Articles

การตรวจโด๊ปที่นักกีฬาควรทราบ

By noppol
5

การตรวจโด๊ปที่นักกีฬาควรทราบ

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวใหญ่ดังไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วยที่นำเรื่องราวมาเสนอกันในหน้า 1 ของหน้ากีฬาของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ นั่นก็คือ จัสติน กัทลิน (Justin Gatlin) นักวิ่ง 100 เมตร ที่เร็วที่สุดในโลกชาวอเมริกันที่ทำเวลาได้ 9.77 วินาที เท่ากับ นักวิ่งชาวจาไมก้า อ.ซาฟา พาเวลส (Asafa Powell) และฟลอยด์ แลนดิส นักปั่นน่องเหล็กชาวอเมริกันเช่นกัน ที่ปั่นเข้ามาที่ 1 ของ รายการ ตูร์ เดอฟรองซ์ 2006

โดยทั้งสองคนถูกตรวจพบสารต้องห้าม “เทสโตสเตอโรน” (TESTOSTERONE) ในปัสสาวะ ทั้งการตรวจพบในตัวอย่างแรก (Sample ที่ 1) และตัวอย่างที่สอง (Sample ที่ 2) ซึ่งการตรวจพบดังกล่าวเชื่อว่ามีความถูกต้องยุติธรรมเพียงพอ เพราะเท่าที่ผมมีประสบการณ์ในการตรวจโด๊ปในกีฬาฟุตบอลหลายครั้ง และกีฬาอื่นๆ บ้าง ผมคิดว่าขั้นตอนการเก็บ และการส่งไปตรวจมีความรัดกุมอย่างมาก เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อนักกีฬาทุกๆ คน ที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ดังนั้นการที่มีข่าวจากโค้ชของ จัสติน กัทลิน ว่านักกีฬาของเขาถูกขบวนการบ่อนทำลาย หรือกลั่นแกล้งจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการของสหพันธ์ กรีฑานานาชาติ ที่จะต้องชี้แจงข้อสงสัย หรือข้อโต้แย้งต่างๆ เพื่อให้ทั้งตัวนักกีฬา โค้ช และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงตลอดจนประชาชนชาวอเมริกันที่เชียร์นักกีฬาของตนเองให้หายสงสัยในการที่จะตัดสินลงโทษต่อไป

การลงโทษที่จะเกิดขึ้นกับนักกีฬาที่ถูกตรวจพบว่าโด๊ป

สำหรับในราย ฟลอยด์ แลนดิส นักปั่นน่องเหล็กชาวอเมริกัน อาจถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันรายการต่างๆ เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งตามประวัติเขาไม่เคยถูกตรวจพบสารต้องห้ามมาก่อนหน้านี้ แต่จากการที่เขาอายุเริ่มมากขึ้นแล้ว (30ปี) การห้ามแข่งขัน 2 ปี ถือว่าเป็นการทำให้เขาควรต้องยุติการเป็นนักกีฬาอีกต่อไป แต่ก็ไม่แน่หากเขาสามารถฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง จับเวลาด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องร่วมการแข่งขัน เขาอาจจะกลับมาโด่งดังอีกครั้งก็เป็นได้ แต่ในรายของจัสติน กัทลิน อาจถูกลงโทษตลอดชีวิต เพราะในอดีตเคยถูกตรวจพบสารแอมเฟตามีน (Amphetamine) ในปัสสาวะมาแล้ว และเคยถูกลงโทษ 2 ปี ต่อมามีการลดหย่อน ผ่อนผัน และมีการคาดโทษว่าถ้าตรวจพบสารต้องห้ามอีกในอนาคตจะต้องถูกลงโทษห้ามเล่นตลอดชีวิต ดังนั้น เห็นทีคราวนี้ จัสติน กัทลิน คงจะต้องหมดอนาคตซะแล้ว เพราะคณะกรรมการพิจารณาอุธรณ์ คงจะไม่เมตตาปราณีเป็นแน่แท้คงจะต้องตัดสินไปตามเนื้อผ้า

คำแนะนำสำหรับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้จัดการทีม ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาทุกๆ คน

สารต่างๆ ที่อาจตรวจพบในปัสสาวะหรือเลือด ของนักกีฬา และถือว่าเป็นการโด๊ปนั้น มีมากมายหลายประเภท บางครั้งแม้แต่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องโด๊ปยังไม่สามารถจดจำได้หมดเลยว่า มียาและสารประเภทใดบ้าง ดังนั้น นักกีฬาจึงไม่ควรรับประทานยาเองโดยพลการ ทั้งยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณสมุนไพร ยาจีน หรือยาบำรุงกำลัง อาหารเสริมต่างๆ ซึ่งทั้งนักกีฬาหรือแพทย์ที่ดูแลท่านไม่ทราบว่ามีส่วนประกอบใดๆ อยู่ในสิ่งที่รับประทานเข้าไป เพราะการที่ท่านจะถูกลงโทษหรือถูกริบเหรียญกรณีท่านชนะในการแข่งขัน จากกรณีการใช้สารต้องห้ามนั้น เขาจะตรวจดูสารต้องห้ามในปัสสาวะหรือเลือด ถ้าพบว่ามีสารต้องห้ามทั้ง 2 ตัวอย่าง (Samples) แล้ว ท่านจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน จะมาให้เหตุผลว่าไม่เจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้ ตัวท่านเองจะต้องระวังตัวอยู่เสมอ ต้องคิดอยู่เสมอว่าสิ่งใดที่จะนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธีใด ท่านต้องแน่ใจว่าไม่มีสารต้องห้าม

หากนักกีฬาเกิดมีการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บขณะฝึกซ้อม การเข้าไปรับการตรวจรักษาของท่านนั้น ควรพบกับแพทย์ที่ทำงานด้านเวชศาสตร์การกีฬาหรือเป็นแพทย์ประจำทีมที่มีประสบการณ์ เพราะหากต้องมีการให้ยา ไม่ว่าจะเป็นยารับประทานหรือยาฉีด/ยาพ่น ล้วนแต่ต้องได้รับการทวนสอบให้แน่ใจว่ายาที่ให้ไม่มีสารโด๊ปเป็นส่วนประกอบ

หากในกรณีฉุกเฉินที่นักกีฬาต้องได้รับการรักษาทันที ท่านควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาว่าท่านเป็นนักกีฬาที่อาจต้องมีการตรวจโด๊ป ขณะร่วมการแข่งขัน แพทย์ ณ ที่แห่งนั้นก็อาจจะไม่ทราบว่ายาชนิดใดเป็นยาต้องห้าม แพทย์อาจสั่งยาให้ท่านมารับประทาน สิ่งที่ท่านควรสนใจคือท่านต้องทราบชื่อยาที่ท่านได้รับมา ส่วนใหญ่ในปัจจุบันทุกโรงพยาบาลจะพิมพ์ชื่อยาทั้งชื่อทางการค้าและชื่อเคมีโดยทั่วไปเก็บเอาไว้เพื่อให้เอาไว้ทวนสอบได้ด้วย

นักกีฬาอาจถูกสุ่มตรวจโด๊ปได้ในระหว่างการเตรียมตัวฝึกซ้อม (out of competition) การตรวจสารต้องห้ามสามารถนำไปใช้กับนักกีฬาที่อยู่ระหว่างการฝึกซ้อมได้ ไม่จำเป็นต้องตรวจเฉพาะเวลามีการแข่งขัน ดังนั้น นักกีฬาทุกคนต้องไม่เข้าใจผิดว่าระหว่างการฝึกซ้อมท่านจะใช้ยาหรือสารอื่นๆ ใด ก็ได้เพราะไม่มีการตรวจโด๊ปหรือท่านเข้าใจว่าสารต่างๆ เหล่านั้นจะถูกขับถ่ายออกไปหมดก่อนที่จะถึงการแข่งขันจริง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง นักกีฬาที่ดีจะได้ชัยชนะที่ขาวสะอาดเท่านั้น การตรวจระหว่างเวลาที่ไม่มีการแข่งขันจะไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้ทราบ ผู้รับผิดชอบในการตรวจโด๊ปจะใช้วิธีสุ่มตัวอย่างในบางประเภทกีฬาและเข้าไปแจ้งความจำนงขอตรวจโด๊ปโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้ายาที่จำเป็นจริงๆ สำหรับการรักษานักกีฬาที่มีโรคประจำตัวอยู่ เช่น โรคภูมิแพ้แล้วเกิดหอบหืดที่จำเป็นต้องใช้ยาพ่นจมูก Salbutamol หรือ Terbutaline แพทย์ประจำทีมหรือเจ้าหน้าที่ประจำทีมจะต้องทราบว่าเขาอนุญาตให้ใช้ได้เพื่อการรักษา แต่ต้องทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการควบคุมโด๊ปของคณะกรรมการจัดการแข่งขันก่อนที่นักกีฬาเหล่านั้นจะเข้าทำการแข่งขันในขณะที่เข้าร่วมการแข่งขัน นักกีฬาท่านใดได้รับการสุ่มให้เป็นผู้ต้องถูกตรวจโด๊ปต้องไปรายงานตัวต่อกรรมการตรวจโด๊ปทันที ในกรณีฟุตบอล กรรมการตรวจโด๊ปจะมาคอยรับตัวท่านภายหลังจบการแข่งขันทันที ท่านต้องไม่รับประทานเครื่องดื่มใดๆ ที่มีการเปิดขวดไว้ก่อนแล้วหรือรับประทานจากแก้วที่ท่านไม่เห็นมาก่อนว่ามีการชิมมาจากขวดที่เปิดใหม่และแก้วสะอาดหรือไม่ เพราะต่อจากนี้ไปสิ่งที่ท่านรับประทานเข้าไป หากมีสารต้องห้ามปะปนเข้าไป และถูกขับออกมาทางปัสสาวะ ท่านจะปฎิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ ท่านจะต้องรับผิดชอบตัวของท่านเอง

หากเป็นการแข่งขันนานาชาติ ท่านควรมีเจ้าหน้าที่ทีมที่พูดภาษาอังกฤษได้ไปด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์ประจำทีมเสมอไป เพื่อให้การสื่อสารระหว่างการตรวจโด๊ปเป็นไปอย่างราบรื่น และยุติธรรมต่อทุกฝ่าย ท่านและเจ้าหน้าที่ทีมต้องมั่นใจว่าการเก็บปัสสาวะของท่าน เพื่อส่งไปห้องตรวจวิเคราะห์นั้น มีการเก็บเป็นไปตามมาตรฐานที่สมบูรณ์ มีการปิดขวดเก็บปัสสาวะอย่างเรียบร้อยและแน่นหนา โดยปกติขวดเก็บปัสสาวะจะมีฝาปิดชนิดพิเศษ เมื่อปิดฝาแล้ว ไม่สามารถเปิดฝาขวดได้ด้วยวิธีธรรมดา

นักกีฬาท่านใดที่ถูกสุ่มจับชื่อขึ้นมาว่าต้องรับการตรวจโด๊ป แล้วไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมเก็บปัสสาวะ ไม่ให้ความร่วมมือปฎิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ที่กรรมการครวจโด๊ปให้กระทำ จะถือว่ามีความผิดในข้อหาเดียวกับนักกีฬาที่ถูกตรวจพบสารต้องห้าม และจะถูกพิจารณาโทษเช่น เดียวกัน

ท่านผู้อ่านคอลัมน์นี้ หากท่านเกี่ยวข้องกับวงการกีฬา ท่านคงทราบดีแล้วนะครับว่า เรื่องโด๊ปเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง ของวงการกีฬา จะปฏิเสธว่าไม่ทราบไม่ได้ นักกีฬามีการฝึกซ้อมอย่างนักตลอดเวลาหลายๆ เดือน มีการสูญเสียทรัพยากรหลายๆ อย่างมากมายมหาศาล หากไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ดีพอ ขาดการควบคุมและหมั่นอบรมกันอย่างต่อเนื่อง ท่านอาจพบกับคำว่าเสียใจไปตลอดชีวิต เสื่อมเสียชื่อเสียงส่วนตนและวงษ์ตระกูล สมาคมกีฬาของท่าน ประเทศชาติของท่าน ผมหวังว่าในการแข่งขันกีฬาต่างๆ ที่นักกีฬาไทยของเราเข้าร่วมการแข่งขันคงจะไม่พบว่ามีการใช้สารต้องห้าม โดยเฉพาะในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ในเดือนธันวาคม ปีนี้ และหากว่าข้อเขียนวันนี้มีประโยชน์ต่อนักกีฬาของท่าน กรุณาตัดเก็บไว้ให้นักกีฬาทุกคนได้อ่าน ก็จะได้ประโยชน์และเข้าใจตรงกันโดยถ้วนหน้า สวัสดีครับ

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์
ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)
ผู้ประพันธ์