Articles

การดูแลรักษาผู้ป่วยลมพิษ

By noppol
8

การดูแลรักษาผู้ป่วยลมพิษ

การดูแลรักษาผู้ป่วยลมพิษ ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของลมพิษ ได้แก่ อาหารทะเล, อาหารหมักดอง, อาหารที่มียากันบูด, อาหารกระป๋อง, ถั่ว, เนื้อสัตว์ เช่น ไก่ หมู เพราะอาจมียาปฏิชีวนะตกค้างอยู่ในเนื้อ นอกจากนี้ผัก ผลไม้ที่รับประทานควรแช่น้ำและล้างให้สะอาด เพื่อกำจัดยาฆ่าแมลงและสารเคมีที่ปนเปื้อนบนผิวหรือเปลือกผลไม้ ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อเป็นการขับสารพิษที่เป็นต้นเหตุของผื่นลมพิษออกไปทางไต และควรระวังไม่ให้ท้องผูก เพื่อเป็นการกำจัดของเสียออกทางอุจจาระ ลมพิษเป็นโรคที่พบบ่อย พบว่ากว่าร้อยละ 20 ของประชากรเคยเป็นลมพิษแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งจากการศึกษาในนักศึกษาแพทย์พบว่าร้อยละ 58 ให้ประวัติว่าเคยเป็นลมพิษมาก่อน ในเด็กนักเรียนอายุ 6-12 ปี ในกทม. พบว่าร้อยละ 28.9 เคยเป็นลมพิษ โดยพบว่าร้อยละ 21.6 ทราบสาเหตุ และเป็นจากอาหารร้อยละ 8.2 ลมพิษพบได้ทุกอายุ แต่พบในเด็กน้อยกว่าผู้ใหญ่ จะพบบ่อยที่สุดในวัยหนุ่มสาว พบว่าเพศหญิงเป็นบ่อยกว่าเพศชาย ลมพิษเฉียบพลัน มักเป็นในเด็กและวัยรุ่น ส่วนลมพิษเรื้อรังมักพบในคนอายุกลางคนขึ้นไปลมพิษถือเป็นปฏิกิริยาบวมแดงของผิวหนัง พร้อมกับมีอาการคัน โดยมากจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นราว 3-4 ชั่วโมง และไม่ควรเกิน 24 ชั่วโมง ก็จะจางหายไป ถ้าสาเหตุของลมพิษยังไม่ถูกกำจัดออกไป โอกาสที่จะเป็นอีกก็จะมีสูง และบางรายเป็นๆ หายๆ อยู่ตลอดเวลาลมพิษแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลันหมายถึงลมพิษที่เกิดขึ้นทันทีทันใดหรืออาจเป็นลมพิษที่เกิดขึ้นแล้วเป็นๆ หายๆ อยู่ไม่เกิน 6 สัปดาห์ แต่ถ้านานเกินกว่านี้จัดเป็นลมพิษชนิดเรื้อรัง สาเหตุที่พบส่วนใหญ่ได้แก่ อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ผลไม้บางชนิด นมเนย รวมทั้งยากันบูดและสีผสมอาหาร ยาบางอย่างก็เป็นสาเหตุด้วย ได้แก่ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้อักเสบของกระดูกและข้อยาระบาย ยาแก้ปวดนอกจากนี้ ลมพิษอาจเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรังของอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง เช่น ฟันผุ ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะและในช่องคลอด สำหรับสารระเหยและละอองเกสรที่ได้รับโดยการหายใจ การกดรัดที่ผิวหนัง หรือปฏิกิริยาอิมมูน ก็เป็นสาเหตุของลมพิษได้ ถ้าหากเป็นลมพิษเรื้อรัง แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด อาจต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อให้ได้มาซึ่งสาเหตุที่แท้จริงสำหรับการรักษาส่วนใหญ่แพทย์จะให้ยาแก้แพ้ ซึ่งจะทำให้ผื่นและอาการคันดีขึ้น แต่ถ้าหาสาเหตุไม่ได้มักจะเป็นเรื้อรังและอาจจะต้องพึ่งยาตลอด จะขาดยาไม่ได้ในบางรายเท่านั้น การรักษาที่ดีที่สุดคือ รักษาตามสาเหตุโดยพยายามหาสาเหตุแล้วกำจัดหรือหลีกเลี่ยง การรักษาทางยาเป็นการรักษาเพื่อขจัดอาการเป็นส่วนใหญ่ ยาที่ใช้บ่อยได้แก่ ยาต้านฤทธิ์ฮิสตามีน

ยาต้านฮิสตามีนชนิดที่ทำให้ง่วงน้อย ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์กดอาการลมพิษได้ดี ทำให้ง่วงนอน แต่ราคาแพง ได้แก่ Astemizole, Loratadine เป็นต้น ส่วนยาต้านฮิสตามีนชนิดที่ทำให้ง่วงซึม มีฤทธิ์กดอาการผื่นคันดีมาก ข้อจำกัดของยากลุ่มนี้คือ อาการง่วงนอน ซึ่งพบบ่อยกว่ายากลุ่ม แรก ยากลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น Chlorpheniramine, Brompheniramine เป็นต้น

ดังนั้น ถ้ามีปัญหาเรื่องลมพิษที่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อยหรือเรื้อรัง หรือกรณีที่เป็นลมพิษเรื้อรัง หาสาเหตุไม่ได้ ควรรับประทานยาต้านฮิสตามีนเพื่อคุมอาการของลมพิษให้สงบติดต่อกันนาน 2-4 สัปดาห์ ขนาดของยาต้านฮิสตามีนที่จะใช้การคุมอาการลมพิษ จะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน การรับประทานยาต้านฮิสตามีนในระยะยาวควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และกรณีที่ผื่นลมพิษรุนแรง รวมกับอาการแน่นหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์