โพสต์ 5 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,887 Views

โรคปวดกล้ามเนื้อหลังMusculotendinous Strain ตอนที่ 3

โรคปวดกล้ามเนื้อหลังMusculotendinous Strain ตอนที่ 3

ปวดหลัง-ปวดเอว เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน จากสถิติมนุษย์ร้อยละ 80 เคยมีประสบการณ์การปวดหลัง-ปวดเอว อาการปวดจะแสดงได้ต่างๆกัน บางท่านอาจปวดเฉพาะบริเวณหลัง หรือกระเบนเหน็บ หรือบางท่านอาจปวดหลังและร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างและมีอาการชาร่วมด้วยจนเดินไม่ได้ก็มี หลังที่สมบูรณ์แข็งแรงจะยืดหยุ่นและไม่ปวดมีการทำงานของระบบโครงสร้าง คือ กระดูกสันหลังหมอนรองกระดูกกล้ามเนื้อและเอ็นอย่างเหมาะสมและปกป้องอันตรายไม่ให้เกิดกับประสาทไขสันหลัง

สาเหตุอาการปวดหลัง

1.  การใช้กิริยาท่าทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันไม่ถูกต้อง

2.  ความเสื่อมของกระดูก และข้อจากวัยที่สูงขึ้น

3.  ขาดการออกกำลังกาย หรือมีการเคลื่อนไหวที่จำกัด

4.  ความผิดปกติของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด เช่น หลังคด หลังแอ่น

5.  การมีการอักเสบ หรือติดเชื้อ เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง

6.  การได้รับอุบัติเหตุ เช่น ตกจากที่สูง

7.  การมีเนื้องอกของประสาทไขสันหลัง หรือมะเร็งที่แพร่กระจายมายังกระดูกสันหลัง

8.  อาการปวดร้าวมายังหลังจากโรคของอวัยวะในระบบอื่นๆ เช่นนิ่วในไต เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน

9.  ปัญหาที่ทำให้เกิดความตึงเครียด และความวิตกกังวลในชีวิต

การป้องกันอาการปวดหลัง

1.  เรียนรู้การใช้กิริยาท่าทางที่ถูกต้องในชีวิตประจำวัน

2.  หลีกเหลี่ยงการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน

3.  หลีกเหลี่ยงการใช้แรงงานมากๆ และรู้ถึงขีดจำกัดกำลังของตัวเองในการยกของหนัก

4.  ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วนซึ่งทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวต้องรับน้ำหนักมากโดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์สำหรับร่างกายให้ครบทุกประเภท

5.  บำรุงรักษาสุขภาพร่างกายทั่วไปให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอร่วมกับการออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ รำมวยจีนจะช่วยลดอาการปวดหลังจากการทำงาน

6.  ออกกำลังบริหารร่างกาย ป้องกันอาการปวดหลังอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม้ในปัจจุบันยังไม่มีอาการปวดหลัง

7.  ปรึกษาแพทย์ และรับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มมีอาการ หรือสังเกตุเห็นความผิดปกติ

การบริหารร่างกายป้องกันอาการปวดหลัง

1.  ประโยชน์

o  ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวไม่เกร็ง และแข็งแรงอยู่เสมอ

o  กระดูกและข้อเสื่อมช้าลง

2.  หลักการ

o  เป็นการออกกำลังบริหารร่างกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หน้าท้อง หลัง สะโพก และต้นขา และเพื่อยึดกล้ามเนื้อด้านหลังของหลังและขา

o  ควรออกกำลังบริหารด้วยความตั้งใจ ทำช้าๆ ไม่หักโหมบริหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น และในแต่ละท่าการบริหารทำประมาณ 10 ครั้ง

o  ท่าบริหารท่าใดท่าที่ทำแล้วมีอาการปวดหลังมากขึ้น ให้งดทำในท่านั้นๆ

3.  ท่าการบริหารป้องกันอาการปวดหลัง ท่านเตรียมบริหาร นอนหงายบนที่ราบ ศรีษะหนุนหมอน ขาเหยียดตรง มือวางข้างลำตัว

o  ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อด้านหลังของขา เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้น และวางเท้าราบกับพื้นส่วนขาอีกข้างหนึ่งเหยียดตรงวางราบกับพื้นยกขาที่เหยียดตรงนี้ขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่ยกได้โดยแผ่นหลังแนบกับพื้นตลอดเวลาไม่เคลื่อนไหว แล้วจึงค่อยๆวางขานี้ลงราบกับพื้นเหมือนเดิม พักสักครู่ ทำประมาณ 10 ครั้งแล้วจึงสลับบริหารขากอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน

o  ท่าที่ 2 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และสะโพก และลดความแอ่นของหลัง เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าทั้งสองข้างขึ้นวางเท้าราบกับพื้น หายใจเข้าและออกช้าๆ พร้อมกับแขม่วหน้าท้องกดหลังให้ติดแนบกับพื้น และเกร็งกล้ามเนื้อก้น (ขณะเกร็งกล้ามเนื้อก้น ก้นจะยกลอยขึ้น) ทำค้างไว้นานนับ 1-5 หรือ 5 วินาที และจึงคล้าย พักสักครู่ และทำใหม่ในลักษณะเดียวกัน 10 ครั้ง

o  ท่าที่ 3 ยืดกล้ามเนื้อหลัง เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าทั้งสองข้างเอามือกอดเข่าเข้ามาให้ชิดอกและยกศรีษะเข้ามาให้คางชิดเข่า ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลายพักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ในลักษณะเดียวกัน ทำประมาณ 10 ครั้ง

o  ท่าที่ 4 ยืดกล้ามเนื้อสะโพก เริ่มในท่าเตรียมบริหาร เอามือกอดเข่าข้างหนึ่งเข้ามาให้ชิดอกพร้อมกับขาอีกข้างเหยียดตรงเกร็งแนบกับพื้น ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ทำประมาณ 10 ครั้งแล้วจึงสลับบริหารขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน

o  ท่าที่ 5 ยืดกล้ามเนื้อสีข้าง เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้นหันเข้าด้านในของลำตัวพร้อมกับใช้สันเท้าของอีกขาหนึ่งกอดเข่าที่ตั้งให้ติดพื้นโดยที่ไหล่ทั้งสองข้างติดพื้นตลอดเวลา ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลายพักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ ทำประมาณ 10 ครั้งแล้วจึงสลับบริหารขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน

สรุป

อาการปวดหลังสามารถป้องกันได้ในบางสาเหตุร่วมกับการบริหารร่างกายป้องกันอาการปวดหลังการรักษาในบางสาเหตุได้ผลมากน้อยเพียงไร ขึ้นกับปัจจัยส่งเสริมหลายๆ ประการการรักษาที่ถูกวิธีกับแพทย์เป็นสิ่งดีที่สุดสำหรับท่านขอให้ท่านมีสุขภาพหลังที่แข็งแรงอยู่เสมอ

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

หยุดออกกำลังกายทันทีในกรณีใดบ้าง?

17 กุมภาพันธ์ 2557 5.573

ไม่ว่าท่าน จะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเพียงใด หรือท่านเล่นกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่งติดต่อกันมาเป็นเวลานาน โดยไม่มีปัญหาอะไรเลยก็ตาม ท่านจะต้องทราบอาการที่อาจเกิดขึ้น กับตัวท่านเมื่ออยู่ในสภาวะที่ส่อแสดงถึงภยันตราย ที่อาจจะร้ายแรงและกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวท่าน

ไข้เลือดออก

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.030

ไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง และมียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบบ่อยในเด็กอายุ 5-10 ปี ระยะแรกมักมีอาการไข้สูง 3-7 วัน ร่วมกับอาการอาเจียน ปวดท้อง ไม่มีอาการหวัดเด่นชัด และอาจมีเลือดออกตามอวัยวะต่าง ๆ

โรคไข้หวัดใหญ่

2 สิงหาคม 2556 6.128

โรคไข้หวัดใหญ่จะมีการระบาดในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาว และในทุกๆ 10 – 40 ปี อาจมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ไปทั่วโลก ซึ่งจะทำให้ผู้คนล้มตายจำนวนมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ และเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ