โพสต์ 7 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 2,777 Views

การพิสูจน์ทราบชนิดของสเต็มเซลล์จากร่างกาย

การพิสูจน์ทราบชนิดของสเต็มเซลล์จากร่างกาย

สเต็มเซลล์จากร่างกาย หรือที่เรียกว่า adult stem cells พบได้ในอวัยวะและเนื้อเยื่อหลายชนิด และพบในปริมาณที่ไม่มากนัก นักวิทยาศาสตร์พบว่าสเต็มเซลล์เหล่านั้นอยู่ในเนื้อเยื่อโดยยังไม่แบ่งตัวแต่อย่างใดเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งสเต็มเซลล์เหล่านั้นถูกกระตุ้นโดยภาวะโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นหรือบางครั้งถูกกระตุ้นโดยภยันตรายต่อเนื้อเยื่อซึ่งเป็นปฏิกิริยาระดับเซลล์ ปัจจุบันพบว่า อวัยวะที่มีสเต็มเซลล์อยู่ภายใน ได้แก่ สมอง ไขกระดูก เลือด หลอดเลือด กล้ามเนื้อลาย ผิวหนัง และตับ

นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากร่างกายในห้องปฏิบัติการโดยมุ่งหวังที่จะให้สเต็มเซลล์เหล่านั้นเจริญเติบโตเพื่อสร้างเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง และสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้ ตัวอย่างเช่น การเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดทำหน้าที่สร้างสารโดปามีนในสมองเพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน การเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินเพื่อรักษาโรคเบาหวานชนิดพี่งอินซูลิน การเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อซ่อมแซม เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อหัวใจภายหลังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

แนวทางการพิสูจน์ทราบชนิดของสเต็มเซลล์จากร่างกาย ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่หลักการที่ใช้กันทั่วไปมีสองสามประการดังต่อไปนี้

 

  • วิธีแรก ใช้การติดฉลากเซลล์ในเนื่อเยื่อของสิ่งมีชีวิตด้วยโปรตีนโมเลกุลขนาดเล็ก สามารถระบุได้ว่าเซลล์นั้นจะพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดใด
  • วิธีที่สอง นำเซลล์ออกมาก่อนแล้วทำการเพาะเลี้ยงเซลล์ต่อไป หลังจากนั้นนำกลับไปปลูกถ่ายเข้าไปในสัตว์ทดลองอีกตัวหนึ่ง เพื่อดูว่าเซลล์นั้นจะพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดใด
  • วิธีที่สาม ทำการแยกเซลล์ก่อนแล้วเพาะเลี้ยงในห้องปฎิบัติการ เติมสารกระตุ้นซึ่งอาจจะเป็น growth 

 

สอดใส่ยีนใหม่เข้าไปในเซลล์ จะทำให้ทราบว่าเซลล์นั้นดิฟเฟอเรนชิเอทอย่างไรต่อไป

หลักสำคัญที่เกิดขึ้นในขบวนการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ คือ การที่สเต็มเซลล์จากร่างกายเริ่มต้นที่เซลล์เดียวจะสามารถแบ่งตัวและดิฟเฟอเรนชิเอทไปเป็นกลุ่มเซลล์ที่เหมือนๆกัน เรียกว่ากลุ่มเซลล์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมือนกันเหล่านี้ว่า "โคลน" (clone) ซึ่งเมื่อนักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตโคลนของเนื่อเยื่อที่ต้องการได้ ก็จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทดลองและศึกษาวิจัยเพิ่มเติมได้อีกมากมาย

 

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากร่างกายให้เกิดเป็นโคลนที่ต้องการได้ในห้องปฏิบัติการ และยังสามารถปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เพื่อให้เกิดเป็นโคลนของเนื้อเยื่อเป้าหมายโดยการปลูกถ่ายเข้าไปในสัตว์ทดลองได้อีกด้วย วิธีดังกล่าวเรียกว่า "repopulation" เทคนิคหนึ่งที่ได้รับการพัฒนามาใช้เร็วๆ นี้ คือ นำไวรัสมาเป็นพาหะนำสเต็มเซลล์ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงตามที่ต้องการเข้าไปในสัตว์ทดลอง พบว่าโคลนของเนื้อเยื่อที่เกิดจากสเต็มเซลล์จากร่างกายที่ได้ปลูกถ่ายเข้าไปนั้น ก่อให้เกิดกระบวนการเช่นเดียวกับในหลอดทดลอง นำมาซึ่งเทคนิกการบำบัดด้วยเซลล์ด้วยเทคนิคที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พึงระลึกไว้เสมอว่า ลักษณะของสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดในร่างกายคนเรามีความพิเศษหลายประการ ในหลักการทั่วไปถือว่า สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดแตกต่างจากเซลล์ชนิดอื่นๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่มาจากแหล่งใด อาจจะเป็นสเต็มเซลล์จากตัวอ่อน สเต็มเซลล์จากร่างกาย หรือสเต็มเซลล์ที่ได้มาจากการสร้างเซลล์ให้เข้าคู่กับสารพันธุกรรมของคนไข้ได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปฎิสนธิ

สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดทุกชนิดจะมีลักษณะพิเศษที่สำคัญ 3 ประการ

 

  • ประการแรก คือ สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้เป็นเวลานาน
  • ประการที่สอง คือ สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง
  • ประการที่สาม คือ สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดมีความสามารถในการเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

167 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การลดการกดของหมอนรองกระดูกโดยการใช้เข็มความถี่สูง

3 สิงหาคม 2556 2.418

การลดการกดของหมอนรองกระดูกสันหลัง โดยการใช้เข็มคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่เรียกว่า Radio Frequency วัตถุประสงค์ของการใช้การรักษาโดยวิธีนี้ เพื่อที่จะทำให้เกิดการยุบตัว และการลดขนาดของหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่มีผลลดแรงกดที่เส้นประสาท

ทำไมต้องสวดมนต์เล็กน้อยก่อนนอน

15 กุมภาพันธ์ 2557 2.485

เมื่อเราตื่นอยู่จิตสำนึกจะทำงาน แต่เมื่อเราหลับจิตใต้สำนึกจะทำงาน รับช่วงจากจิตสำนึก สิ่งที่เราทำก่อนนอนจะลงไปสะสมอยู่ในจิตใต้สำนึกหรือในส่วนลึกของจิต สิ่งที่สะสมอยู่ในจิตใต้สำนึกนั้นจะกลายเป็นแรงบันดาลใจสนับสนุนเราเมื่อเราตื่นขึ้นมา แรงปรารถนาที่เราตั้งไว้เมื่อก่อนเข้านอน จะลงไปก่อตัวหันอยู่เงียบ ๆ ในจิตใต้สำนึก ซึ่งจะมีอิทธิพลเป็นอันมากในวิถีชีวิตของเรา โดยที่เราอาจไม่รู้สึกตัว

Baby Boom -X-Y-Z เจน ไหน ? เสี่ยง (โรค) อะไร ?

7 มิถุนายน 2556 4.561

เคยได้ยินไหม... Baby Boom-Gen X-GenY และ Gen Z ? เหล่านี้คือ ยุคสมัยที่จัดแบ่งกลุ่มคนตามช่วงอายุทางวิชาประชากรศาสตร์ที่อเมริกันชนเขาใช้ และได้เผยแพร่ไปทั่วโลก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ