โพสต์ 3 ส.ค. 56 ปรับปรุง 22 ม.ค. 63 53,005 Views

ระบบโครงกระดูกของมนุษย์

ระบบโครงกระดูกของมนุษย์ (skeletal system) 

มีวิวัฒนาการมาอย่างสลับซับซ้อน แต่หลักฐานจากการศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบพบว่าสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดล้วนมีพัฒนาการของระบบโครงกระดูกที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เป็นตัวอ่อนหรือเอ็มบริโอเมื่อแรกคลอดทารกมีกระดูกทั้งหมดประมาณ 350 ชิ้นหลังจากนั้นจะเริ่มมีการเชื่อมติดกันของกระดูกบางชิ้นจนกระทั่งเมื่อเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ร่างกายมนุษย์จะมีกระดูกรวมกันทั้งสิ้น 206 ชิ้น ในบรรดากระดูกทั้งหมด 206 ชึ้น พบว่าเป็นส่วนกะโหลกศีรษะ 21 ชิ้น (รวมกระดูกขากรรไกรบนด้วย)กระดูกฆ้อน-ทั่ง-โกลนในหูชั้นกลางสองข้างรวม 6 ชิ้น กระดูกขากรรไกรล่าง 1 ชิ้น กระดูกไฮออยด์อยู่ทางด้านหน้าของคอ 1 ชิ้นกระดูกสันหลังตลอดทั้งแนวรวมทั้งสิ้น 26 ชิ้น กระดูกซี่โครงสองข้างรวมกัน 24 ชิ้น กระดูกอก 1 ชิ้น กระดูกของทั้งสองแขนรวมกัน 64 ชิ้นและกระดูกของทั้งสองขารวมกัน 62 ชิ้น

กระดูกทั้งหมดจัดเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือเป็นกระดูกแกนกลางของร่างกาย เรียกว่า axial joints ได้แก่ กระโหลกศีรษะ กระดูกไฮออยด์ กระดูกอก กระดูกซี่โครง และกระดูกสันหลัง เป็นต้น ส่วนกระดูกแขน-ขา กระดูกของข้อไหล่และกระดูกเชิงกรานจัดเป็นส่วนรยางค์หรือนิยมเรียกว่า peripheral (appendicular) joints กระดูกต้นขาเป็นกระดูกที่ยาวที่สุดในร่างกายมีความยาวประมาณหนึ่งในสี่ของความสูงทั้งหมด กระดูกของแขน-ขา เช่น ต้นแขนต้นขา หน้าแข้ง ท่อนแขน จัดเป็นกระดูกที่มีความยาวมากกว่าความกว้างเรียกว่ากระดูกชนิดยาวหรือ long bones ส่วนกระดูกข้อมือ-ข้อเท้าเป็นตัวอย่างของกระดูกชนิดสั้นที่เรียกว่า short bones ลักษณะทั่วไปเป็นรูปลูกบาศก์ มือซ้ายและมือขวามีกระดูกชนิดสั้นข้างละ 27 ชิ้น กระดูกที่สั้นที่สุดในร่างกายคือกระดูกรูปโกลนในหูชั้นกลางกระดูกรูปโกลนเป็นกระดูกชนิดสั้นซึ่งมีความยาวเพียง 1/10 นิ้วสำหรับกระดูกชิ้นที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายคือกระดูกเชิงกรานกระดูกที่มีรูปร่างลักษณะแบนเรียกว่า flat bones ได้แก่ กระดูกซี่โครงกระดูกข้อไหล่ และกระดูกภายในกระโหลกศีรษะกระดูกส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นใบหน้ามีทั้งหมด 14 ชิ้นกระดูกสันหลังและกะโหลกศีรษะบางส่วนจัดเป็นชนิดรูปร่างไม่แน่นอน (irregular bones)

กระดูกสันหลังประกอบไปด้วยที่เป็นกระดูกแข็ง ส่วนของหมอนรองกระดูกเส้นประสาท กล้ามเนื้อส่วนที่เป็นกระดูกแข็งมีลักษณะคล้ายกระดูกส่วนอื่นของร่างกายประกอบไปด้วยแคลเซี่ยมและเนื้อเยื่อกระดูกอื่นๆซึ่งก่อให้เกิดโครงร่างของลำตัว กระดูกสันหลังส่วนแข็งของมนุษย์ประกอบไปด้วยปล้องกระดูกสันหลังทั้งสิ้น 5 ส่วน ส่วนแรกคือกระดูกแข็งส่วนคอซึ่งมีด้วยกันทั้งสิ้น 7 ข้อ กระดูกสันหลังส่วนหน้าอกมีด้วยกันทั้งสิ้น 12 ข้อ กระดูกสันหลังส่วนเอวมีด้วยกันทั้งสิ้น 5 ข้อกระดูกล่างสุดคือกระดูกก้นกบกระดูกแข็งที่ประกอบเป็นกระดูกสันหลังของร่างกายจึงมีทั้งสิ้น 26 ชิ้นในคนปกติ

กระดูกซี่โครงมี 12 คู่กระดูกซี่โครงทุกๆซี่จะไปต่อด้านข้างของกระดูกสันหลังบริเวณทรวงอกโดยปลายอีกด้านหนึ่งเชื่อมกับกระดูกหน้าอก ยกเว้นกระดูกซี่โครงคู่ที่ 11 และ 12 จะเป็นซี่สั้นๆไม่เชื่อมต่อกับกระดูกหน้าอกเรียกว่าซี่โครงลอยกระดูกซี่โครงมีหน้าที่ป้องกันอันตรายให้อวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอดและยังช่วยในการหายใจโดยกล้ามเนื้อยึดกระดูกซี่โครงแถบนอกหดตัวทำให้กระดูกซี่โครงยกตัวสูงขึ้น มีผลให้ปริมาตรช่องอกเพิ่มขึ้นอากาศจึงเคลื่อนที่เข้าสู่อกได้ ทำให้เกิดการหายใจเข้าและถ้ากลไกการทำงานของกล้ามเนื้อยึดซี่โครงและกระดูกซี่โครงในทิศทางตรงข้ามกับที่กล่าวมา จะทำให้เกิดการหายใจออก

 

ระบบโครงกระดูกประกอบด้วยกระดูก กระดูกอ่อน ข้อต่อและเอ็นยึดระหว่างกระดูก โดยกระดูกเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นพังผืดต่างๆ อวัยวะที่สำคัญ ๆ ของร่างกายล้วนอยู่ภายในโครงกระดูกทั้งสิ้นทั้งนี้เพื่อป้องกันภยันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่ออวัยวะสำคัญเหล่านั้นตัวอย่างเช่น กะโหลกศีรษะเป็นเหมือนหมวกเหล็กครอบเนื้อสมองกระดูกสันหลังล้อมรอบไขสันหลังซึ่งเป็นศูนย์รวมประสาทส่วนกลางที่สำคัญส่วนกระดูกอกและกระดูกซี่โครงเปรียบเสมือนกรงเหล็กป้องกันอันตรายต่อหัวใจและปอดซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญและจัดได้ว่าค่อนข้างเปราะบาง

ในแง่ของส่วนประกอบพื้นฐานพบว่าโครงสร้างภายในของกระดูกทั้งหมดในร่างกายแตกต่างกันได้สองชนิดกระดูกที่มีลักษณะเนื้อแน่นเรียกว่า compact bone หรือ dense bone ส่วนกระดูกที่มีลักษณะพรุนเรียกว่า spongy bone หรือ cancellous bone ในกระดูกชิ้นเดียวกันอาจมีทั้งสองส่วนประกอบก็ได้ยกตัวอย่างเช่นกระดูกต้นแขน บริเวณหัวของกระดูกต้นแขนจัดเป็น spongy bone ในขณะที่ส่วนกลางของกระดูกต้นแขนจัดเป็น compact bone กระดูกส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างภายในทั้งสองชนิดในเนื้อกระดูกชิ้นเดียวกันโดยส่วนของเซลล์กระดูกที่มีแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสจะเป็นส่วนเสริมความแข็งแรงของเนื้อกระดูกและในส่วนเซลล์ที่เป็นเส้นใยคอลลาเจนจะทำหน้าที่ช่วยเสริมให้เนื้อกระดูกเกิดความยืดหยุ่นตามสมควร เยื่อหุ้มกระดูกประกอบเซลล์กระดูกและเส้นเลือดทำหน้าที่นำเลือดมาหล่อเลี้ยงเซลล์กระดูกและช่วยให้กล้ามเนื้อและเอ็นยึดติดกับกระดูก เมื่อเกิดกระดูกหักเยื่อหุ้มกระดูกสามารถสร้างเซลล์ขึ้นมาเชื่อมกระดูกได้เนื้อกระดูกประกอบด้วยกลุ่มของเซลล์กระดูกเรียงตัวซ้อนกันเป็นวงรอบๆท่อภายในมีเส้นเลือดและเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงและควบคุมการทำงานของเซลล์กระดูก ส่วนโพรงกระดูกนั้นพบที่ส่วนปลายของกระดูกยาวภายในโพรงกระดูกของกระดูกต้นแขน กระดูกต้นขา และกระดูกอกมีไขกระดูกโดยทำหน้าที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ

โครงกระดูกมีหน้าที่สำคัญในการค้ำจุนและรักษารูปร่างให้ทรงตัวอยู่ได้ ช่วยป้องกันอวัยวะภายในร่างกาย เช่นกระดูกซี่โครงป้องกันหัวใจ ปอด และตับกะโหลกศีรษะป้องกันเนื้อเยื่อสมองเป็นต้นกระดูกยังเป็นที่ยึดเกาะของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อเยื่อช่วยในการเคลื่อนที่ไขกระดูกที่อยู่ภายในกระดูกจะทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งสะสมสำคัญของธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสกระดูกภายในร่างกายแบ่งตามลักษณะรูปร่างออกเป็น 4 ชนิด กระดูกแบนทำหน้าที่เป็นเกาะป้องกันอันตรายและยึดกล้ามเนื้อ เช่น กระดูกซี่โครงกระดูกสั้นเป็นกระดูกที่มีลักษณะเป็นก้อนซึ่งมีความกว้างและยาวเกือบเท่ากันเช่นกระดูกข้อมือ และกระดูกข้อเท้า กระดูกรูปทรงไม่เป็นระเบียบหมายถึงกระดูกที่มีรูปร่างซับซ้อน ไม่สามารถจัดเข้ากลุ่มกระดูกชนิดอื่นได้เช่นกระดูกสันหลัง กระดูกยาว เป็นกระดูกที่มีความยาวมากกว่าความกว้างมักจะโค้งเล็กน้อย เพื่อความแข็งแรง ตัวอย่างเช่น กระดูกนิ้ว

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

161 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกายคลายเศร้าบรรเทาเครียด

5 สิงหาคม 2556 26.272

คนที่มีอาการซึมเศร้าเมื่อไปพบแพทย์ นอกเหนือจากการได้รับยาคลายเศร้าแล้ว ยังมักจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย

การให้ยาสลบ/ระงับความรู้สึก

6 มิถุนายน 2556 29.008

การให้ยาสลบ/ระงับความรู้สึก ผู้ที่รับผิดชอบหรือมีความชำนาญในเรื่องให้ยาสลบ หรือยาระงับความรู้สึกเราเรียกกันว่า วิสัญญีแพทย์ หรือหมอดมยา หลายท่านอาจจะเคยได้ยิน

How much do you know about sexually transmitted diseases (STDs)?

8 สิงหาคม 2556 6.331

After having celebrated the New Year, the “Month of Love” is coming up. In this month we have Valentine’s day the universal day for lovers. When we talk about love and passion, there are other important factors that couples should think about, including

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ