โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 6,422 Views

รำมวยจีน (ไท้เก๊ก)

ไท้เก๊ก

เป็นศิลปะที่มีรากฐานมาจากเมืองจีน ที่เน้นเรื่องการเคลื่อนไหวเกือบทุกส่วนของร่างกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตลอดเวลา มีความช้าอยู่ในตัว รำโดยไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ การหายใจก็เป็นไปตามปกติ มีลักษณะของความต่อเนื่องจากท่าแรกจนท่าสุดท้าย เป็นลักษณะของการนำเอาพลังของร่างกายและจิตใจมาผสานกัน เนื่องจากผู้ที่ฝึกจะต้องมีสมาธิในการรำ มีการกำหนดสายตาตามท่าทางตลอดตั้งแต่ต้นจนจบการฝึก

บรมครูของไท๊เก็ก คือ เตียซำฮง นักบุญในลัทธิเต๋า ได้แสวงหาสัจจธรรมโดยบำเพ็ญพรตอยู่กับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ และค้นพบหลักการอ่อนตามกัน ซึ่งเป็นหลักสำคัญของไท๊เก็ก ส่วนการคิดท่ารำนั้น ได้อาศัยหลักการต่อสู้ของงูที่ต่อสู้กับดุเหว่า ซึ่งเน้นถึงการเคลื่อนไหวร่างกายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ

ไท๊เก็ก จะมีท่ารำอยู่ 128 ท่า ใช้เวลาในการรำประมาณ 15 นาที ขึ้นอยู่กับผู้ฝึกจะรำช้าหรือเร็วเพียงใด และฝึกได้ทุกเพศทุกวัย

สำหรับประโยชน์ของไท๊เก็กที่ผู้ฝึกจะได้ คือ เป็นเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนต่างๆ ข้อต่อไม่ติดขัด การทำงานของระบบหัวใจและการหายใจดีขึ้น ซึ่งรวมกันแล้วก็คือสุขภาพกายสมบูรณ์ดียิ่งขึ้น ส่วนสุขภาพจิตก็ได้ในแง่ของการฝึกให้มีสมาธิที่ใช้ในการรำต่อเนื่องกันตลอดเวลา

เราต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถสอนท่ารำไท๊เก็กทางโทรศัพท์ได้ ท่านที่สนใจกรุณาสอบถามจากผู้รู้ หรือทุกๆ เช้าท่านแวะไปเยี่ยมชมดูก่อนได้ที่สวนลุมพินีนะคะ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้อง Microscope

3 สิงหาคม 2556 4.078

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องจุลศัลยกรรม หรือกล้องไมโครสโคป (Microscopic Discectomy) เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ยอมรับกันในต่างประเทศว่าเป็นเทคนิคที่มาตรฐานและสามารถใช้ในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังที่ทับเส้นประสาทได้อย่างได้ผลเป็นอย่างดี

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง Musculotendinous Strain ตอนที่ 2

17 สิงหาคม 2556 3.012

การป้องกันโรคปวดกล้ามเนื่อหลัง โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลัง กล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ และนอนบนที่นอนแข็ง โรคปวดหลังป้องกันได้ไม่ยาก

ทดสอบสมรรถภาพทางกาย (ตอนที่ 2)

7 มิถุนายน 2556 7.447

ต่อจาก ทดสอบสมรรถภาพทางกาย (ตอนที่ 1)

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ