โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 4,757 Views

ปวดหลังผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย

ปวดหลังผ่าตัดทางเลือกสุดท้าย

จากสถิติทางการแพทย์เราพบว่า ในช่วงชีวิตของคนทุกคน ตั้งแต่เด็กจนกระทั้งแก่เฒ่าจะมีโอกาสปวดหลังชนิดรุนแรงอย่างน้อยก็หนี่งครั้งในชีวิตครับแต่ก็เป็นหนึ่งครั้งที่มีความสำคัญมาก เพราะถ้าเราดูแลรักษาไม่ถูกวิธีตั้งแต่ครั้งแรก โอกาสที่โรคปวดหลังจะเรื้อรังและลุกลามก็จะมีสูงขึ้น จนกระทั่งรักษาด้วยยาไม่หาย และ สุดท้ายก็ต้องถูกผ่าตัดหลังครับ

อาการปวดหลังชนิดรุนแรงนั้น จะมีลักษณะเฉพาะ ที่เวลาเกิดขึ้นแล้ว ตัวจะแข็ง หลังจะแข็ง ไม่สามารถเดินหรือยืนได้นานๆ เวลาเผลอเอี้ยวตัว หรือก้มหลัง เพียงเล็กน้อยก็จะเสียวแปล้บ เจ็บ หรือปวดอย่างรุนแรงต้องเดินตัวแข็งเหมือนหุ่นยนต์ บางคน อาจจะมีอาการเจ็บเสียวลงไปถึงขาเหมือนใครมาฉีกกล้ามเนื้อ มีอาการชาที่ต้นขา หรือน่องตามมาด้วย


ถ้าเปรียบเทียบไป กระดูกสันหลังของคนเราก็เหมือนกับเสากระโดงของเรือใบโดยที่มีเชือกขึงตึงอยู่ทั้งสองข้างเส้นเขือกที่ขึงตึงอยู่ข้างเสากระโดงเรือก็คือกล้ามเนื้อที่ประคองกระดูกสันหลัง ต้นเหตุที่เกิดมักจะเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังมัดนี้อย่างรุนแรงโดยจะเป็นกับกล้ามเนื้อหลังชั้นในที่มีหน้าที่คอยประคับประคองกระดูกสันหลัง(Paraspinal Muscles) อยู่สองข้าง กล้ามเนื้อมัดนี้มีความสำคัญมากครับเพราะเนื่องจากการที่กล้ามเนื้อมัดนี้อยู่ใกล้ชิดกระดูกสันหลังจึงมีหน้าที่คอยป้องแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นที่หมอนรองกระดูกสันหลังแต่คนบางคนปล่อยปละละเลยไม่ได้หมั่นดูแลกล้ามเนื้อมัดนี้ให้แข็งแรงอยู่อย่างสม่ำเสมอทำให้เกิดความอ่อนแอของกล้ามเนื้อมัดนี้ (Paraspinal Muscles) เมื่อมีแรงมากระแทกที่หลังมาก และผิดจังหวะ เช่น ก้มหลังยกของหนัก ไอหรือจามอย่างรุนแรง เอี้ยวตัวผิดจังหวะ โอกาสที่กล้ามเนื้อมัดนี้จะบาดเจ็บและมีการอักเสบก็จะมีสูงขึ้นบางครั้งก็รุนแรงมากจนกระทั่งผลักให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมาทับเส้นประสาทที่อยู่ข้างเคียงเกิดอาการปวดหลังชนิดที่มีอาการของการอักเสบของเส้นประสาทร่วมด้วย

อาการปวดหลังที่มีต้นเหตุที่เกิดจากเส้นประสาทที่มาจากกระดูกสันหลังและลงมาเลี้ยงขานั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างจากการอักเสบของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว ดังนี้ครับ

1.  อาการปวด โดยที่ความรู้สึกปวดนั้นไม่ได้อยู่ที่หลังอย่างเดียว แต่จะลามมาที่แก้มก้น ต้นขา หรือน่อง
ข้างใดข้างหนึ่ง และมักจะไม่ย้ายข้าง ปวดขาข้างใด ก็จะปวดข้างนั้นตลอด

2.  อาการชา โดยจะมีอาการชา สองแบบครับแบบแรกจะมีความรูสึกชาชนิดที่ไวต่อความรู้สึกเร็วขึ้น Hypersensitive Feeling) ลักษณะที่ชาจะคล้ายกับที่เรานั่งทับขาจนเกิดอาการเหน็บชาเหมือนเข็มตำหรือมดไต่ที่ขา เมื่อเป็นมากขึ้นก็จะชาแบบไวต่อความรู้สึกน้อยลง (Hyposensitive Feeling) ความรู้สึกที่
ผิวหนังจะเหมือนกับว่า ชั้นผิวหนังจะหนาขึ้น เมื่อมีเข็มตำจะไม่ค่อยรู้สึกถึงความแหลม จะมีอาการชาเป็นหย่อมๆ ไม่ใช่ทั้งขา เช่นชาที่ต้นขาเป็นวงกว้างเท่าลูกมะนาวและอาจจะลุกลามขยายเป็นวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

3.  อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา เท้าเดินขาอาจจะกะเผลก เดินแล้วเข่า หรือ ข้อเท้าทรุด ล้มเองบ่อยๆเดินสะดุดปลายเท้าง่าย ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่ากล้ามเนื้อของขาข้างใดข้างหนึ่งอาจจะมีขนาดลีบ เล็กลงกว่าอีกข้างโดยที่ระยะนี้เป็นระยะที่ผู้ป่วย ปล่อยให้โรคนี้เรื้อรัง จนลุกลามทำร้ายเซลประสาทมากเกินไปกระแสประสาทที่ส่งลงมาเลี้ยงและกระตุ้นกล้ามเนื้อขาน้อยลงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ กล้ามเนื้อเมื่อไม่สามารถบีบ รัดหดตัว หรือเคลื่อนไหว ขนาดของ
เส้นใยกล้ามเนื้อจึงลดลงครับ

4.  อาการสุดท้าย คือการสูญเสียระบบประสาทอัตโนมัติที่เส้นประสาทหลังนั้นควบคุมอยู่ เช่นการกลั้นปัสสาวะ หรืออุจจาระไม่ได้ เหงื่อตามผิวหนังออกน้อยลงถ้าเราปล่อยให้เป็นถึงระยะนี้โอกาสที่จะรักษาแล้วจะหายกลับมาปกติเหมือนเก่าก็จะมีน้อยมากครับ

มีถึง 12 วิธี หรือ 12แนวทางการปฏิบัติตัวครับ ที่จะป้องกันหรือหลีกเลี่ยง ไม่ให้โรคปวดหลังนั้นลุกลามไปทำร้ายเส้นประสาทหลังอันเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกผ่าตัดหลังหมดโอกาสที่จะรักษาด้วยวิธีอื่น เป็น 12 วิธีที่ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังแต่ปฏิบัตตัวไม่ถูกต้องเพราะความเข้าใจผิด ดื้อ ทำตามเพื่อนผู้หวังดีแต่ไม่มีความรู้ และไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา

ผมจะค่อยๆ เล่าทีละข้อครับ ปวดหลังผ่าตัดทางเลือกสุดท้ายครับ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

15 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรื่อง ปวดหลัง ที่ทุกคนควรทราบ

17 กุมภาพันธ์ 2557 27.907

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวว่าผู้ใหญ่ที่เป็นอดีตผู้นำของประเทศไทย มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงขณะที่ท่านปฏิบัติหน้าที่ของท่าน อาการรุนแรงมากถึงขนาดแพทย์ต้องรีบนำท่านไปรักษาที่โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง

โรคที่นึกไม่ถึงของการทำงานผิดท่า

6 สิงหาคม 2556 3.839

อาการล้าของกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า สะบักหลังและตามแนวกระดูกสันหลังอาจเป็นๆหายๆหรือปวดเรื้อรัง หากท่านเคยมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะจะนำไปสู่โรค “มายโอเฟสเชี่ยล เพน ซินโดรม” หรือเรียกว่ากลุ่มอาการปวดตึงกล้ามเนื้อและพังผืด

ยาไมเกรน ภัยร้ายใกล้ตัว กินติดต่อกันทุกวันเป็นการใช้ยาที่ผิด

26 ตุลาคม 2558 77.388

แนะนำให้ใช้ “เฉพาะเวลาปวดศีรษะไมเกรน” เท่านั้น การรับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นการใช้ยาที่ผิด ไม่ควรรับประทานเกิน 3 เม็ดต่อสัปดาห์ หรือทานต่อเนื่องมากกว่า 3 วัน เนื่องจาจะเกิดผลข้างเคียงจากตัวยาแล้วยังทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมากขึ้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ