โพสต์ 8 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 27,050 Views

การใช้เข็มเจาะเพื่อดูดเซลไปตรวจ (FNA)

การใช้เข็มเจาะเพื่อดูดเซลไปตรวจ (FNA)

การใช้เข็มเจาะเพื่อดูดเซลไปตรวจ หรือที่แพทย์มักเรียกย่อๆ ว่า FNA (Fine Needle Aspiration) เป็นวิธีที่แพทย์มักใช้เสมอๆ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีก้อนในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้ได้เนื้อเยื่อจากก้อนนั้น ไปส่องตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยว่าก้อนดังกล่าวมีสาเหตุจากภาวะใด เช่น การอักเสบ หรือเป็นมะเร็ง

แพทย์หู คอ จมูก มักใช้วิธีนี้ ในกรณีต่างๆ เหล่านี้

·     ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ

·     ถุงน้ำบริเวณลำคอ

·     ก้อนของต่อมน้ำลาย

·     ก้อนของต่อมไทรอยด์

·     ก้อนภายในช่องปาก

·     ก้อนใดๆ ก็ตาม ที่สามารถคลำได้

แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็ก เจาะเข้าไปบริเวณก้อน โดยใช้กระบอกฉีดยา หรือ Syringe เพื่อทำให้เกิดความดันที่เป็นลบ เพื่อดูดเอาเนื้อเยื่อจากก้อนออกมาตรวจขณะเจาะ แพทย์จำเป็นต้องถอยเข็มเข้าออก (แต่ไม่พ้นผิวหนังออกมา)เพื่อให้ได้เนื้อเยื่อเพื่อมาทำการตรวจให้ได้มากที่สุดเมื่อได้เนื้อเยื่อพอสมควร จึงถอนเข็มออกและฉีดเนื้อเยื่อเหล่านั้นลงไปบนแผ่นสไลด์ แล้วนำไปแช่น้ำยาเพื่อส่งไปให้พยาธิแพทย์ทำการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ต่อไปความแม่นยำของการตรวจ ขึ้นอยู่กับ เทคนิกการเจาะของแพทย์รวมทั้งประสบการณ์ของพยาธิแพทย์ที่ทำการส่องกล้องตรวจ โดยทั่วไปมีความแม่นยำประมาณ 90%

การเจาะเพื่อนำเซลไปตรวจ มีประโยชน์ค่อนข้างมาก ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำมากขึ้นหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเพื่อน้ำชิ้นเนื้อออกมาตรวจ (ซึงเจ็บมกกว่ามีค่าใช้จ่ายสูงกว่าและอาจทำให้เกิดการกระจายของโรคในกรณีที่เป็นเนื้อร้าย)สามารถทำได้ที่ห้องตรวจ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเจ็บปวดมากนัก (เจ็บน้อยกว่าการเจาะเลือดไปตรวจ เนื่องจากใช้เข็มที่มีขนาดเล็กกว่า)ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที หลังทำผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้

โรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการทำ FNA พบน้อยมาก ที่สำคัญคือ การมีเลือดออก ซึ่งมักจะไม่รุนแรงอาจเป็นแค่เพียงรอยช้ำใต้ชั้นผิวหนังผู้ป่วยที่ได้รับยาห้ามการแข็งตัวของเลือด เช่นแอสไพรินควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อาจจำเป็นต้องหยุดยาเหล่านั้นก่อนประมาณ 5-7 วันโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่นการติดเชื้อ ก็พบน้อยมากเช่นกัน

สิ่งที่ผู้ป่วยมักจะถามเสมอ คือการทำ FNA จะทำให้เกิดการกระจายในกรณีที่ก้อนนั้นเป็นก้อนของมะเร็งหรือไม่เนื่องจากการทำ FNA เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กแตกต่างจากการใช้เข็มเพื่อตัดชิ้นเนื้อตรวจแบบธรรมดา (needle biopsy) ซึ่งมักใช้เข็มขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงทำให้โอกาสของการะจายของเนื้อมะเร็งมีน้อยมาก แพทย์จึงมักใช้วิธีนี้เป็นวิธีแรกๆในการช่วยเพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการวินิจฉัยสาเหตุของก้อนในตำแหน่งต่างๆ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรค หู คอ และ จมูก

8 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การใช้ยา : สิ่งที่ควรทำ

6 มิถุนายน 2556 1.622

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นหลักกว้างๆ เพื่อเป็นข้อแนะนำเท่านั้น ท่านคงจะทราบข้อมูล และคำแนะนำจากแพทย์ผู้รักษาแล้ว

อาการปวดหลังเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ

3 สิงหาคม 2556 3.022

ความเครียดทางด้านจิตใจ เป็นสาเหตุที่สำคัญประการนึงของอาการปวดหลัง โดยเฉพาะอาการปวดหลังเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุพบว่าในผู้ป่วยที่ต้องทำงานเครียดอยู่กับภาระงานบนโต๊ะหรือผู้ที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศหรือที่เรียกว่า Office Syndrome นั้นทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง

โรคโปลิโอ (Polio)

20 กุมภาพันธ์ 2557 6.836

โปลิโอ เกิดจากเชื้อไวรัสโปลิโอ เชื้อนี้จะทำให้เกิดการอักเสบของประสาทไขสันหลัง เป็นสาเหตุให้ขาพิการไปจนตลอดชีวิต ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการอัมพาตของกล้ามเนื้ออย่างถาวร เป็นผลให้พิการหรือเสียชีวิตได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ