โพสต์ 28 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 3,764 Views

การรักษาเสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยคลื่นวิทยุ

การรักษาเสียงกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยคลื่นวิทยุ

เป็นที่ทราบกันดีว่า อาการนอนกรน เป็นอาการที่เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนต้น นอกจากนี้ ยังเป็นอาการของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้  จะทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพ โดยจะทำให้เกิดปัญหากับหัวใจ สมอง และหลอดเลือด นำมาซึ่งอันตรายถึงกับชีวิตได้

การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน คือการใช้อุปกรณ์เพื่อเพิ่มความดันในทางเดินหายใจ (CPAP)  แม้ว่าจะได้ผลดี แต่อุปกรณ์ดังกล่าว มีข้อจำกัดที่เป็นการรักษาที่ปลายเหตุผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้เครื่องนี้ไปตลอดชีวิต นอกจากนี้การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ยังก่อให้เกิดความรำคาญ ในระหว่างที่นอนหลับเนื่องจากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นเหมือนหน้ากากครอบไปที่โพรงจมูกทำให้มีผู้ป่วยไม่มากนัก ที่สามารถใช้การรักษาวิธีนี้ได้

การรักษาด้วยการผ่าตัด มีหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือการรักษาด้วยการใช้คลื่นวิทยุ (Somnoplasty) โดยมีหลักการคือแพทย์จะปล่อยคลื่นวิทยุเข้าไปในเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ คลื่นวิทยุที่ถูกปล่อยเข้าไปนี้ จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิในเนื้อเยื่อไม่ให้สูงเกินไปนัก  ความร้อนจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อนั้นๆทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น

การรักษาด้วยวิธี Somnoplasty มีข้อดีคือ สามารถทำได้ที่ห้องตรวจ ใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบหลังทำอาจมีอาการเจ็บคอบ้างเล็กน้อย และมักดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมงส่วนใหญ่มักไม่ต้องพักในโรงพยาบาล  ส่วนใหญ่ต้องทำประมาณ 2 ครั้งแต่ละครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์ จึงจะได้ผลดีโดยมีอัตราการได้ผลอยู่ประมาณ 80% และไม่พบโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงหลังทำการรักษาแต่อย่างใด

เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดวิธีอื่นๆ เช่นเลเซอร์ หรือการผ่าตัดธรรมดาการรักษาด้วยคลื่นวิทยุมีค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากวิธีอื่นแต่มีข้อได้เปรียบที่ ปลอดภัย และอาการเจ็บค่อนข้างน้อยอัตราการได้ผลอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ปัจจุบัน การรักษาวิธีนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของการรักษาอาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคฮิต ฤดูฝน ตอนที่ 2 : โรคระบบทางเดินอาหาร

11 มิถุนายน 2557 14.283

สำหรับตอนที่ 2 นี้ จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับการติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคบิด โรคไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ และ โรคตับอักเสบ

4 ปี ฟีฟ่ามีรายได้ 126,000 ล้านบาท

26 สิงหาคม 2556 3.710

หนังสือฟีฟ่าแมกกาซีนเล่มล่าสุด (เม.ย.54) ได้ลงบทความเกี่ยวกับผลการดำเนินงานตลอดระยะ 4 ปี (2007-2010) ของคณะกรรมการบริหารฟีฟ่า ภายใต้การนำของประธานฟีฟ่า มร.โจเซฟ เอส. แบลตเลอร์

เวียนศีรษะบ้านหมุน…ทำไมเป็นบ่อยจัง !!!

6 มิถุนายน 2556 1.092

คุณผู้อ่านเคยมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนไหมครับ..เอา แบบที่บ้านหมุนติ้วๆ มีคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก ใจสั่นด้วยนะครับ คนที่เคยเป็นแล้วจะรู้ว่าอาการดังกล่าวนั้น มันแสนจะทรมานจนคิดว่าขออย่าได้เป็นอีกเลยในชาตินี้..

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ