โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 6,096 Views

ท่านเรียนรู้อะไรบ้างจากข่าวการบาดเจ็บของเดวิด เบคแฮม

ท่านเรียนรู้อะไรบ้างจากข่าวการบาดเจ็บของเดวิด เบคแฮม

ข่าวการบาดเจ็บของ เดวิด เบคแฮม ในการลงเล่นฟุตบอลให้เอซีมิลานกับทีมเวโรนา ในประเทศอิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วหน้า เพราะข่าวที่ปรากฎในหนังสือพิมพ์ และทีวีทั้งในประเทศ และต่างประเทศต่างนำเสนอรายละเอียด ผมขออนุญาตเขียนถึงในมุมมองทางการแพทย์ที่พยายามให้ท่านผู้อ่านได้ประโยชน์ จากการอ่านบทความในวันนี้

ลักษณะการบาดเจ็บ

เบคแฮม ได้รับการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย (Achilles Tendon) ที่ด้านหลังข้อเท้าซ้ายในนาทีเกือบสุดท้ายของเกมส์การแข่งขันในวันนั้น โดยที่ไม่ได้มีการปะทะกับคู่ต่อสู้ ถ้าในมุมมองของของการเก็บข้อมูลของเอเอฟซี หรือฟีฟ่า ก็จะเรียกในกลุ่มนี้ว่า Non-Contact / No Foul Injury เพื่อ ให้อ่านแล้วเข้าใจได้เลยทันทีว่าเกิดขึ้นเอง ไม่มีการปะทะ ไม่มีการทำฟาวล์ ผมโชคดีที่ได้เห็นทีวีที่เอาเทปก่อนการบาดเจ็บ และขณะบาดเจ็บมาฉายให้ดู ซึ่งผมเห็นว่า ไม่มีคู่ต่อสู้มาปะทะ เบคแฮมกำลังถอยหลัง และกำลังจะสปีดออกไปเล่นฟุตบอล เข้าใจว่าขณะจะยันเท้าซ้ายเพื่อพุ่งตัวออกไปข้างหน้า ซึ่งจะต้องอาศัยการเกร็งกล้ามเนื้อที่จะไปดึงเอ็นร้อยหวาย ทำให้ไม่สามารถเล่นต่อได้เลย ซึ่งจะต่างจากการบาดเจ็บอื่นๆ ที่เราพบเห็นโดยทั่วไป เช่น ข้อเท้า หรือข้อเท้าแพลง หรือฟกช้ำจากการปะทะกับคู่ต่อสู้ นักฟุตบอลที่บาดเจ็บก็จะพยายามเล่นต่อ เพราะส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงมากนัก อาจเจ็บมากช่วงแรก หลังบาดเจ็บ เมื่อมีการใช้น้ำแข็งประคบ หรือใช้สเปรย์ที่ผสมยาชาฉีดแล้ว อาจดีขึ้นยกเว้นบางรายที่รุนแรงมากๆ

การออกจากสนามของเบคแฮม ถ้าใครได้ดูเทปจะเห็นว่า เบคแฮมพยายามช่วยตนเองโดยกระโดดด้วยขาขวาข้างเดียวออกจากสนามด้วยความรวด เร็ว เข้าใจว่าในขณะนั้นทีมยังเสมอกันอยู่ 0:0 หลังจากนั้นอีก 1-2 นาที ทีมเอซีมิลานก็ยิงประตูชัยชนะให้ได้ก่อนหมดเวลาการแข่งขัน ซึ่งแสดงว่า การที่เอ็นร้อยหวายขาดนั้น ไม่ได้ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากถึงขนาดขยับอะไรไม่ได้เลย เพราะเวลากระโดดด้วยขาขวาข้างเดียว ด้านซ้ายต้องมีการขยับบ้าง สะเทือนบ้าง เบคแฮมก็ยังสามารถอดทนต่อความเจ็บปวดนั้นได้

 

เอ็นร้อยหวายคืออะไร และอยู่ตรงส่วนไหนของร่างกาย?

เอ็นร้อยหวาย หรือ Tendo Achilles หรือ Achilles Tendon เป็นส่วนล่างของกล้ามเนื้อน่อง Calf Muscles ถึง 3 มัด (Gastrocnemius, Soleus และ Plantaris Muscles) ที่มารวมกันเป็นเอ็นที่ถือว่าใหญ่ที่สุด และแข็งแรงที่สุดในร่างกายของมนุษย์เรา โดยเอ็นร้อยหวายจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณกลางๆ ของท้องน่อง มีคนให้ความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-16 ซม. และเมื่อต่อลงไปล่างๆ จะปรากฎเป็นลำอย่างชัดเจน โดยหากท่านผู้อ่านคลำส่วนล่างของข้อเท้าที่สูงจากส้นเท้าขึ้นมาประมาณ 5-6 ซม. ก็จะคลำได้เอ็นร้อยหวายเป็นลำแข็งทีเดียว เอ็นร้อยหวายจะไปเกาะยึดที่ด้านหลังของกระดูกส้นเท้า (Calcaneus Bone) จึงทำให้บางทีเรียกว่า Calcaneal Tendon หรือ Tendo Calcaneus

 

แรงที่เอ็นร้อยหวายต้องรับภาระในท่าต่างๆ

ได้มีการศึกษา และคำนวณแรงที่ผ่านในท่าการใช้งานต่างๆ ของร่างกายพบว่า เอ็นร้อยหวายนั้นรับบทหนักมาก เพราะแม้แต่การเดินธรรมดา แรงที่ผ่านเอ็นร้อยหวายอาจมีมากถึง 3-4 เท่าของน้ำหนักตัว และหากต้องวิ่งหรือวิ่งเร็วๆ หรือต้องกระโดด อาจเพิ่มเป็นถึง 12 เท่าของน้ำหนักตัว

 

สาเหตุที่เอ็นร้อยหวายขาด

อาจเกิดจากอุบัติเหตุด้วยของมีคมเป็นบาด แผลตรงบริเวณเอ็นร้อยหวาย ซึ่งไม่ได้มีผลที่เกิดจากสภาพที่เอ็นร้อยหวายที่อาจอ่อนแอลงไปจากสาเหตุ ต่างๆ ที่เอ็นร้อยหวายได้รับมาก่อนหน้านี้ เช่น มีการฉีดยาพวกสเตรียรอยด์เข้าไปรอบๆ เอ็นร้อยหวาย เพราะมีการอักเสบของเอ็นร้อยหวายเรื้อรัง ยาพวกนี้จะมีผลทำให้สภาพของเอ็นอ่อนแอลงกว่าปกติ นอกจากนี้อาจพบการขาดในรายที่สภาพร่างกายผิดปกติ เช่น รูปร่างเท้า หรือข้อเท้าผิดปกติ ผู้ที่ทีขา 2 ข้างยาวไม่เท่ากัน หรือบางรายเชื่อว่าเกิดจากการใช้งานมากเกินไปที่เรียกว่า Overuse Injury มีการใช้งานจากการเล่นกีฬา และมีการบาดเจ็บเป็นๆ หายๆ มาเป็นเวลานาน

โดยสรุป หาก เอ็นร้อยหวายมีความผิดปกติเกิดขึ้นในตัวเนื้อเอ็นแล้วมีการเดิน การวิ่ง วิ่งเร็ว กระโดด หรือการหยุดกระทันหันหรือเปลี่ยนทิศทางกระทันหัน และมีแรงผ่านเอ็นร้อยหวายที่อ่อนแอกว่าปกติ ก็จะทำให้เกิดการขาดลงได้

สำหรับกรณีของเบคแฮมนั้น เท่าที่อ่านจากข่าวต่างๆ ไม่พบว่าเคยมีการฉีดยาสเตรียรอยด์ที่เอ็นร้อยหวายด้านซ้ายมาก่อน เคยแต่มีการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายด้านขวา สภาพผิดปกติของเท้า ความยาวของขา หรืออื่นๆ ไม่พบว่ามีความยาวผิดปกติอะไรมาก่อน จะมีก็แต่อายุของเบคแฮมที่มากขี้นเรื่อยๆ ขณะบาดเจ็บอายุ 34 ปี แต่ก็เล่นฟุตบอลอาชีพ มีการฝึกซ้อมอย่างดีมาตลอด ก็ไม่น่ามีเอ็นร้อยหวายที่อ่อนแอลงไป จนทำให้เกิดการขาดขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงยากที่จะบอกว่ามีสาเหตุจากอะไรได้ 100% ส่วนใหญ่จึงบอกว่าเป็น Multiple Factors (จากหลายๆ สาเหตุ) ที่ทำให้เอ็นร้อยหวายอ่อนแอ และเกิดการขาดขึ้น

 

สาเหตุจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)

จากเว็บไซต์ www.achillestendon.com ได้กล่าวถึงผลข้างเคียง (Side Effects) ของการรับประทานยาพวกปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน (Quinolone Group) อาจทำให้มีผลต่อการบาดเจ็บหรือการอ่อนแอลงของเอ็นร้อยหวายนี้ได้ ซึ่งในรายของเบคแฮมก็ไม่มีประวัติเรื่องการใช้ยากลุ่มนี้

 

การตรวจวินิจฉัย

โดยมากจากประวัติ และการตรวจร่างกายของแพทย์ ก็สามารถบอกได้ว่าเอ็นร้อยหวายขาด ไม่ต้องอาศัยการเอ็กซเรย์ หรือการเจาะเลือดใดๆ ทั้งสิ้น มีการตรวจง่ายๆ ที่เรียกว่า Thompson Test (ทอมสันเทส) โดยให้ผู้ที่บาดเจ็บนอนคว่ำบนเตียง ให้ข้อเท้าพ้นขอบเตียง และให้บีบไปที่กล้ามเนื้อน่อง หากเอ็นร้อยหวายขาด (ทั้งหมด) ปลายเท้าข้างนั้นๆ จะไม่มีการเคลื่อนไหว ท่านลองทำดูในหมู่เพื่อนๆ จะพบว่า ปลายเท้าขยับได้เมื่อท่านบีบน่องของเพื่อน (เพราะเอ็นไม่ขาด)

ในรายของเบคแฮม ท่านอาจจะอ่านข่าวว่ามีการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ซึ่งผมเข้าใจว่า แพทย์ผู้รักษาอาจต้องการดูความผิดปกติของกระดูกบริเวณนั้นๆด้วยก็ได้ เพราะไม่ได้มีคำอธิบายในรายงานข่าว แพทย์บางท่านอาจใช้อัลตราซาวด์ หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) ในการยืนยันว่ามีการบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด

 

การรักษา

แน่นอนว่าหากมีการขาดของเอ็นร้อยหวาย ก็คงต้องหาทางให้ปลายที่ขาดมาชิดกันให้เข้าที่สนิทเหมือนเดิม และรอให้ร่างกายที่วิเศษของเราทำให้เอ็นร้อยหวายเชื่อมติดกัน และเกิดความแข็งแรงได้เหมือนเดิม ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสามารถกลับไปเล่นกีฬาหนักๆ ได้ดังเดิม สำหรับในรายของเบคแฮม ได้รับการผ่าตัดจากแพทย์ที่ฟินแลนด์ ใช้เวลา 50 นาที ไม่มีรายละเอียดทางการแพทย์ว่าผ่าตัดอย่างไร? แต่เชื่อว่าคงเป็นการผ่าตัดแบบแผลเปิดลงไปบริเวณเอ็นที่ขาด และทำการดึงปลาย 2 ข้างมาชนกันและเย็บเอ็นให้เข้าที่ ก่อนเย็บแผลปิด และเข้าเฝือกข้อเท้าเอาไว้ให้ปลายเท้าชี้ลง เพื่อให้เอ็นร้อยหวายที่เย็บไว้ไม่อยู่ในท่าที่เอ็นตรงที่เย็บซ่อมเอาไว้ตึง จนเกินไป

เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในเนื้อหา และเป็นความรู้ต่อท่านผู้อ่าน ตามตำราทางการแพทย์ มีแพทย์บางท่านอาจไม่ได้เย็บซ่อมแบบแผลเปิด มีการใช้เข็มเย็บเพื่อดึงให้เอ็นมาชนกันแบบแผลปิด ซึ่งปลายเอ็นที่ขาดอาจจะมาอยู่ใกล้กันหรือชนกันโดยประมาณ เพราะมองไม่เห็นเวลาเย็บ

การใส่เฝือกในท่าปลายเท้าชี้ลงนั้น อาจใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ (ภายหลังตัดไหม ซึ่งอาจเป็นช่วง 10-14 วันหลังผ่าตัด) แล้วเปลี่ยนเป็นท่างอเท้า 90 องศา เพื่อค่อยๆ ยืดเอ็นร้อยหวายหลังจากเย็บไว้แล้วระยะหนึ่ง หลังจากนั้นจึงเข้าเฝือกต่อให้ครบ 8-12 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายให้เอ็นร้อยหวายเชื่อมติดกันดีและมีความแข็งแรง

 

เวชศาสตร์ฟื้นฟู / กายภาพบำบัด (Physical Medicine and Rehabilitation / Physical Therapy)

หลังเอาเฝือกออกแล้ว จะต้องทำกายภาพบำบัด เพื่อให้ข้อเท้าที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมาเป็นเวลานานได้กลับมางอได้ดังเดิม จึงจะทำให้นักกีฬาฟุตบอลที่ต้องใช้เท้าเป็นหลักนั้น สามารถใช้งานข้อเท้าด้านนั้นได้เหมือนเดิม แต่ท่านต้องไม่ลืมว่านักฟุตบอลที่ได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ ขาดการฝึกซ้อมมาเป็นเดือนๆ จะต้องมีวิธีการดูแลเรื่องฟิตเนสอย่างไร ตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บวันแรกๆ ผมขอยกยอดไปสัปดาห์หน้านะครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เชื้อราที่เท้า/น้ำกัดเท้า

25 กันยายน 2556 5.568

โรคเชื้อราที่เท้าหรือน้ำกัดเท้า มักพบบ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะในอาชีพที่ต้องสวมรองเท้าทำงานทั้งวัน ทำให้เกิดความอับชื้น ซึ่งแตกต่างกับผู้หญิงที่มีโอกาสใส่รองเท้าโปร่งๆ ได้มากกว่า

ลาก่อน “โดฮา” เอเชี่ยนคัพ 2011

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.938

ลาก่อน “โดฮา” เอเชี่ยนคัพ 2011 “ญี่ปุ่นเป็นแชมป์” สัปดาห์ที่แล้ว ผมเก็บสิ่งละอันพันละน้อย มาเล่าสู่กันฟัง เป็นการ “เก็บตก” ข้อมูลที่ได้นำเสนอไปบ้างแล้ว สัปดาห์นี้มีเพิ่มเติม

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรืออาการช้ำรั่ว

21 สิงหาคม 2556 5.403

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary Incontinence, UI) เป็นอาการที่พบได้ในเพศหญิง วัยกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะวัยกลางคน อาการอาจจะแทรกซ้อนอยู่ในกลุ่มโรคต่าง ๆ ในกลุ่มผู้สูงอายุทั้งสองเพศ ตลอดจนผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ