โพสต์ 2 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 5,136 Views

ภาวะไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหารในเด็ก (Gastroesophageal reflux)

ภาวะไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหารในเด็ก (Gastroesophageal reflux)

 เป็น ภาวะที่น้ำย่อย หรืออาหารจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร คนทั่วไปอาจรู้จักภาวะนี้ในชื่อว่า หูรูดหลอดอาหารไม่แข็งแรงพบ ได้ทั้งในเด็กทารก และเด็กโต ในทารกทำให้มีอาการสำรอก (แหวะนม) หรืออาเจียนหลังกินนม ส่วนในเด็กโตทำให้มีอาการแสบร้อนที่หน้าอก มีน้ำรสขมเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นมาในปาก ทารกในช่วง 6 เดือนแรกจะเกิดภาวะนี้ได้บ่อยหาก ไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด ก็ไม่ถือว่าเป็นโรค และสามารถหายได้เองในช่วงอายุขวบปีแรก แต่หากมีภาวะแทรกซ้อน หรือทำให้มีอาการต่างๆ เรียกว่าโรคไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร (Gastroesophageal reflux disease – GERD)
 
ภาวะแทรกซ้อนของภาวะไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร
1. น้ำหนักตัวขึ้นช้า หรือน้ำหนักลด
2. ทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบ หรือ หลอดอาหารเป็นแผล ซึ่งทำให้ 
   o ทารกร้องกวนผิดปกติ หรือเด็กโตจะบอกได้ว่าเจ็บแสบ หน้าอกหรือปวดท้องที่ลิ้นปี่
   o ปฏิเสธนม หรืออาหาร
   o เลือดออกที่หลอดอาหาร ทำให้ถ่ายดำหรืออาเจียนเป็นเลือด
   o โลหิตจาง
3. ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจ เช่น 
   o ปวดบวมซ้ำซาก
   o ไอเรื้อรัง
   o หอบหืด
   o เสียแหบ ฯลฯ
 
4. หากเป็นรุนแรงและเป็นเวลานาน อาจทำให้หลอดอาหารส่วนปลายตีบได้ หรือเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงได้
ทราบได้อย่างไรว่าเป็นภาวะไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร
 
อาการในทารก
สำรอก (แหวะนม) หรืออาเจียนหลังกินนม
อาการของภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว เช่น น้ำหนักขึ้นช้า ปฎิเสธนม ร้องกวนผิดปกติ ไอเรื้อรัง ฯลฯ
 
อาการในเด็กโต
เด็กโตมักมา ด้วยอาการแสบร้อนที่ลิ้นปี่ขึ้นมาที่หน้าอกและคออาการจะเป็นมากขึ้นหลังรับ ประทานอาหารมื้อหนัก หรือโน้มตัวไปข้างหน้า หรือนอนหงาย อาการที่สำคัญอีกอย่าง คือ มีรสขมเปรี้ยวในปาก จากของเหลวในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา
ภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
เกิดจากหูรูด ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ ทารกปกติในช่วงเดือนแรกๆ หูรูดดังกล่าวยังทำงานไม่สมบูรณ์จึงเกิดภาวะนี้ได้บ่อย นอกจากนี้ความผิดปกติในการทำงานของหูรูดอาจเกิดจากยาบางชนิด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน ฯลฯ
สาเหตุอื่นๆ ที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่
ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
ความผิดปกติในการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารค้างในกระเพาะนานกว่าปกติ ทำให้เพิ่มโอกาสไหลย้อนไปสู่หลอดอาหารมากขึ้น
ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร ทำให้อาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาอยู่ในหลอดอาหารนานกว่าปกติ
 
 
วินิจฉัยอย่างไร
วินิจฉัยจากอาการสำคัญที่กล่าวมาแล้ว หาก อาการไม่ชัดเจน หรือได้รับการรักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร การเอ็กซเรย์กลืนสารทึบแสง การตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร การตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นต้น
พึงระลึกไว้ เสมอว่า ทารกที่มีอาเจียนไม่จำเป็นต้องเป็นภาวะไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร เสมอไป อาจมีสาเหตุอื่นๆ เช่น ภาวะอุดกั้นในทางเดินอาหาร ความผิดปกติในสมองหรือเป็นอาการของทารกที่แพ้นมวัวก็ได้ ฯลฯ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
จะให้รักษาอย่างไร
 
การรักษาขึ้นกับอาการ และอายุของเด็ก ใน เด็กทารกหากมีเพียงสำรอก (แหวะนม) หรืออาเจียนเป็นครั้งคราว โดยไม่มีอาการของภาวะแทรกซ้อน ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรักษา หรืออาจจะต้องการเพียงการรักษาเบื้องต้น
 
การปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับทารก
ในเด็กทารก ควรทำให้เรอหลังจากกินนม 1-2 ออนซ์ ก่อนจะกินนมต่อ หากทารกกินนมแม่ควรทำให้เรอหลังดูดนมแม่เสร็จ 1 ข้าง
ควรอุ้มประคองทารกในขณะกินนมให้ศรีษะสูงเล็กน้อย และจับขวดนมให้ลูกในท่าที่ป้องกันทารกดูดอากาศเข้าไปในกระเพาะ
ไม่ควรให้กินนมมากเกินไปในแต่ละมื้อ แต่ใช้วิธีเพิ่มจำนวนมื้อให้ถี่ขึ้นแทน
หลังกินนมและจับเรอแล้ว อย่าให้ทารกนอนทันที ควรอุ้มทารกไว้ประมาณ 30 นาที ในท่าตั้งและศรีษะสูง
อาจจะลองเปลี่ยนเป็นนมสูตรพิเศษที่เพิ่มความหนืด
 
การปฏิบัติตัวเบื้องต้นสำหรับเด็กโต
อย่ารับประทานอาหารปริมาณมากเกินไปในแต่ละมื้อ ควรกินปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง
หลีกเลี่ยงการกินอาหาร 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
หลีกเลี่ยงน้ำชา กาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต อาหารไขมันสูง อาหารหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด
ระวังอย่าให้อ้วนเกินไป
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพยายามหลีกเลี่ยงความเครียด
เมื่อปฏิบัติตัวเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นควรรักษาอย่างไร
ควรจะปรึกษา แพทย์ แพทย์จะพิจารณาว่าจะให้การรักษาด้วยยาชนิดใด โดยทั่วไปยาที่ใช้รักษาโรคไหลย้อนกลับจากกระเพาะสู่หลอดอาหารมี 2 ประเภท
ประเภทแรก คือ ยายับยั้งการหลั่งกรดช่วยรักษาหลอดอาหารอักเสบ และแผลที่หลอดอาหาร
ประเภทที่สอง คือ ยาเพิ่มการบีบตัวของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร เนื่องจากยาบางชนิดในกลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียงได้ จึงควรได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์โดยใกล้ชิด
มีทารกและเด็ก ส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาดังกล่าว หรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แพทย์อาจจะพิจารณาทำการผ่าตัดบริเวณหูรูด
 
การดำเนินโรคเป็นอย่างไร
ในทารกภาวะไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร โดยส่วนใหญ่จะหายเองได้ในขวบปีแรก ส่วนในเด็กโตอาจจะเป็นๆ หายๆ ได้
ควรปรึกษาแพทย์เสมอ หากบุตรของท่านมีอาการดังต่อไปนี้
อาเจียนมีสีเขียว (น้ำดี) ปน
อาเจียนพุ่ง
น้ำหนักขึ้นช้า หรือน้ำหนักลด
กลืนแล้วเจ็บหรือกลืนลำบาก
ปฏิเสธนม หรืออาหาร
ร้องกวนมากผิดสังเกต
มีอาการของระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย
มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ปวดศรีษะ เดินเซ
 
 
ที่มา : ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาหารเพื่อสุภาพหัวใจ

9 สิงหาคม 2559 3.768

อายุที่เพิ่มขึ้น โอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากหลอดเหลอดจะตีบแคบลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น เพศชายจะมีความเสี่ยงต่อโรคมากกกว่าผู้หญิง ซึ่งเพสหญิงจะกลับมีความเสี่ยงเท่ากับเพศชายหลังวัยหมดประจำเดือน

อาการปวดหลังเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ

3 สิงหาคม 2556 3.173

ความเครียดทางด้านจิตใจ เป็นสาเหตุที่สำคัญประการนึงของอาการปวดหลัง โดยเฉพาะอาการปวดหลังเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุพบว่าในผู้ป่วยที่ต้องทำงานเครียดอยู่กับภาระงานบนโต๊ะหรือผู้ที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศหรือที่เรียกว่า Office Syndrome นั้นทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง

ไขมัน : มีในอาหารประเภทใด

6 มิถุนายน 2556 1.819

ไขมันเป็นสารอาหารที่ถือว่าเป็นจอมพลังงาน เพราะไขมัน 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 แคลอรี่ ขณะที่โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตให้เพียง 4 แคลอรี่เท่านั้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ