โพสต์ 7 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 72,048 Views

ถุงน้ำใต้ลิ้น

ถุงน้ำใต้ลิ้น

ผู้ป่วยบางท่านมีความรู้สึกระคายเคืองใต้ลิ้นแต่ไม่เจ็บ และความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเป็นๆ หายๆบางครั้งขณะที่รับประทานอาหารก็รู้สึกว่ามีน้ำลายมากกว่าปกติหรือบางครั้งรู้สึกว่ามีก้อนผิดปกติค้ำอยู่ใต้ลิ้นทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวก พูดไม่ถนัด หรือพูดไม่ชัดคล้ายกับกำลังอมลูกอมไว้ในปาก อาการผิดปกติเหล่านี้ทำให้ผู้ป่วยสงสัยและมักส่องกระจกเพื่อตรวจดูช่องปากตัวเองและพบว่ามีก้อนถุงน้ำอยู่ใต้ลิ้นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ถุงน้ำเหล่านี้อาจเป็นถุงน้ำจากการอุดตันของต่อมน้ำลายขนาดเล็ก (minor salivary gland) ใต้ลิ้นหรืออาจเป็นซิสต์บางชนิด (Ranular Cyst) หรืออาจเป็นถุงน้ำที่ท่อน้ำลายของต่อมน้ำลายขนาดใหญ่(Major salivary gland) ถุงน้ำเหล่านี้เมื่อมีของเหลวสะสมอยู่ภายในเป็นปริมาณเยอะขึ้นก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และอาจแตกได้ ทำให้ของเหลวที่อยู่ภายในถุงน้ำไหลออกมาในช่องปาก จากนั้น ถุงน้ำนั้นจะยุบลงแต่ไม่นานถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นมาอีกได้

การรักษานั้นพบว่า แค่เปิดผนังถุงน้ำ และระบายน้ำออกมานั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้หายขาดได้ วิธีที่ได้ผลดีคือ ผ่าตัดเจาะเอาถุงน้ำนั้นออกมาทั้งหมด (excision) หรือเปิดผนังถุงน้ำ และเย็บเปิดปากถุงนั้นไว้ให้เปิดตลอดเวลา ทำให้ไม่มีของเหลวสะสมในถุงน้ำได้(Masupilization)

ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพช่องปาก และความสะอาดของช่องปากให้ดี เพื่อไม่ให้แผลผ่าตัดอักเสบติดเชื้อและควรรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำ รวมทั้งไม่ควรแกะหรือเจาะถุงน้ำเหล่านั้นด้วยตัวเอง

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาตีกัน

6 มิถุนายน 2556 2.018

คำว่า "ยาตีกัน" ที่เราเรียกกันนั้น เป็นปฏิกิริยาต่อกันของยาซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับยามากกว่าหนึ่งชนิดขึ้นไป ผลของปฏิกิริยาต่อกันของยาอาจจะไปเพิ่มหรือลดฤทธิ์ของยาอีกตั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์

กิ๊ฟท์และเด็กหลอดแก้ว

6 มิถุนายน 2556 4.137

คู่สมรสที่ได้รับการตรวจหาสาเหตุจนครบ และได้รับการรักษาตามสาเหตุ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มที่มีซีสต์ (cyst) หรือเนื้องอก มักได้รับการส่องกล้องผ่าตัด ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องผ่าตัดมักได้รับการรักษาด้วยวิธีคัดเชื้อฉีดเข้าโพรงมดลูก หรือ IUI

ต้อหิน

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.868

คือ ภาวะความดันลูกตาสูง ทำให้ขั้วประสาทตาเสื่อม เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง มักพบในคนอายุ 40-60 ปี ต้อหินอันตรายกว่าต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อที่ประสาทตาจะเสื่อมไปเรื่อย ๆ ส่วนที่เสียไปแล้วไม่สามารถทำการรักษาให้ดีเหมือนเดิมได้ ถ้าไม่รักษาทำให้ตาบอดได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ