โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 4,126 Views

สเต็มเซลล์ของระบบประสาทเป็นอย่างไร

สเต็มเซลล์ของระบบประสาทเป็นอย่างไร

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าเซลล์สมองของหนูในส่วนฮิปโปแคมปัสและอัลแฟคตอรีบัลบ์ สามารถแบ่งตัว

เป็นเซลล์ประสาทตัวใหม่ได้ การค้นพบครั้งนั้นเกิดขึ้นมานานกว่าสามสิบปีแล้ว แต่ความเชื่อเดิมที่ว่า

เซลล์ประสาทไม่สามารถแบ่งตัวได้ ทำให้แนวความคิดนี้ไม่ได้รับการยอมรับอยู่เป็นเวลานาน จน

กระทั่งงานวิจัยพิสูจน์แน่ชัดว่าสเต็มเซลล์ของระบบประสาทสามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์

สำคัญของระบบประสาทสามชนิดคือ นิวโรนหรือเซลล์ประสาท เซลล์ชนิดแอสโตรซัยท์ และเซลล์

ชนิดโอกิโกเดนโดรซัยท์

 

ปัจจุบันเป็นที่ทราบดีว่าสเต็มเซลล์ของระบบประสาทนั้นมีอยู่จริง ทั้งในเนื้อเยื่อสมองของทารกในครรภ์

และในสมองของผู้ใหญ่ สเต็มเซลล์เหล่านี้สามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆของระบบ

ประสาทมากมายหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่นเซลล์ต้นแบบของเซลล์ประสาท ที่เรียกว่า นิวโรบลาสต์

สามารถแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ประสาทหรือนิวโรนซึ่งมีหลายชนิดแตกต่างกันไปตามการทำ

หน้าที่ในส่วนต่างๆของสมอง ในขณะที่สเต็มเซลล์ที่ให้กำเนิดเกลียลเซลล์ มีความสามารถที่จะแบ่งตัว

และพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดแอสโตรซัยท์และโอลิโกเดนโดรซัยท์ แอสโตรซัยท์เป็นเกลียลเซลล์ชนิด

หนึ่ง ทำหน้าที่ช่วยเซลล์ประสาททั้งการคงรูป และเป็นหน่วยเมตาบอลิกที่สำคัญของเซลล์ประสาทหรือ

นิวโรน เซลล์ชนิดแอสโตรซัยท์มีมากถึงร้อยละ 70-80 ของเซลล์ในระบบประสาททั้งหมดส่วนโอลิโก

เดนโดรซัยท์ทำหน้าที่สร้างสารมัยอีลิน ซึ่งเป็นสารไขมันที่ห่อหุ้มแอกซอน ช่วยเพิ่มความสามารถใน

การนำกระแสประสาท

ในภาวะปกติ สเต็มเซลล์ชนิดนิวโรนอลจะไม่สามารถพัฒนาไปเป็นเกลียลเซลล์ได้เลย ในขณะเดียวกัน

เซลล์ต้นกำเนิดเกลียลเซลล์ก็จะไม่สามารถพัฒนาไปเป็นนิวโรนได้เช่นกัน ในทางตรงกันข้ามสเต็ม

เซลล์ของระบบประสาทของทารกในครรภ์และของสมองผู้ใหญ่สามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปเป็นนิว

โรน แอสโตรซัยท์ และโอลิโกเดนโดรซัยท์ได้ทั้งสามชนิด ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยที่สำคัญสองประการ

 

 

  • ประการแรก คือ สัญญาณที่สเต็มเซลล์เหล่านั้นได้รับ
  •  
  • ประการที่สอง คือ สภาพแวดล้อมภายในเนื้อเยื่อสมองซึ่งเป็นสภาพสามมิติ

 

 

 

ขณะนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าในเนื้อเยื่อสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดมีสเต็มเซลล์อยู่จริงแต่

ที่ยังไม่ทราบคำตอบที่ชัดเจน คือ เรื่องของชนิดและปริมาณของกลุ่มสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่

มีอยู่ภายในเนื้อเยื่อสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมทั้งความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันของสเต็มเซลล์ใน

แต่ละกลุ่ม ตลอดจนการทำหน้าที่ของแต่ละกลุ่มที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไป ข้อจำกัดในการ

ศึกษาสเต็มเซลล์ของระบบประสาทประการหนึ่งคือยังไม่สามารถระบุชนิดของเซลล์ที่มีอยู่ในร่างกาย

ได้ทางห้องปฏิบัติการยังจำเป็นต้องแยกเซลล์และทดสอยในหลอดทดลอง ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้

คุณสมบัติบางประการของสเต็มเซลล์เหล่านั้นเปลี่ยนไป

 

 

สเต็มเซลล์ของระบบประสาทถือว่าเป็นสเต็มเซลล์จ

ากร่างกายที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอย่างหนึ่ง สเต็มเซลล์จากร่างกายเป็นสเต็มเซลล์ที่ไม่ได้ทำ

หน้าที่เฉพาะเจาะจงที่พบในอวัยวะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วภายในอวัยวะแต่ละชนิดจะประกอบได้ด้วย

เซลล์ของอวัยวะนั้นที่ทำหน้าที่เฉพาะอย่างสเต็มเซลล์จากร่างกายที่อยู่ในอวัยวะนั้นๆ จึงยังคงสามารถ

แบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ และพัฒนาดิฟเฟอเรนชิเอทไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้บทบาทของ

สเต็มเซลล์จากร่างกายในร่างกายสิ่งมีชีวิตที่สำคัญคือการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอหรือเสียหายไป ข้อ

แตกต่างที่สำคัญระหว่างสเต็มเซลล์จากร่างกายกับสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนคือกำเนิดหรือที่มาของเซลล์

 

เหล่านั้น โดยสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมีกำเนิดมาจากกลุ่มเซลล์ด้านในของบลาสโตซิสต์ ในขณะที่สเต็ม

เซลล์จากร่างกายนั้นยังไม่ทราบแน่นอนว่ามีกำเนิดมาจากที่ใด

 

งานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์จากร่างกายสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งเมื่อนักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบสเต็มเซลล์จากร่างกายในเนื้อเยื่อมากมายหลายชนิด ซึ่ง

มากกว่าที่เคยทราบกันมาก่อน และบางอย่างก่อนหน้านี้ไม่เชื่อว่าจะพบสเต็มเซลล์ด้วยซ้ำไป การค้น

พบเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญเพื่อจะพยายามนำ สเต็มเซลล์จากร่างกายไปใช้ในการปลูกถ่ายเข้า

สู่ร่างกายผู้ป่วย จริงๆแล้ว สเต็มเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ถูกนำมาใช้ในการปลูกถ่ายตั้งแต่เมื่อ

ประมาณ 30 ปีที่แล้ว ระยะหลังมานี้ก็พบว่าสเต็มเซลล์จากร่างกายอีกหลายชนิดมีความสามารถพัฒนา

ดิฟเฟอเรนชิเอทไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะได้เช่นกันสิ่งสำคัญคือ ต้องกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการที่

ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมสเต็มเซลล์จากร่างกายที่เพาะเลี้ยงในห้อง

ปฎิบัติการให้สามารถดิฟเฟอเรนชิเอทไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเซลล์

เหล่านั้นสามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ได้หลายชนิด โดยเฉพาะบรรดาโรคร้ายแรงที่พบได้

บ่อยๆ

 

 

 

ประวัติความเป็นมาของงานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์จากร่างกาย เริ่มต้นเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว นัก

วิทยาศาสตร์พบว่าภายในเนื้อเยื่อไขกระดูกประกอบไปด้วยสเต็มเซลล์อย่างน้อยสองชนิดด้วยกันสเต็ม

เซลล์ชนิดแรกเป็นเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ได้แก่ เม็ดเลือด

แดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ส่วนสเต็มเซลล์ชนิดที่สองทีอยู่ภายในไขกระดูกเป็นชนิดสโตรมัล

เซลล์ซึ่งถูกค้นพบสองสามปีต่อมา สโตรมัลเซลล์ประกอบไปด้วยส่วนผสมของเซลล์ต้นกำเนิดกระดูก

 

เซลล์ต้นกำเนิดกระดูกอ่อน เซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ไขมัน และเซลล์ต้นกำเนิดเนื้อเยื่อเส้นใยประสาน

หรือไฟเบอร์ต่อมาไม่นานนักในช่วงทศวรรษ 1960 เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งค้นพบสเต็ม

เซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ประสาท โดยทำการทดลองศึกษาวิจัยในหนูทดลอง สามารถค้นพบส่วนของ

สมองหนู 2บริเวณที่มีสเต็มเซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ประสาท การค้นพบครั้งนั้นขัดแย้งกับความรู้เดิมที่เชื่อ

กันว่าเซลล์ประสาทไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ก็ยังคงเชื่อว่าเซลล์

ประสาทไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้และดูเหมือนจะไม่ค่อยยอมรับกับผลงานวิจัยชิ้นนั้น จนกระทั่งราว

สามสิบปีต่อมา ทฤษฏีว่าด้วยสเต็มเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์ประสาทถึงได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจน

และเป็นที่ยอมรับในที่สุดปัจจุบันพบว่าสเต็มเซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง

ประกอบไปด้วยเซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ประสาท และเซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ชนิดแอสโตรซัยท์และโอลิโก

เดนโดรซัยท์

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

161 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฉลองปีใหม่อย่างไร ไม่ให้ทำลายสุขภาพ

6 มิถุนายน 2556 4.187

สำหรับเทศกาลคริสต์มาสหรือปีใหม่ที่ใกล้เข้ามานี้ เชื่อว่าหลายท่านคงเตรียมตัววางแผนเฉลิมฉลอง กลับบ้านต่างจังหวัด เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ เพราะเป็นวันหยุดต่อเนื่องหลายวัน ฉลองปีใหม่อย่างไร ไม่ให้ทำลายสุขภาพ

ASTHMA

27 สิงหาคม 2556 5.098

ASTHMA At the end of the last year, you may have heard the sad news of the Thai star “Off - Apichat Paupimon”, who died from asthma – a condition he had since he was young. The comedian “Dee-dokmadun”, is now also suffering from asthma in the ICU.

การลดการกดของหมอนรองกระดูกโดยการใช้เข็มความถี่สูง

3 สิงหาคม 2556 2.558

การลดการกดของหมอนรองกระดูกสันหลัง โดยการใช้เข็มคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่เรียกว่า Radio Frequency วัตถุประสงค์ของการใช้การรักษาโดยวิธีนี้ เพื่อที่จะทำให้เกิดการยุบตัว และการลดขนาดของหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่มีผลลดแรงกดที่เส้นประสาท

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ