โพสต์ 8 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 50,492 Views

เนื้องอกของต่อมน้ำลาย

เนื้องอกของต่อมน้ำลาย

นอกจากปัญหานิ่วในท่อน้ำลายแล้ว เนื้องอก ก็เป็นโรคที่เป็นปัญหากับต่อมน้ำลายเช่นเดียวกัน

เนื้องอกของต่อมน้ำลาย มีทั้งแบบไม่ร้าย และเนื้องอกแบบร้าย หรือที่เรียกกันว่า เป็นมะเร็งนั่นเอง จากอุบัติการณ์พบว่า ต่อมน้ำลายที่มีขนาดเล็ก จะมีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่ามีหลักในการจำง่ายๆ คือ ต่อมน้ำลายหน้าหู ซึ่งเป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุดมีโอกาสเป็นมะเร็ง 1 สลึง หรือ 25% ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรมีโอกาสเป็นมะเร็ง 50 สตางค์ หรือ 50% และต่อมน้ำลายใต้ลิ้นมีโอกาสเป็นมะเร็งประมาณ 3 สลึง คือประมาณ 75%

อาการที่สำคัญของเนื้องอก ก็คือการมีก้อนบริเวณต่อมน้ำลาย ซึ่งมักค่อยๆ โตขึ้น และมักไม่ค่อยมีอาการอะไรผู้ป่วยอาจคลำพบก้อนโดยบังเอิญ หรือมีคนทักหรือไปรับการตรวจร่างกายประจำปีแล้วพบ ในบางราย อาจมาด้วยอาการต่อมน้ำลายอักเสบ จากการที่ก้อนอุดกั้นทางเดินน้ำลาย เมื่อต่อมน้ำลายยุบบวม จึงตรวจพบก้อน

เมื่อพบก้อนที่ต่อมน้ำลาย แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจการทำงานของเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องบางกรณี อาจทำการเจาะดูดเพื่อเอาเซลไปตรวจ (การเจาะดูดเซลไปตรวจในบริเวณต่อมน้ำลาย มีข้อจำกัด) หรือบางครั้งอาจต้องทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจหาขอบเขตของก้อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจและความเห็นของแพทย์ที่ดูแลอยู่

ปกติถ้าพบก้อนที่ต่อมน้ำลาย แพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัด เป็นทั้งการรักษาและเป็นวิธีที่สามารถให้การวินิจฉัยได้แม่นยำทีสุดจากการได้เนื้อเยื่อมาตรวจ

การผ่าตัดเนื้องอกบริเวณต่อมน้ำลายหน้าหู จำเป็นต้องลงแผลค่อนข้างยาวเนื่องจากมีความจำเป็นต้องเข้าไปหาเส้นประสาทที่มาเลี้ยงใบหน้าและเก็บไว้ให้กับผู้ป่วย หากเกิดอันตรายกับเส้นประสาทเส้นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อที่แสดงอารมณ์ของใบหน้าทำงานผิดปกติ เช่น ปิดตาไม่สนิทปากเบี้ยวเวลายิ้มหรือทำปากจู๋ ซึ่งอาจเป็นชั่วคราว (ประมาณ 1-2 เดือน)หรือเป็นแบบถาวร ในกรณีที่ช้ำมาก หรือถูกตัดขาดเป็นต้นสำหรับโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดเนื้องอกของต่อมน้ำลายจะกล่าวในตอนต่อไป

หากเป็นเนื้องอกของต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร ก็แนะนำให้ตัดออกเช่นเดียวกัน โดยจะลงแผลบริเวณใต้ขากรรไกร ความยาวประมาณ 4-5 ซม. แล้วเข้าไปตัดเนื้องอกออก บริเวณนี้จะมีเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงมุมปากรวมทั้งเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ลิ้นซึ่งต้องทำการผ่าตัดด้วยความระมัดระวัง

หลังการผ่าตัด แพทย์จะส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา หากเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม แต่หากโชกไม่ดีเป็นเนื้องอกชนิดร้ายหรือเป็นมะเร็ง การรักษาขั้นตอนต่อไปจะขึ้นกับชนิดของเซลมะเร็ง บางชนิด อาจไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมใช้ติดตามการรักษา ก็เพียงพอ บางชนิดจำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อนำต่อมน้ำลายที่เหลือออกให้หมดหรืออาจจำเป็นต้องตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอออกทั้งหมดด้วย นอกจากนี้แล้วอาจจำเป็นต้องให้การรักษาเพิ่มเติมด้วยการให้รังสีรักษาหรือให้เคมีบำบัดเพิ่มเติมอีกด้วย

เห็นอย่างนี้แล้ว หากมีก้อนที่บริเวณแก้ม ใต้คาง รีบไปตรวจกับแพทย์ อย่านิ่งนอนใจนะครับ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรค หู คอ และ จมูก

11 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลิ-ปิ-ทอร์ (Lipitor)

6 มิถุนายน 2556 3.195

ลิ-ปิ-ทอร์ (Lipitor) เป็นยาลดไขมันที่ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา จัดเป็นยาค่อนข้างใหม่ที่มีราคาแพง (ถึงแพงมาก) การใช้ยานี้จำเป็นต้องใช้เวลานานพอสมควร เพื่อติดตามผลการรักษาและประสิทธิภาพของยา

การป้องกันโรคบาดทะยัก

1 สิงหาคม 2556 5.465

การป้องกันโรคบาดทะยัก แม้โรคบาดทะยัก (tetanus) จะมีวัคซีนป้องกัน แต่ปัจจุบันประเทศไทยก็ยังพบผู้ป่วยอยู่เรื่อยๆ และมีแนวโน้มว่าจะพบในผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ป่วยบางรายเพียงแค่โดนเข่งบาดมือ ก็เป็นโรคบาดทะยักได้

เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Faciitis)

1 กรกฎาคม 2556 5.316

ภาวะปวดส้นเท้าในคนทั่วๆ ไป และในผู้ที่เล่นกีฬา (รวมทั้งนักกีฬาทั้งสมัครเล่นและนักกีฬาอาชีพ) เกิดขึ้นได้บ่อยๆ จนต้องมาพบแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือแพทย์เกี่ยวกับโรคกระดูก กล้ามเนื้อและข้อต่อ เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำ ซึ่งภาวะเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื้อรัง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ