โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 5,088 Views

ปวดเข่า

ปวดเข่า

ปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อม
คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่
• นั่งนาน ๆ แล้วลุกขึ้นจะมีอาการปวดรอบเข่า
• ขึ้นลงบันได้ แล้วมีอาการเสียว และปวดเข่า
• เดิน หรือยืนนาน ๆ มีอาการปวดเข่า หรือรู้สึกเข่าอ่อน ไม่มีกำลังเดินต่อไป
• บวม และร้อน ๆ รอบเข่า ถ้าเป็นมากเวลาเดินหรือยืนเขาจะโก่งผิดรูป
ข้อเข่า
ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น ยืน เดิน วิ่ง กระโดด โดยจะรับน้ำหนักของร่างกายทั้งหมด รวมทั้งรับแรงกดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบ ๆ เข่าตลอดเวลา เมื่อมีการเคลื่อนไหวข้อเข่า ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน ก็ทำให้เกิดการเสียดสีของกระดูกข้อเข่า ข้อเข่าจึงมีโอกาสเสื่อมสภาพจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอายุ เพศ น้ำหนัก และการใช้งานของข้อเข่านั้น ๆ
อายุ
ส่วนใหญ่เป็นในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่อายุน้อยกว่านี้ก็พบได้ ถ้าคนนั้นมีน้ำหนักมาก หรือมีประวัติการใช้ข้อเข่ามาก เช่น นักกีฬา เป็นต้น
เพศ
ส่วนใหญ่เป็นในผู้หญิงสูงอายุ ซึ่งปล่อยให้น้ำหนักตัวมากเกินไป และมักทำงานโดยต้องงอเข่าอยู่เป็นประจำ
น้ำหนัก
ส่วนใหญ่เป็นในคนอ้วน คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งสามารถคำนวณคร่าว ๆ โดยเอาความสูงลบด้วย 100 (ในผู้ชาย) หรือลบด้วย 110 (ในผู้หญิง) เท่ากับน้ำหนักโดยเฉลี่ยในคนนั้น ๆ
การใช้งาน
คนที่มีประวัติการใช้งานของข้อเข่ามาก ๆ หรือมีประวัติการบาดเจ็บบริเวณเข่าโดยเฉพาะนักกีฬา จะมีการเสื่อมได้เร็วกว่าคนทั่ว ๆ ไป
หลักการปฏิบัติตนของผู้ที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมหรือเพื่อมิให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าที่ควร
1. ลดน้ำหนักตัวในกรณีที่อ้วน หรือระวังตัวไม่ให้น้ำหนักมากเกินไป อย่ากินจุกจิก กินอาหารเฉพาะที่มีประโยชน์
 
2. หลีกเลี่ยงการใช้เข่าในท่าที่มีการกดของกระดูกภายในเข่ามาก ๆ เช่น นั่งคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ การยืนนาน ๆ การยกของหนัก การขึ้นบันได คุกเข่าสวดมนต์ นั่งซักผ้า ฯลฯ
 
3. การบริหารข้อเข่าให้แข็งแรง การบริหารข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่าแข็งแรง ทำให้ข้อเข่ากระชับ เคลื่อนไหวได้ดี
• ท่าที่ 1 นอนหงาย เหยียดเข่าตรงบนเตียง กดเข่าลงพร้อมกับกระดกข้อเท้าขึ้น เกร็งค้างไว้นับ 1-3 ช้า ๆ แล้วปล่อย
• 
• ท่าที่ 2 นอนหงายเหยียดเข่าตรง กระดกข้อเท้าขึ้น ยกขาขึ้นมาพ้นพื้นตรง ๆ ทีละข้าง เกร็งค้างไว้นับช้าง ๆ
• 
• ท่าที่ 3 นั่งห้อยขาข้างเตียง หรือห้อยขาที่เก้าอี้เหยียดเข่าตรงขึ้นมาเกร็งค้างไว้ โดยทำทีละข้าง
• 
• ท่าที่ 4 ยืนตรงยกขาขึ้น โดยเขาเหยียดตรง เกร็งค้างไว้
• 
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่า
1. ในระยะแรก ควรพักข้อเข่าไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงน้ำหนักมากที่ข้อเข่าข้างปวดนั้น
2. ใช้ผ้ายืดแบนเดจพันรอบ ๆ ข้อเข่าให้กระชับ จะช่วยลดการเสียดสีของข้อเข่าได้
3. เมื่ออาการปวดเข่าทุเลาแล้ว ให้เริ่มบริหารข้อเข่าโดยสม่ำเสมอวันละ 2 เวลา คือ ก่อนนอน และตอนเช้า
4. ไม่ควรให้เข่าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ เช่น ยืนนาน ๆ
5. ปรึกษาแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยีนบำบัด

7 มิถุนายน 2556 6.214

ยีนบำบัด อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์เป็นจำนวนมาก ในเซลล์ประกอบด้วยยีนมากกว่า 30,000 ชนิด ซึ่งยีนแต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันไป

เวชศาสตร์ฟื้นฟู /กายภาพบำบัด

17 กุมภาพันธ์ 2557 4.477

เมื่อมีการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาเกิดขึ้น ในระหว่างที่ให้การรักษาอยู่ และภายหลังการรักษาจากแพทย์ผ่านพ้นไปแล้ว ผู้ที่เชี่ยวชาญ ที่จะให้การฟื้นฟูอวัยวะส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ ให้กลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว

ตุ่มถุงน้ำที่ริมฝีปาก

8 สิงหาคม 2556 23.276

บริเวณช่องปากจะมีต่อมน้ำลายขนาดเล็กอยู่ ซึ่งไปทำหน้าที่สร้างน้ำลายให้ความชุ่มชื้นในปาก แต่ถ้ามีการอุดตันของท่อน้ำลายขนาดเล็กเหล่านี้ จะทำให้มีน้ำขังอยู่ใต้เยื่อบุผิว มักพบโรคนี้บริเวณริมฝีปากล่าง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ