โพสต์ 22 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,598 Views

อุปนิสัยในการขับถ่ายที่ดี

อุปนิสัยในการขับถ่ายที่ดี

ทำไมเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีอุปนิสัยที่ดีในการขับถ่ายปัสสาวะ

          เพราะ เหตุว่าอุปนิสัย หรือความเคยชินในการขับถ่ายปัสสาวะที่ผิดปกติ จะนำไปสู่การสูญ

เสียสมรรถภาพในการควบคุมระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะ ทำให้การเก็บ และขับถ่ายปัสสาวะ

ผิดปกติไปด้วย

 

การขับถ่ายปัสสาวะที่ปกติเป็นอย่างไร

          ใน ภาวะปกติ การที่เราจะเก็บหรือกลั้นปัสสาวะไว้ได้นั้น จะต้องขึ้นอยู่กับสรีระการทำงาน

ของกระเพาะปัสสาวะกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะ และกล้ามเนื้อช่องเชิงกราน ซึ่งมีระบบประสาท

จากแกนประสาทไขสันหลัง ซึ่งได้รับการควบคุมจากศูนย์ขับถ่ายปัสสาวะในสมอง กระเพาะปัสสาวะโดยทั่วไปในผู้ใหญ่จะเก็บปัสสาวะไว้ได้เต็มที่ประมาณ 300-400 ซีซี โดยที่เราจะเริ่มมีความรู้สึกปวดปัสสาวะเล็กน้อย เมื่อมีปัสสาวะ 150-200 ซีซี ซึ่งจะยังเก็บกลั้นปัสสาวะไว้ได้จนกระทั่งมีความรู้สึกปวดเต็มที่จึงไป ปัสสาวะออก ในระหว่างนี้จะไม่มีอาการปัสสาวะเล็ดราด โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะศูนย์ควบคุมปัสสาวะในระดับสมองจะช่วยทำให้เราสามารถเก็บกลั้นปัสสาวะ ไว้ได้ตามที่เราต้องการ จนกว่าเราจะเลือกถ่ายปัสสาวะออกในเวลา และในสถานที่ หรือห้องน้ำที่เหมาะสม เราจะถ่ายปัสสาวะโดยความรู้สึกหย่อนไม่เกร็งบริเวณกล้ามเนื้อหูรูด หรือกล้าม เนื้อช่องเชิงกราน ไม่ถึงกับต้องออกแรงเบ่งช่องท้อง กระเพาะปัสสาวะจะบีบตัว และขับถ่ายปัสสาวะออกได้เป็นสายปัสสาวะที่ไม่ขัด ไม่มีความรู้สึกว่าปัสสาวะเหลือตกค้าง เมื่อถ่ายปัสสาวะเสร็จการสร้างอุปนิสัยที่ดีในการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ ดังเช่นที่กล่าวมานี้จะช่วยให้เราสามารถเก็บปัสสาวะไว้ได้นาน 2-3 ชั่วโมง และถ่ายปัสสาวะออกได้คล่อง ซึ่งจะสามารถใช้เวลาทำกิจกรรม และภารกิจต่าง ๆ ได้ตามปกติวิสัย และเป็นอุปนิสัยที่ดีแม้ว่าเราจะมีอายุมากขึ้นก็ตาม

อุปนิสัยที่ดีในการขับถ่ายปัสสาวะจะสร้างได้อย่างไร  ท่านสามารถฝึกหัดได้โดยใช้หลักง่าย ๆ

5 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1  ควบคุมปริมาณน้ำดื่มให้พอควร

  • ดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 6-8 แก้ว (1,500-2,000 ซีซี)
  • ลดปริมาณสารคาเฟอีน โดยไม่ดื่มกาแฟ น้ำอัดลม น้ำชา มากเกินไป
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากทำให้ปัสสาวะมากขึ้น และสมองควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้ลำบาก

ขั้นตอนที่ 2 ฝึกหัดเข้าห้องน้ำอย่างถูกต้อง

  • ใช้เวลาเต็มที่เมื่อถ่ายปัสสาวะ ไม่ต้องรีบร้อน
  • ให้แน่ใจว่าคุณถ่ายปัสสาวะออกจนเกลี้ยงทุกครั้ง
  • ในเพศชายยืน เพศหญิงนั่ง นั่งลึก ๆ แยกขากออกให้ปัสสาวะออกได้สะดวกดีกว่านั่งหนีบขาไว้
  • หลีก เลี่ยงการเข้าห้องน้ำโดยบังเอิญบ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ปวดปัสสาวะ เพราะทำให้กระเพาะปัสสาวะเล็ก เข้าห้องน้ำเมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มเท่านั้น
    (หมาย เหตุ : ยกเว้นก่อนนอน หรือเมื่อจะออกเดินทางไปธุระ เพราะอาจจะพบปัญหาการจราจรติดขัด จะหาห้องน้ำไม่ได้สะดวก ควรถ่ายปัสสาวะทิ้งก่อนเป็นการเตรียมตัวที่ดี)

ขั้นตอนที่ 3 ฝึกหัดการขับถ่ายอุจจาระ โดยให้เป็นเวลาที่สม่ำเสมอ และระวังอย่างให้ท้องผูก

ขั้นตอนที่ 4 หมั่นดูแลกล้ามเนื้อหูรูดช่องเชิงกราน

  • ฝึกหัดกล้ามเนื้อหูรูด และกล้ามเนื้อช่องเชิงกรานตามสมควร
  • ลดความอ้วน เพราะน้ำหนักส่วนเกินเป็นการเพิ่มภาระแรงหนักให้กับกล้ามเนื้อช่องเชิงกราน

ขั้นตอนที่ 5 ปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อท่านมีปัญหาหรือไม่เข้าใจ

อะไรคือสัญญาณเตือนว่าจะเริ่มมีปัญหาในการขับถ่ายปัสสาวะ

          อาการ เหล่านี้คือสิ่งผิดปกติ ปัสสาวะราด ปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ จามหรือออกแรงเบ่ง ปวด

กลั้นไปห้องน้ำแทบไม่ทัน ปัสสาวะรดที่นอนในเด็ก 4 ขวบขึ้นไป ปัสสาวะบ่อยเก็บได้ไม่ถึง 2 ชั่วโมง แต่ละครั้งออกไม่ถึง 200 ซีซี ปัสสาวะมีสีแดงเป็นเลือด เริ่มปัสสาวะต้องรออยู่นานกว่าจะออก ออกไม่สะดวกต้องเบ่ง สายปัสสาวะเล็ก ขาดตอนเป็นช่วง ๆ และมีความรู้สึกว่าปัสสาวะเหลือค้าง

 

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

167 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การดูแลตัวเมื่อเป็นโรคตับ

2 สิงหาคม 2556 3.473

การดูแลตัวเมื่อเป็นโรคตับ ตับ เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญต่างๆ เช่น สร้างพลังงาน หรือสร้างสารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย

ปวดหลัง

6 มิถุนายน 2556 2.099

ปวดหลังเป็นปัญหาที่พบบ่อยในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายได้ด้วยการนอนพัก หรือการใช้ยาร่วมด้วย มีบางส่วนที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง

ถาม-ตอบ เราจะติดเอดส์ได้จากไหนบ้าง

8 สิงหาคม 2556 370.909

เอดส์ ไม่ได้ติดกันง่ายๆ อย่างที่เข้าใจกัน ขนาดไปยุ่งกับคนมีเชื้อเอดส์ก็ไม่ได้แปลว่า จะต้องติดเสมอไปมันมีปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ปริมาณไวรัส (Viral Load) ถ้าสิ่งสัมผัสนั้นมีปริมาณไวรัสมาก โอกาสติดเชื้อมาก ถ้ามีไวรัสน้อยโอกาสติดเชื้อน้อย

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ