โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 14,818 Views

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่เข้าเฝือก

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่เข้าเฝือก

เฝือก คืออุปกรณ์ที่ใช้ดามกระดูกและข้อ เพื่อต้องการให้อวัยวะส่วนนั้นอยู่นิ่งๆในปัจจุบันนี้นอกจากเฝือกที่ทำจากปูนปลาสเตอร์ยังมีเฝือกใยสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน มีสีสันสวยงาม

เมื่อไรจะเข้าเฝือก

·     ผู้ป่วยกระดูกหัก หรือข้อเคลื่อน

·     แก้ไขความพิการ เช่น คด เท้าปุก เป็นต้น

·     ป้องกันการหดรั้งของกล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่ออื่นๆ เช่น ในผู้ป่วยแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

·     ป้องกันการหักของกระดูก ในกรณีที่เป็นโรคกระดูก เช่น โรคกระดูกบาง หรือเป็นเนื้องอกของกระดูก

·     ระยะหลังการผ่าตัดที่ต้องการให้แขน ขา นั้นได้พักอยู่นิ่งๆ

คำแนะนำภายหลังการเข้าเฝือก

·     ไม่ควรให้เฝือกรับน้ำหนักทันที หรือลงน้ำหนักเดินบนเฝือกจนกว่าเฝือกจะแข็งแรงเต็มที่

·     ยกแขนหรือขา ส่วนที่ใส่เฝือกให้สูงกว่าระดับลำตัวโดยเฉพาะใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม

·     อย่าให้เฝือกเปียกน้ำและอย่าให้น้ำเข้าไปภายในเฝือก

·     หากมีอาการคัน ห้ามใช้วัตถุแหย่เข้าไปเกาในเฝือก เพราะอาจทำให้ผิวหนังมีแผลถลอกและระวังวัตถุขนาดเล็กที่อาจพลัดตกเข้าไปในเฝือก จะทำให้เกิดแผลกดทับและมีการติดเชื้อตามมาได้

·     หมั่นบริหารกล้ามเนื้อเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยการเกร็งกล้ามเนื้อทั้งส่วนที่อยู่ในเฝือก และอยู่นอกเฝือกร่วมกับการขยับเคลื่อนไหวข้อส่วนที่อยู่นอกเฝือก

·     ไม่พยายามที่จะถอดเฝือก ตัดเฝือกให้สั้นลง หรือทำเฝือกให้หลวมด้วยตนเอง

·     ห้ามผิงไฟ

สิ่งที่ควรสังเกต

ควรพบแพทย์โดยเร็ว เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

·     เฝือกมีการแตกร้าว รู้สึกว่าเฝือกแน่นเกินไป หรือหลวม หลุด

·     มีอาการปวดมาก โดยเฉพาะบริเวณที่เฝือกกดทับ

·     ปลายนิ้วมือ หรือนิ้วเท้าข้างที่เข้าเฝือก มีอาการปวดบวม เขียวคล้ำ หรือซีดขาวรู้สึกชาเคลื่อนไหวได้น้อยและอาการไม่ทุเลา แม้จะยกส่วนที่ใส่เฝือกให้สูง

·     มีเลือด น้ำเหลือง หรือกลิ่นเหม็น ออกมาจากเฝือก

·     ผิวหนังบริเวณขอบเฝือก มีการถลอกหรือบวมแดง

ภายหลังการถอดเฝือก

·     ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้นเบาๆด้วยสบู่และน้ำอาจทาน้ำมันหรือโลชั่น เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นการทำผิวหนังให้สะอาด อาจใช้เวลานานหลายวัน

·     เริ่มเคลื่อนไหวข้อที่ถอดเฝือกทันทีที่ทำได้

·     ถ้ามีอาการบวม หลังจากเดิน หรือห้อยแขน ขา ควรยกแขน ขาให้สูง โดยวางบนหมอนหรือวัสดุอ่อนนุ่ม เช่น เดียวกับที่ทำในขณะเข้าเฝือกอยู่

·     ไม่ควรใช้งานเต็มที่ จนกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแกร่งหรือตามคำแนะนำของแพทย์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การฝึกกล้ามเนื้อตาด้วยตนเอง

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.772

เมื่อท่านทราบว่ากำลังมีอาการกล้ามเนื้อตาล้า หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนกำลัง (Convergence Insufficiency) ท่านสามารถทำให้กล้ามเนื้อตาเข้าสู่สภาพปกติ หรือทำให้อาการปวดตา ไม่สบายตาหายไปด้วยตนเอง โดยวิธีง่าย ๆ ดังนี้

9 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง (NCDs)

18 มิถุนายน 2557 8.785

กลุ่มโรคเรื้อรัง (NCDs) ประกอบด้วย โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน นับเป็นนักฆ่าชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่คร่าชีวิตเกือบ 8 ล้านคนในแต่ละปี และหนึ่งในสามเกิดขึ้นในวัยอายุก่อน 60 ปี

การเจริญของเชื้อมาลาเรียในยุง

1 สิงหาคม 2556 8.242

การเจริญของเชื้อมาลาเรียในยุง เมื่อยุงก้นปล่องตัวเมียซึ่งมีเชื้อมาลาเรียกัดคน ยุงจะปล่อยเชื้อมาลาเรียระยะสปอโรซอยต์ จากต่อมน้ำลายเข้าสู่กระแสเลือดของคนเมื่อยุงก้นปล่องตัวเมียซึ่งมีเชื้อมาลาเรียกัดคน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ