โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 5,117 Views

การวิ่งออกกำลังกายทำให้เข่าเสื่อมจริงหรือ

การวิ่งออกกำลังกายทำให้เข่าเสื่อมจริงหรือ

มีคำพูดหนึ่งในนวนิยายจีนโบราณของนักเเต่ง โก้วเล้ง ที่ว่า “จริงคือเท็จ เท็จคือจริง” ที่ผมคิดว่า เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำมาเปิดประเด็น ตอนต้น ในหัวข้อที่เราจะพูดถึงในวันนี้ครับ

ในสมัยก่อน เมื่อมีการเก็บบันทึกสาเหตุการตายของประชากรในไทย พบว่าโรคหัวใจนั้น มาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่ใช่สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตจริงๆหรอกครับ เพราะอะไรหรือครับ รู้เเล้วอย่าแปลกใจนะครับเหตุผลที่ทำให้โรคหัวใจเป็นผู้ร้ายอันดับหนึ่งในสมัยนั้นก็เพราะคุณหมอนี่เเหละครับ เป็นตัวต้นเหตุเพราะเมื่อมีผู้ป่วยเสียชีวิตในโรงพยาบาลอาจจะจากโรคบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับหัวใจเลย เช่น โรคหอบหืด โรคมะเร็งอุบัติเหตุ หมอจะบันทึกลงไปในช่อง สาเหตุการตายว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว ไม่ทำงานนักสถิติที่รวบรวมไม่ได้ดูสาเหตุที่เเท้จริงว่าทำไมหัวใจดวงน้อยๆถึงไม่ยอมเต้น ก็ตกใจว่า คนไทยตายจากโรคหัวใจกันมากผลก็คือทำให้ผู้คนในสมัยนั้นกลัวโรคนี้ขึ้นสมองพยายามหาหนทางเเก้ไขเเละป้องกันกันอย่างเต็มที่ครับ มีการออกข่าวคึกโครมถึงวิธีการปฏิบัติที่จะทำให้หลีกห่างจากโรคนี้มากมาย

หนึ่งในนั้น คือการบริหารเเบบเเอโรบิค โดยการวิ่ง วัตถุประสงค์ การออกกำลังกายชนิดนี้ คือการกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น 80% ของความสามารถที่หัวใจคนนั้นจะเต้นได้ ให้เต้นอยู่อย่างนี้นาน ประมาณ 15-20 นาที  นัยว่าสามารถลดปริมาณไขมันตัวร้าย พวก คลอเรสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ เเละเพิ่มปริมาณไขมันตัวดี เอชคลอเรสเตอรอล ลดโอกาสการอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจ

ปรากฎว่า มีการโหมโรง โฆกษณาชวนเชื่อ ให้คนไทยวิ่งกันอย่างมากมาย ทุกวัน เเต่กลับพบว่า คนที่อายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปไปพบเเพทย์ด้วยอาการที่ไม่เกี่ยวกับโรคหัวใจมากขึ้นครับ นั่นคืออาการปวดเข่า เข่าบวม มีข้อเข่าเสื่อมผุพังมากขึ้นอย่าน่าตกใจ

มีการศึกษาวิจัย ว่าการวิ่งทำให้ข้อเข่า เสื่อมมากขึ้นจริงหรือไม่ของมหาวิทยาลัยเเคลิฟอร์เนียเมื่อปี 1993 โดยการเฝ้าดู นักวิ่ง 35 คน ติดต่อกัน 5 ปี โดยมีการตรวจสอบเอ็กเรย์กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง เเละข้อเข่าทุก ทุกปี ปรากฎว่าอัตราการเป็นข้อเสื่อมไม่ได้เเตกต่างจากคนทั่วไป หมายความว่านักวิ่งกลุ่มนี้ การวิ่งไม่ได้ทำให้เป็นข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นเเละมากขึ้นครับ

อ้าว...... เเล้วคนไทยในสมัยนั้น ที่ไปวิ่งกันมากมาก ทำไมถึงปวด เข่าเเละเป็นเข่าเสื่อมมากขึ้นละครับ มีเเพทย์หลายหลายคนพยายามหาสาเหตุที่เเท้จริง จนกระทั่งพบว่ามีปัจจัยที่เเตกต่างระหว่างคนไทย กับคนต่างประเทศเเละยังเป็นต้นเหตุที่เเท้จริงที่ทำให้นักวิ่งไทยเป็นข้อเข่าเสื่อมมากขึ้นคือ กล้ามเนื้อของคนไทยไม่เเข็งเเรงครับ

คนต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป หรือ อเมริกา จะเป็นนักออกกำลังกาย นักเล่นกีฬาอย่าง ต่อเนื่องไม่ใช่เพิ่งมาออกกำลังกายตอนมีเวลาว่าง หรือมาออกกำลังกายเมื่อวัยเกษียนการออกกำลังกายอย่าง
สม่ำเสมอ ทำให้กล้ามเนื้อทั่วไปโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่หลังเเละต้นขา เเข็งเเรงไม่มีสภาพการถดถอยของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อรับเเรงเเละผ่อนเเรงกดจากน้ำหนักตัวได้อย่างสมดุล เมื่อเวลาคนเราหยุดออกกำลังกายนานๆ เช่นคนหนุ่มสาวของบ้านเรา ที่เมื่อจบจากการศึกษา ออกมาทำงานมักจะไม่มีวลาในการออกกำลังกาย เล่นกีฬา อย่างต่อเนื่องจะมีภาวะอย่างหนึ่งค่อยๆ เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อของคนคนนั้น คือขนาดของเส้นใยกล้ามเนื้อจะลีบลง ลีบลง จน กล้ามเนื้อบางจุด เช่น หลังเเละขาจะสู้ หรือทนน้ำหนักตัวที่ต้องมีการออกเเรงในชีวิตประจำวันไม่ไหวผลก็คือ จะมีการอักเสบสะสมเล็กๆ น้อย ต่อเนื่องภายในกล้ามเนื้อ

เมื่อมีข่าวเเว่วมา ว่าการวิ่งทำให้เป็นโรคหัวใจน้อยลง คนไทยเราก็เฮโลไปวิ่งในสวนกันใหญ่โดยไม่เคยมีการตรวจสอบก่อนว่า กล้ามเนื้อรอบหัวเข่าเเข็งเเรงหรือไม่พอจะทนน้ำหนักตัวเราขณะทีวิ่งได้หรือไม่ การวิ่งนานๆ ที่ไม่มีกล้ามเนื้อที่เเข็งเเรงคอยปกป้อง คอยผ่อนเเรงกระเเทกซ้ำๆ ที่ผิวข้อเข่าจึงทำให้ข้อเข่าเกิดอักเสบ เกิดการเสื่อมเเละผุพังเร็วขึ้นครับโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีอายุเข้าสู่วัยกลางคนกระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณผิวข้ออยู่ในสภาพที่ถดถอยอยู่แล้วรายไหนรายนั้นครับ พอเริ่มต้นวิ่งไปซัก 3-4 วันก็จะมีอาการ บวม ปวดที่เข่าขึ้นมา

เห็นมั้ยครับว่า กล้ามเนื้อรอบเข่าของเราสำคัญต่อกระดูกมากเเค่ไหน ผมจะมาบอกวิธีการตรวจสอบกล้ามเนื้อรอบหัวเข่า ว่าเเข็งเเรงหรือไม่ ในคราวหน้าครับ

สบายกาย คลายปวดเข่าครับ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

15 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

วงจรการติดต่อข้ามชนิดสัตว์ (cross-species infection)

1 สิงหาคม 2556 2.900

วงจรการติดต่อข้ามชนิดสัตว์ (cross-species infection) ของเชื้อไข้ไวรัสหวัดนก ตามปกติในสัตว์ปีกจะพบการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด H1-H15 และ N1-9 ซึ่ง H และ N สามารถจับคู่ผสมกัน แต่ชนิดที่ก่อให้เกิดโรคค่อนข้างจะจำกัด

วางแผนรักษามะเร็งที่ลิ้น

7 สิงหาคม 2556 5.839

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ลิ้น ขั้นตอนต่อไปก็คือการวางแผนการรักษาโดยทั่วไป แผนการรักษามะเร็ง ประกอบไปด้วยการผ่าตัด การให้รังสีรักษา การให้เคมีบำบัด โดยอาจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งหรือใช้หลายๆ วิธีร่วมกันไป

อันตรายของแสงแดดต่อดวงตา

22 กันยายน 2558 8.334

แสงแดดสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อส่วนต่างๆของดวงตา เช่น เปลือกตา เยื่อบุตา กระจกตา เลนส์ตา จอตา เพื่อปกป้องดวงตาให้ปลอดภัยจากอันตรายภายนอกรวมทั้งแสงแดด ดวงตาจึงถูกสร้างให้ถูกห่อหุ้มด้วยกระดูกเบ้าตา มีเปลือกตา ขนคิ้วและขนตาเป็นเกราะป้องกัน

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ