โพสต์ 6 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 7,674 Views

ยาสลายลิ่มเลือดรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน

ยาสลายลิ่มเลือดรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน

โรคหลอดเลือดในสมองตีบตันพบมากในคนสูงอายุ เนื่องจากหลอดเลือดแดงมีการแข็งตัวหรือเสื่อม ทำให้มีโอกาสตีบตันได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ภาวะไขมันในเลือดสูง, คนที่สูบบุหรี่จัด หรือดื่มเหล้าจัด หรือคนอ้วน ก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนปกติ เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้มักมีการเสื่อมและตีบของหลอดเลือดแดงเร็วขึ้น
 
การรักษาด้วยยาในกลุ่มละลายไฟบรินที่นิยมใช้มากที่สุด คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด ทำหน้าที่กระตุ้นไฟบริโนเจนในเนื้อเยื่อ โดยธรรมชาติแล้วโปรตีนดังกล่าวจะเป็นเอ็นซัยม์ชนิดที่เรียกว่า ซีรีน โปรตีเอส (serine protease) ซึ่งเอ็นซัยม์นี้จะเปลี่ยนสารพลาสมิโนเจนไปเป็นพลาสมิน แต่ถ้ามีปริมาณของไฟบรินอยู่น้อย เอ็นซัยม์นี้จะไม่ทำงาน เมื่อนำมาใช้เป็นยาละลายไฟบริน ในขนาดที่พอเหมาะ ก็จะจับกับไฟบรินที่ก้อนเลือดอุดตัน แล้วเปลี่ยนพลาสมิโนเจนให้เป็นพลาสมิน ด้วยกลไกดังกล่าวจะเริ่มกระบวนการสลายไฟบริน การสลายก้อนเลือดด้วยเอ็นซัยม์นี้ มีผลต่ออวัยวะอื่นน้อยมาก
 
ชื่อการค้าของยานี้ คือ แอคติเวส Activase หรือ แอคติลัยส์ Actylise ตัวยาเป็นเอ็นซัยม์อัลติพลาส บริษัทที่ผลิตออกมาจำหน่ายทำเป็นโปรตีนสังเคราะห์ นำมาใช้รักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน และโรคหลอดเลือดปอดอุดตัน
 
ขนาดที่ใช้ : 0.9 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อครั้งที่ฉีด ให้ยาทางหลอดเลือดโดยวิธีหยดช้าๆ ใน 60 นาที ให้คำนวนณยา 10% ของทั้งหมดฉีดเข้าเส้นทันทีเมื่อเริ่มต้นการรักษา
 
ขนาดยาในเด็ก : ไม่แนะนำให้ใช้
 
ข้อห้าม : ห้ามใช้ในกรณีผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยา ผู้ป่วยที่มีประวัติเลือดออกในสมองภายในสามเดือน ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาจากภาวะเลือดออกผิดปกติ และผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก
 
ปฏิกิริยาระหว่างที่สำคัญ : ต้องระวังการใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อการทำหน้าที่ของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ไดไพริดาโมล คลอพิโดเจรล แอ็พซิสิแม็บ เป็นต้น
 
โดยทั่วไปผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต เนื่องจากโรคหลอดเลือดในสมองตีบตัน มักมีประวัติเป็นคนสูงอายุ หรือไม่ก็อาจเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน สูบบุหรี่จัดหรือดื่มเหล้าจัดอยู่ก่อน แล้วอยู่ๆ ก็มีอาการแขนขาซีกหนึ่งอ่อนแรงลงทันทีทันใด ผู้ป่วยอาจสังเกตพบอาการอัมพาตขณะตื่นนอน หรือขณะเดินหรือทำงานอยู่ก็รู้สึกทรุดล้มลงไป ผู้ป่วยอาจมีอาการชาตามแขนขา ตามัว ตาเห็นภาพซ้อน พูดไม่ได้ หรือพูดอ้อแอ้ ปากเบี้ยว หรือกลืนไม่ได้ร่วมด้วยบางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียน หรือมีความรู้สึกสับสนนำมาก่อนที่จะมีอาการอัมพาตของแขนขา ผู้ป่วยมักจะมีความผิดปกติที่ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกายเพียงซีกเดียวเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าการตีบตันของหลอดเลือดเกิดขึ้นในสมองซีกซ้าย ก็จะมีอาการอัมพาตที่ซีกขวา ถ้าเกิดขึ้นในสมองซีกขวาก็จะเกิดอัมพาตที่ซีกซ้าย ผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกตัวดี หรืออาจจะซึมลงเล็กน้อย ยกเว้นในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีอาการหมดสติร่วมด้วยอาการอัมพาตมักจะเป็นอยู่นานกว่า 24 ชั่วโมงขึ้นไป และจะเป็นอยู่นานแรมเดือนแรมปี หรือตลอดชีวิตผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

161 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

FITNESS กับการออกกำลังกาย ตอนที่ 9

17 มิถุนายน 2556 6.907

ผมขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านเดลินิวส์ที่ส่ง e-mail เข้ามาถามผมในปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพิ่มเติมจากที่เขียนไว้ในคอลัมน์นี้ บางรายเพิ่งอ่านเป็นครั้งแรกต้องการตอนอื่นๆ ตั้งแต่ตอนที่ 1-7 บางรายขออนุญาตนำไปติดบอร์ดหรือส่งต่อให้ผู้อื่น

การรักษาเสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยคลื่นวิทยุ

28 สิงหาคม 2556 3.774

เป็นที่ทราบกันดีว่า อาการนอนกรน เป็นอาการที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนต้น นอกจากนี้ ยังเป็นอาการของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ จะทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพ โดยจะทำให้เกิดปัญหากับหัวใจ สมอง และหลอดเลือด นำมาซึ่งอันตรายถึงกับชีวิตได้

โภชนาการกับโรคพาร์กินสัน

6 มิถุนายน 2556 1.972

ผู้ป่วยพาร์กินสัน ควรได้รับสารอาหาร อย่างถูกต้องครบถ้วน ตามความต้องการของร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดอาหาร ซึ่งจะทำให้มวลกล้ามเนื้อของร่างกายลดลง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่มีอาหารชนิดใดที่ต้องห้าม หรือแสลงสำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ