โพสต์ 8 มี.ค. 56 ปรับปรุง 21 พ.ค. 57 4,047 Views

การอาเจียน

การอาเจียน (vomiting) 

เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบร่วมในโรคต่างๆ มากมาย อาทิเช่น โรคของทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย

ลำไส้อุดตัน โรคของระบบประสาท เช่น เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำคั่งในสมอง

โรคของระบบเมตาบอลิซึ่มบางอย่าง หรืออาจเกิดจากรับประทานยาบางอย่างก็ได้ อาจเกิดได้โดยไม่มี

โรคทางกายใดๆ กรณีเช่นนี้ก็พบได้บ่อย โดยเฉพาะในทารก หรือเด็กเล็กที่ดื่มนมมากไป แล้วไม่ได้อุ้ม

เด็กพาดบ่าให้เรอมากพอ หรือคุณแม่อาจจะให้นมไม่ถูกวิธี เช่นให้นอนดูดนม แทนที่จะอุ้มให้ดูดนม

เป็นต้น

 

แทบทุกคนคงจะเคยผ่านอาการคลื่นไส้อาเจียนมาบ้างไม่มากก็น้อย และคงตระหนักแก่ตัวเองแล้วว่า

การอาเจียนก็มีประโยชน์เช่นกัน กล่าวคือ เมื่อได้คายของเก่าออกไปเสียบ้าง ทำให้รู้สึกโล่งสบายท้อง

สบายกายสบายใจขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในแง่ที่เตือนให้เรารู้ว่า ตอนนี้ร่างกายของเรามีความผิด

ปกติอะไรเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เรารู้ตัว และสามารถป้องกัน และรักษาตนเองเสียก่อนที่จะเกิดการ

ลุกลามของโรคนั้นๆ ขึ้น แต่ถ้าอาเจียนแบบรุนแรงไม่รู้จักหยุดหย่อนก็อาจจะมีผลทำให้เกิดการฉีกขาด

ของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร มีเลือดออกมาก และยังทำให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกาย เกิด

ภาวะขาดน้ำ เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลของเกลือแร่ภายในร่างกายดีไม่ดีถ้าอาเจียนจนเกิดการสำลัก

เศษอาหารเข้าไปในหลอดลมอาจทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้

 

อาการอาเจียน และท้องเสียในเด็ก เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบางอย่างอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่ง

ในรายที่มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรงควรนำลูกมาพบแพทย์เสมอ เนื่องจากการอาเจียนนั้นอาจ

เป็นเพียงอาการนำของโรคอื่นๆ ที่อาจไม่ใช่จากโรคของระบบทางเดินอาหารก็ได้ ตัวอย่างเช่น อาการ

ที่เด็กซึมลง ปวดหัว และมีอาเจียน อาจเกิดจากการที่มีความดันสูงในสมอง ถ้าเด็กมีอาการคอแข็ง

และไข้สูงด้วย ให้นึกถึงการติดเชื้อของสมอง ไข้สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฯลฯ หรืออาจเกิด

 

จากการมีก้อนเนื้องอกในสมอง หรือเลือดออกในสมองจากอุบัติเหตุ หรือเส้นโลหิตแตกในสมอง ฯลฯ

เด็กที่มีอาการปวดท้องร่วมกับการอาเจียนค่อนข้างมาก จนบางครั้งเห็นสิ่งที่อาเจียนออกมาเป็นน้ำสีเห

ลืองๆ ซึ่งเป็นสีเหลืองของน้ำดีที่ออกมาจากถุงน้ำดี แสดงว่าอาการค่อนข้างรุนแรง อาจต้องนึกถึงเรื่อง

ไส้ติ่งอักเสบ ภาวะลำไส้กลืนกัน หรือภาวะทางศัลยกรรมอื่นๆ ที่ต้องการการผ่าตัด หรือแม้แต่เด็กเป็น

เบาหวาน ในระยะที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมากจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดร่วมด้วย ก็จะมีอาการอาเจียนที่

รุนแรงร่วมด้วยได้ ในบางรายพบว่าแม้แต่การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ก็ทำให้เด็กมีการอาเจียน

ค่อนข้างมากได้เช่นกัน

ขั้นตอนการอาเจียน

  1.  
  2. ขั้นตอนการอาเจียนจะมีลักษณะประกอบด้วยอาการ 3 อย่าง อาการแรกเป็นความรู้สึกคลื่นไส้ เรียก
  3.  
  4. ว่า nausea ความรู้สึกคลื่นไส้นี้มักจะมีอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติร่วมด้วย
  5.  
  6. ต่อมาร่างกายจะพยายามทำให้เกิดความดันที่เป็นลบภายในในช่องอก โดยกลไกทำให้กล่องเสียง
  7. ปิด กล้ามเนื้อที่ใช้หายใจหดตัว และกระบังลมเลื่อนลงมาในช่องท้อง เรียกอาการดังกล่าวนี้ว่า
  8. retching
  9.  
  10. หลังจากนั้นจึงจะมีอาการอาเจียนพุ่งออกมาจากทางเดินอาหาร เรียกขั้นตอนสุดท้ายนี้ว่า emesis

ปก

ติอาหารที่กินเข้าไป จะเคลื่อนที่ไปตามทางเดินอาหาร ถูกย่อยและดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์

 

แก่ร่างกาย บางส่วนก็จะถูกขับออก แต่ในภาวะที่เกิด "อาเจียน " แทนที่อาหารจะเคลื่อนที่ลงไปเป็นขั้น

เป็นตอน กลับถูกผลักดันให้ไหลย้อนกลับจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร และขย้อนไหลออกทาง

ปาก ซึ่งส่วนใหญ่ก่อนที่จะมีอาการอาเจียนเกิดขึ้นนั้น จะมีอาการคลื่นไส้นำมาก่อน ซึ่งจะทำให้

กระเพาะอาหารเคลื่อนไหวลดลง แต่ถ้าอาการคลื่นไส้ที่รุนแรงจะพบว่ามีอาการเหงื่อออก ผิวหนังซีด

ตัวเย็น น้ำลายไหล และบางครั้งอาจทำให้ชีพจรช้าลงและความดันเลือดต่ำได้ หลังจากคลื่นไส้แล้ว ก็

จะมีอาการขย้อนตามมา เป็นผลจากการที่มีการหายใจเข้า-ออกถี่ๆ เป็นจังหวะ เศษอาหารเกิดการไหล

ย้อนกลับสู่หลอดอาหาร

 

อาการอาเจียนถูกควบคุมโดยศูนย์ในสมอง 2 ศูนย์ คือ ศูนย์อาเจียน และศูนย์ซีทีแซด (CTZ) แต่ศูนย์

ที่ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งงานให้เกิดอาการอาเจียนอย่างแท้จริงคือ " ศูนย์อาเจียน " โดยเมื่อศูนย์นี้ได้

รับสิ่งกระตุ้นจากภายนอก เช่น จากทางเดินอาหารและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย จากอวัยวะที่ควบคุมการ

ทรงตัวภายในหูชั้นใน ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการเมารถเมาเรือ และจากศูนย์ซีทีแซด ซึ่งเมื่อศูนย์อาเจียน

ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งดังกล่าวข้างต้นแล้วก็จะส่งสัญญาณประสาทออกจากศูนย์ไปยังกะบังลม ทำให้

กะบังลมบีบตัวส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อหน้าท้องเกิดการเกร็ง และไปยังกระเพาะอาหารและ

หลอดอาหาร ทำให้คลายตัว ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ข้างต้นทำให้เศษอาหารถูกผลักดันออกจากปากและ

เกิดอาเจียนในที่สุด

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

161 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อต่อขากรรไกรทำงานผิดปกติ

27 กันยายน 2556 2.499

ความผิดปกติของข่อต่อขากรรไกร บางครั้งอาจพบว่าเกิดเมื่อกล้ามเนื้อ สำหรับการบดเคี้ยวและข้อต่อขากรรไกรล่างขาดสมดุลย์ของการทำงานซึ่งกันและกัน โรคนี้จะมีอาการเจ็บในส่วนกล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร

โรคที่เกิดจากผ้ารัดเข่าและรัดหลัง (knee support and back support)

27 สิงหาคม 2556 53.723

ในเมืองไทยมีสินค้าทางด้านสุขภาพ วางขายให้เลือกซื้อกันอย่างเสรีมากมายครับ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นการดีในเเง่ของความสะดวกรวดเร็วในการดูเเลรักษา ตัวเองเป็นเบื้องต้นครับเเต่ในทางตรงกันข้ามบางครั้งความถูกต้องในความเข้าใจของวิธีการใช้สินค้าสุขภาพเหล่านั้นก็ผิดไป

โปรตีน : ความสำคัญต่อร่างกาย

6 มิถุนายน 2556 9.273

ร่างกายคนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่สำคัญครบทั้ง 6 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำ จึงทำให้อวัยวะต่างๆ ทำหน้าที่ได้ตามปกติ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ