Articles

น้ำกัดเท้า

By noppol
5

น้ำกัดเท้า

สังเกตกันบ้างไหมคะว่า ช่วงนี้หลายคนคงไม่ค่อยได้ใส่รองเท้าคู่โปรดออกไปไหนมาไหนมากนัก เนื่องจากสภาพอากาศอาจทำให้รองเท้าของคุณเยินไปกับความเปียกชื้นหรือ น้ำขังตามท้องถนน แต่การใส่รองเท้าที่โปร่งสบายอาจไม่ได้หมายความว่าคุณจะรอดพ้นจากโรคยอดนิยมอย่าง “น้ำกัดเท้า” หรือ “ฮ่องกงฟุต” ไปได้โดยปราศจากการดูแลที่ถูกวิธี

โรคน้ำกัดเท้า คือ อาการของโรคที่มีอาการคันบริเวณง่ามนิ้วเท้าซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราที่เท้าโดยมีสาเหตุมาจากการที่เท้าต้องแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานาน หรือมีความชื้นบริเวณเท้าอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการเท้าเปื่อย ลอก แดง แสบและคัน ซึ่งเมื่อเกาหรือถู อาจทำให้เกิดแผลถลอก ทำให้เกิดการติดเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังได้ ซึ่งมักพบบ่อยกับประเทศที่มีอากาศร้อนชื้น หรือ มีฝนตกชุก ส่วนในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้หากเท้าอับชื้นไปด้วยเหงื่อ ซึ่งมักพบบ่อยในนักกีฬาที่ใส่รองเท้ากีฬาเป็นเวลานาน และได้รับการขนานนามว่า “โรคเท้านักกีฬา” (Athlete’s Foot)

ถึงแม้ว่าโรคนี้จะมีหลายชื่อ แต่วิธีการดูแลเท้าที่ถูกต้องเพียงไม่กี่วิธีก็สามารถช่วยให้เท้าของคุณปลอดภัยได้ไม่ยาก หลังจากการเดินทางที่ต้องผ่านการลุยน้ำ ควรที่จะรีบทำความสะอาดทันที ด้วยสบู่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะง่ามนิ้วเท้าที่เป็นที่สะสมความชื้น เพราะความอับชื้นมีส่วนมากที่ทำให้เชื่อราเติบโตและลุกลาม หรืออาจจะใช้ขี้ผึ้ง หรือวาสลีนทาตามง่ามเท้า เพื่อช่วยลดโอกาสที่น้ำจะซึมผ่านผิวหนัง นอกจากนี้การดูแลรองเท้าให้ปราศจากเชื้อรายังเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้เท้าของคุณมีสุขอนามัยที่ดี หากรองเท้าเปียกน้ำไม่ควรนำมาใช้ ควรล้างด้วยน้ำสะอาด นำมาผึ่งลม หรือ ตากแดดอ่อนๆ จนกว่าจะแห้งสนิท

แต่หากการดูแลสุขภาพเท้าของคุณนั้นไม่ทันการณ์ ลองสังเกตอาการดูว่ามีความรุนแรงอยู่ในระดับใด หากแค่มีอาการแสบๆ คันๆ การซื้อยาที่มีส่วนผสมของสเตียร์รอยด์ตามร้านขายยาสามารถแก้ปัญหานี้ได้ แต่หากอาการลุกลามใหญ่โต เช่น เริ่มเป็นแผลเล็กๆ ที่เกิดจากผิวหนังอักเสบ และมีเชื้อโรคเข้าบาดแผล จะมีอาการบวมแดง เป็นหนองและปวด ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และรักษาตามอาการของผู้ป่วย

การรักษาความสะอาดเท้าในระยะเวลาต่อไปนี้อีก 3 – 4 เดือน จึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่างๆ จากขยะ หรือ สิ่งสกปรก ที่ลอยมาพร้อมกับน้ำแล้วไหลผ่านเท้าคุณไปโดยไม่รู้ตัว อย่าปล่อยให้เท้าของคุณต้องจมอยู่กับความสกปรกนานเสียจนผิวที่ลอกปลิ้นเปื่อย ติดเชื้อรากลายเป็นโรคเชื้อราที่ซอกเท้า บวมแดง มีขุยขาวเปียก มีกลิ่นเหม็น และถ้าหากยังคงนิ่งนอนใจ ไม่รักษาจนเรื้อรัง เชื้อราจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในผิวหนังหรือเล็บเท้า ทำให้รักษาหายยาก ถึงแม้จะใช้ยาทาจนอาการดีขึ้น ดูเหมือนหายดีแล้ว แต่มักจะมีเชื้อหลงเหลืออยู่เมื่อเท้าอับชื้น ก็จะเกิดเชื้อราลุกลามขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดอาการเป็นๆ หายๆ เป็นประจำ ไม่หายขาดแม้จะผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปแล้วก็ตามค่ะ

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์