ยงวัวที่ประกอบด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์อื่น ซึ่งจริงๆ แล้วก็

เป็นการฝืนธรรมชาติ เนื่องจากวัวเป็นสัตว์กินพืช แต่ไปบังคับให้มันกินเนื้อสัตว์จนเกิดโรคร้ายขึ้น ดัง

นั้นถ้ามีการควบคุมการใช้อาหารสัตว์อย่างเข้มงวด น่าจะกำจัดโรควัวบ้าให้หมดสิ้นไปได้
 

 

 

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

161 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

หินปูน

6 มิถุนายน 2556 3.201

หลายคนสงสัยว่าหินปูนในปากที่เกาะอยู่บนตัวฟันเกิดขึ้นได้อย่างไร หินปูนที่เกิดขึ้นในปาก ไม่เหมือนกับหินปูนตรงส่วนอื่นของร่างกาย เพราะหินปูนนี้ เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามตัวฟันเป็นคราบเหนียวสีขาวขุ่น

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

17 กุมภาพันธ์ 2557 184.172

การป้องกันเสริมสร้างสุขภาพ เป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพ เพราะได้ผล และประหยัดที่สุด สุขภาพที่ดี คือ ดีทั้งทางกาย และใจ

เยื้อหุ้มสมองอักเสบ (Meningtis)

31 กรกฎาคม 2560 1.467

เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบบริเวณเยื้อหุ้มสมองและเยื้อหุ้มไขสันหลัง โดยมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อ ทั้งที่เป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส และวัณโรคแล้ว อาจมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การบาดเจ็บ มะเร็ง สารเคมี

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ