Articles

ชีพจร นั้นสำคัญไฉน? (ตอนที่ 2)

By noppol
11

“ชีพจร” นั้นสำคัญไฉน? (ตอนที่ 2)

สัปดาห์ที่แล้วผมได้กล่าวถึงความหมายของ “ชีพจร” และการที่แต่ละท่านสามารถตรวจนับ “จังหวะการเต้นของชีพจร” ณ. ตำแหน่งข้อมือและคอด้วยตนเองมาแล้ว ผมหวังว่าท่านคงจะเข้าใจแล้วนะครับว่า “ชีพจร คือ การทำงานของหัวใจ” นั่นเอง ดังนั้นชีพจรของท่านจึงมีความสำคัญมาก การที่ท่านจะมีความรู้อย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องชีพจรจึงเป็นเรื่องที่ดีต่อท่านอย่างแน่นอน

ปกติ “ชีพจร” ของมนุษย์เราเต้นกี่ครั้งต่อนาที

โดยปกติมนุษย์เราที่เป็นผู้ใหญ่จะมีการเต้นของหัวใจ หรือชีพจรอยู่ที่ประมาณ 72 ครั้งต่อนาที” ในเด็ก วัยรุ่น และอายุน้อยลงไป ชีพจรจะเต้นเร็วกว่า การเต้นของหัวใจหรือที่เราคลำการเต้นของหลอดเลือดแดงที่เรียกว่าชีพจรนั้นไม่ได้อยู่ในความควบคุมของตัวเรา ท่านจะสั่งให้หัวใจเต้นเร็ว หรือเต้นช้าลงไม่ได้ หัวใจจะถูกควบคุม หรือถูกกำหนดให้เต้นเร็ว หรือช้าขึ้นกับความต้องการการไหลเวียนของโลหิตในขณะนั้นๆ เช่น หากท่านต้องเดินจากปากซอยไปถึงบ้านของท่าน (ระยะประมาณ 300 เมตร) ท่านต้องใช้กำลังขา ซึ่งก็คือการทำงานของกล้ามเนื้อขาส่วนต่างๆ นั่นเอง กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นก็จำเป็นต้องมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น หัวใจก็ต้องมีการบีบตัวมากขึ้นเพื่อบีบเลือดไปเลี้ยงให้เพียงพอต่อความต้องการของขาทั้งสองที่ถูกใช้งานมากขึ้น ซึ่งหากท่านต้องวิ่งด้วยแล้วในระยะทางเท่ากัน กล้ามเนื้อก็ยิ่งต้องทำงานมากขึ้น หัวใจก็ต้องเต้นให้เร็วขึ้นตามไปด้วย แต่ในบางกรณี เช่น บางคนก่อนเข้าห้องสอบ หรือ จะต้องเข้าไปพบผู้หลักผู้ใหญ่หัวใจเกิดเต้นเร็วขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติโดยที่ท่านนั่งเฉยๆ ไม่มีการทำงานของกล้ามเนื้อใดๆ ที่มากขึ้นเลย แต่ที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นเพราะเกิดจากประสาทอัตโนมัติที่เชื่อมโยงจากสมองและมาควบคุมการบีบตัวของหัวใจทำงานผิดปกติ

ดังนั้นการจับชีพจรโดยปกติจะไม่ควรกระทำภายหลังการใช้กำลังมากๆ เช่น การเดิน การยกของ เพราะค่าที่ได้จะไม่แน่นอน ควรจับชีพจรขณะที่ร่างกายอยู่นิ่งๆ มาสักระยะหนึ่งหรือหากเดินมาก็รอให้นั่งพักหายเหนื่อยก่อน หรือให้ดีก็ตอนตื่นนอนตอนเช้า เราจะได้อัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรที่อยู่ในภาวะที่เรียกว่า RESTING STAGE หรือขณะที่ร่างกายได้พักผ่อนมาระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อจะได้นำตัวเลขเหล่านี้เอามาเปรียบเทียบกันไม่ว่าจะเป็นของตัวเราแต่ต่างวันกัน หรือเปรียบเทียบกับท่านอื่นๆ

อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Maximal Heart Rate หรือ MHR)

อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด หมายถึง หัวใจของมนุษย์เราจะมีความสามารถเต้นหรือบีบตัวได้มากที่สุดกี่ครั้งต่อนาที? ซึ่งตัวเลขนี้จะแปรผันไปตามอายุของมนุษย์เรา ยิ่งอายุมากขึ้นหัวใจก็จะมีความสามารถเต้นหรือบีบตัวได้จำนวนครั้งน้อยลง ดังนั้นเวลาเราจับชีพจรเราจึงควรทราบว่าในวัยต่างๆ กันนั้น ชีพจรควรจับได้ไม่ควรเกินกี่ครั้งต่อนาที เพราะเราทราบแล้วว่าหัวใจของแต่ละคนแต่ละวัยมีประสิทธิภาพจำกัด

เราสามารถคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ

220 – อายุ (ปี) = อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (MHR)ดังนั้นหากท่านผู้อ่าน 5 ท่านที่มีอายุ 30, 40, 50 , 60 และ 70 ปี อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะเท่ากับ 190, 180, 170, 160, 150 ครั้งต่อนาทีตามลำดับ

เราได้ประโยชน์อะไรจากการที่เราทราบอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด

ในการออกกำลังกายชนิดแอโรบิค (Aerobic Exercise) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ เช่น ขา แขน อย่างติดต่อกันอย่างน้อย 15-20 นาทีขึ้นไป โดยใน 1 สัปดาห์ทำได้ 3-4 ครั้ง ทางด้านวิทยาศาตร์การกีฬาถือว่าจะทำให้เกิดความฟิตหรือเกิดความบึกบึนของหัวใจ ที่เรียกว่า Aerobic Fitness ซึ่งหมายความว่า หัวใจของบุคคลผู้นั้นจะเต้นช้าลง มีความสามารถในการบีบตัวต่อ 1 ครั้งค่อนข้างสูง อัตราการเต้นของหัวใจต่อ 1 นาทีของบุคคลที่มีความฟิตทางด้านแอโรบิคจึงลดน้อยลง ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีอายุ 40 ปี มีชีพจรหรือหัวใจเต้นอยู่ที่ 70 ครั้งต่อนาที เมื่อเขาออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอมาตลอด ชีพจรหรืออัตราการเต้นของหัวใจจะค่อยๆ ลดลง อาจจะลงไปเป็น 60 ครั้งต่อนาทีหรือต่ำกว่า

ในการออกกำลังกายแบบแอโรบิคนั้นท่านจะต้องมีเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่ง คือ อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายหรือชีพจรเป็นเป้าหมาย (Target Heart Rate) ซึ่งหมายถึง เมื่อท่านออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างต่อเนื่อง เช่น วิ่ง (Jogging), ขี่จักรยาน (Stationary Bike) ท่านจะต้องวิ่งหรือขี่จักรยานจนกระทั่งอัตราการเต้นของหัวใจของท่านขึ้นไปจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด

Target Heart Rateหรือ อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย จะเท่ากับ 60-85% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Maximal Heart Rate)

หากท่านมีอายุในขณะนี้ที่ 40 ปี

– อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะเท่ากับ 220 – 40 = 180 ครั้งต่อนาที
– อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายจะเท่ากับ 60-80% ของ 180 = 108 – 144 ครั้งต่อนาที

ดังนั้นเวลาที่ท่านจะออกกำลังกายแบบแอโรบิค ท่านจะต้องค่อยๆ ทำให้ชีพจรของท่านขึ้นไปถึงอย่างน้อย คือ 108 ครั้งต่อนาที และอย่างสูงสุดประมาณ 144 ครั้งต่อนาที หากท่านทำอย่างนี้ได้ ท่านจะมีหัวใจที่แข็งแรงบึกบึน สุขภาพร่างกายจะดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

หมดเนื้อที่ในสัปดาห์นี้อีกแล้ว ผมขออนุญาติมาให้ความรู้เรื่องชีพจรต่อในสัปดาห์หน้านะครับ สวัสดีครับ

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์
ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)
ผู้ประพันธ์