Articles

การตรวจคัดกรองเบาหวาน

By noppol
10

การตรวจคัดกรองเบาหวาน

การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่แพทย์ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งนั้นเนื่องจากโรคเบาหวานเป็นโรคที่พบได้บ่อยมาก จัดเป็นโรคเรื้อรังที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานนับเป็นปัญหาสำคัญ ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนหนึ่งไม่มีอาการของระดับน้ำตาลสูงในเลือดชัดเจน การตรวจคัดกรองเพื่อให้การวินิจฉัยในระยะแรกเริ่มของโรคจึงมีความจำเป็น อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองเบาหวานในประชากรทั่วไป เนื่องจากจากการวิจัยพบว่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจยังไม่สูงพอ

แนวความคิดเกี่ยวกับการตรวจคัดกรอง หรือที่เรียกว่า screening test นั้นมีแง่มุมที่นักวิชาการต้องทำการศึกษาวิจัย และรวบรวมข้อมูลจำนวนมากเพื่อหาข้อสรุปที่พอจะใช้เป็นแนวทางตามความเหมาะสม ข้อสรุปดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้หากปรากฎข้อมูลหรือผลการศึกษาวิจัยใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น หากไม่เข้าใจแนวความคิดลักษณะนี้แล้ว สังคมอาจเกิดความสับสน เช่น รู้สึกว่าเมื่อก่อนทำไมทำแบบนี้ ตอนนี้ทำไมถึงทำแบบนี้ ความสับสนดังกล่าวสามารถแก้ไขและป้องกันได้โดยการนำเสนอข่าวคราวเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยใหม่ๆ และความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องที่ได้จากผลงานวิจัยนั้นๆ

การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวาน จัดเป็นตัวอย่างหรือกรณีศึกษาที่ดีอย่างหนึ่ง ปัจจุบันนี้แนะนำให้ทำการตรวจในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานเท่านั้น ซึ่งก็ได้เปลี่ยนแปลงไปจากคำแนะนำเมื่อ 10-20 ปีก่อนบางประการ และในอนาคตอาจแตกต่างไปจากนี้ก็ได้ ซึ่งในทางการแพทย์ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ได้แก่ ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ว่าจะพบผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเบาหวานชนิดที่สอง แต่ในระยะหลังผลการศึกษาวิจัยก็พบว่าเบาหวานชนิดที่หนึ่ง หรือเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลินพบมากขึ้นในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องใช้อินซูลินในการรักษาเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่มีพี่น้องหรือบิดามารดาเป็นโรคเบาหวานอยู่ถือว่ามีปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคเบาหวานเป็นโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง จากการศึกษาในระยะหลังๆนี้ พบว่าโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน หรือที่เรียกว่าเบาหวานชนิดที่สอง ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 5-8 ของประชากรทั่วโลก เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้เซลของตับอ่อนทำงานผิดปกติ เซลดังกล่าวมีชื่อเรียกว่าเบตาเซล ซึ่งทำหน้าที่สร้างอินซูลิน ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากปัจจัยทางพันธุกรรมก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (insulin resistance) และทำให้ผู้นั้นเกิดเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

จากความรู้เรื่องจีโนมิกส์ในปัจจุบัน ทำให้ทราบว่ายีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเบาหวานในผู้ใหญ่ หรือเบาหวานชนิดที่สองนั้น มีปฎิกิริยาต่อกันอย่างสลับซับซ้อน อย่างน้อยที่สุดพบยีนสามตำแหน่งเกิดการกลายพันธุ์ (mutation) และที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือยีนควบคุมการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน กับยีนที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ปัจจุบันมีการศึกษาทางจีโนมิกส์ในครอบครัวของผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างมากมายหลายแห่งทั่วโลก และในอนาคตอันใกล้คงจะมีคำตอบบางประการที่นำมาซึ่งแนวทางการบำบัดรักษา ซึ่งอาจแตกต่างไปจากแนวทางที่กระทำกันอยู่ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง

นอกจากปัจจัยทางพันธุกรรมแล้ว ผู้ที่เข้าข่ายถือว่ามีปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน และถือว่าสมควรได้รับการตรวจคัดกรอง ได้แก่ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน หญิงที่มีประวัติแท้งบุตรหลายครั้ง หรือคลอดบุตรที่น้ำหนักตัวแรกเกิด 4,000 กรัมหรือมากกว่า หรือเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งผู้ที่กินยาขับปัสสาวะในกลุ่ม thiazide หรือกินยาในกลุ่มสเตียรอยด์ (steroid) มาระยะเวลายาวนาน

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์