โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 9 มิ.ย. 57 4,037 Views

ทารกในครรภ์ที่ไม่ค่อยดิ้น

ทารกในครรภ์ที่ไม่ค่อยดิ้น

ทารกในครรภ์จะเริ่มมีพัฒนาการของระบบกล้ามเนื้อ เมื่อ 6 สัปดาห์ แขน ขา จะเริ่มเคลื่อนไหวได้ โดยสามารถพิสูจน์ได้จากการใช้เครื่องตรวจพิเศษ แต่จะไม่แรงพอที่จะทำให้ผู้เป็นมารดารู้สึกได้ จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวก็เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สองตอนกลาง ๆ แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในคนที่เคยมีบุตรมาก่อน จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวหรือเด็กดิ้นได้ เมื่อตั้งครรภ์ได้ 18 สัปดาห์ หรือ 4 เดือนครึ่ง ในสตรีที่ตั้งครรภ์แรก จะรับรู้ถึงการดิ้นของทารก เมื่อ 20 สัปดาห์ หรือ 5 เดือน การดิ้นหรือการเคลื่อนไหวเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องอาศัยระบบประสาทควบคุมซึ่งมาจากสมอง และสมองจะพัฒนาและทำงานได้ จะต้องได้รับออกซิเจนและอาหารพอเพียงเพื่อให้ระบบประสาทสั่งงาน และให้กล้ามเนื้อใช้พลังงานในการหดรัดตัวได้ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของทารกจึงเป็นขบวนการซึ่งแสดงถึงความสมบูรณ์ของทารกได้ โดยปกติทารกจะดิ้นไม่น้อยกว่า 10 ครั้งต่อวัน ถ้ามีเหตุใด ๆ ก็ตามที่จะลดการส่งออกซิเจนและสารอาหารไปสู่ทารก ทารกจะดิ้นลดลง เช่นสภาวะรกเสื่อมหน้าที่ สายรกพันกัน เลือดออกหลังรก ในส่วนของสาเหตุจากแม่ เช่น แม่เป็นโรคเบาหวาน แม่เป็นโรคหัวใจ หอบหืด แม่ขาดสารอาหาร แม่เป็นโรคครรภ์พิษ เป็นต้น

ดังนั้นถ้าหากทารกในครรภ์ไม่ค่อยดิ้นเหมือนปกติ ถ้าหากสังเกตได้หรือมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับการดิ้นของเด็ก กรุณาปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลท่านนะคะ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคเหงื่อเลือด

24 กันยายน 2556 5.170

โรคเหงื่อเลือด กรณี ผู้ป่วยน้องแสตมป์ อายุ 11 ปี ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าป่วยเป็นโรคประหลาด มีเลือดไหลออกมาทางตา จมูก และปาก นานกว่า 2 ปีแล้ว โดยก่อนที่จะมีอาการ พบว่ผู้ป่วยปวดศีรษะอย่างรุนแรง และทุกวันนี้อาการก็ยังกำเริบ

มาทำความรู้จักระยะของมะเร็งเต้านม

25 กันยายน 2556 16.179

มะเร็งเต้านมนั้น เกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านมที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งใต้ผิวหนัง ซึ่งคล้ายกับโรคมะเร็งอื่นๆ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งและระยะเวลาของโรคนั้น จะช่วยให้คุณทราบถึงการแพร่กระจายของมะเร็ง

หากท่าน (นักฟุตบอล) ไม่รู้...... คงสู้เขาไม่ได้ (ตอนที่ 1)

26 สิงหาคม 2556 3.556

เลคแรกของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก กำลังจะจบสิ้นลงในเวลาอันใกล้นี้ ทีมใดมีคะแนนนำ มีแพ้มีชนะกันทีมละกี่ครั้ง คงจะได้มีการทบทวนกันในหมู่สต๊าฟโค้ช ผู้จัดการทีม แพทย์ นักกายภาพบำบัด ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ