Articles

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

By noppol
11

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) หมายถึง ระดับน้ำตาลหรือกลูโคสในเลือดต่ำกว่าปกติ โดยระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร เป็นภาวะที่ร้ายแรง หากรักษาไม่ทันอาจเป็นอันตรายได้ เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำเกินกว่าที่จะให้พลังงานแก่ร่างกาย ในผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำพบได้ไม่บ่อย ยกเว้นกรณีที่เป็นผลมาจากการรักษาโรคเบาหวาน เป็นที่รู้กันดีว่าโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด ซึ่งทำได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและการออกกำลังกาย รวมทั้งการฝึกให้มีกำลังใจที่ดีเพื่ออยู่กับเบาหวานได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตามภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเกิดจากยาชนิดอื่นๆ ฮอร์โมน ภาวะพร่องเอ็นไซม์ หรืออาจเกิดจากเนื้องอกบางชนิด กลูโคสเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในร่างกาย โดยร่างกายได้รับกลูโคสจากการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อาหารในกลุ่มข้าว และน้ำตาล โดยกลูโคสจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เพื่อไหลเวียนไปสู่เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย เซลล์จะสลายกลูโคสให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ฮอร์โมนอินสุลินสร้างมาจากตับอ่อน ทำหน้าที่ควบคุมระดับกลูโคสในกระแสเลือด ฮอร์โมนอินสุลินช่วยนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ ในภาวะที่ร่างกายได้รับกลูโคสมากเกินความต้องการ ก็จะสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อในรูปแบบของไกลโคเจน ร่างกายสามารถนำกลูโคสที่สะสมไว้มาใช้ได้ในยามจำเป็น กลูโคสยังถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันและเก็บสะสมไว้ในเซลล์ไขมันได้อีกด้วย เมื่อระดับกลูโคสในเลือดเริ่มลดต่ำฮอร์โมนกลูคากอนซึ่งสร้างมาจากตับอ่อนเช่นเดียวกัน จะส่งสัญญาณให้ตับสลายไกลโคเจนเป็นกลูโคส เพื่อเพิ่มระดับของกลูโคสในเลือด ในกรณีที่เป็นโรคเบาหวาน การตอบสนองต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของฮอร์โมนกลูคากอนจะเกิดความบกพร่อง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกิดจากสาเหตุสำคัญคือ ผู้ป่วยเบาหวานดูแลตนเองไม่ดีพอ ส่วนมากจะเกิดจากการฉีดอินสุลินหรือกินยาลดระดับน้ำตาลมากไป หรือกินอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายคือ กินน้อยไป กินผิดเวลาหรือทิ้งช่วงเวลาระหว่างมื้อนานเกินไป การที่ผู้ป่วยเบาหวานทำงานหรือออกกำลังกายมากเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้เช่นกัน

สาเหตุ

1.ส่วนใหญ่เป็นผลจากยาลดระดับน้ำตาลในเลือดที่ใช้รักษาโรคเบาหวานในกรณีที่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำไม่รุนแรงสามารถแก้ไขได้โดยการรับประทานอาหารหวานหรือดื่มน้ำหวานแต่ถ้าภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยหมดสติได้
2.ผู้ป่วยเบาหวานที่กินยาอยู่ประจำ อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจากการรับประทานอาหารน้อยเกินไป ทานอาหารไม่ตรงตามมื้อ หรือบางมื้อไม่ได้ทานอาหารเลย ผู้ป่วยที่กินยาเม็ดรักษาเบาหวานในตอนเช้า มักจะมีอาการตอนเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่ฉีดอินซูลินตอนเช้ามักจะมีอาการตอนบ่าย ๆ
3.ผู้ป่วยที่ฉีดอินสุลินในขนาดที่สูงกว่าปกติ มักเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเมื่อรับประทานยาลดระดับน้ำตาลในเลือดร่วมด้วย
4.ผู้ป่วยเบาหวานที่ออกกำลังกายเกินพอดี
5.ผู้ป่วยเบาหวานที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก รายงานในประเทศตะวันตกพบบ่อยภายหลังดื่มเหล้าจัด อดอาหาร ไข้สูง หรือออกกำลังมากเกินไป
6.พบในทารกแรกคลอดที่แม่เป็นเบาหวาน หรือทารกมีน้ำหนักน้อย หญิงตั้งครรภ์บางคนก็อาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นครั้งคราวได้ เนื่องจากร่างกายมีการใช้น้ำตาลมากขึ้น
7.ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะออกไปแล้ว อาจเกิดภาวะนี้ได้บ่อย ๆ โดยมากจะเกิดหลังกินอาหาร 2-4 ชั่วโมง เนื่องจากลำไส้มีการดูดซึมน้ำตาลเร็วเกินไป ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินสุลินออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 6. ถ้าภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นอยู่บ่อย ๆ อาจมีสาเหตุจากเบาหวานระยะเริ่มแรก, โรคตับเรื้อรัง, มะเร็งตับอ่อน,โรคแอดดิสันเป็นต้น

อาการต่างๆ ของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

1.รู้สึกหิว
2.กระสับกระส่าย มือไม้สั่น ใจหวิว ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก
3.มึนงง วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย พูดอ้อแอ้ แขนขาอ่อนแรง ปากชา มือชา พูดเพ้อ เอะอะ โวยวาย ก้าวร้าว ลืมตัว หรือทำอะไรแปลก ๆ อาการคล้ายคนเมาเหล้า
4.ง่วงนอน รู้สึกอ่อนเพลีย กระวนกระวาย
5.ความคิดสับสน พูดจาลำบากขึ้น
6.ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการชักและหมดสติ
7.ในรายที่เกิดจากการดื่มเหล้าผู้ป่วยอาจมีอาการตัวเย็นชืดแขนขาเกร็งขากรรไกรแข็ง

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำที่เกิดขึ้นเวลากลางคืนขณะหลับทำให้เกิดอาการต่อไปนี้

1.ฝันร้าย ละเมอร้องเสียงดัง
2.เหงื่อออกชุ่มตัว
3.เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกเหนื่อยเพลียความคิดสับสน

การวินิจฉัย

จากประวัติอาการที่เข้าได้กับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่วมกับตรวจระดับน้ำตาลในเลือดได้น้อยกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการผิดปกติที่พบได้บ่อยคือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้ป่วยเบาหวานอาจละเลยไม่ได้ดูแลตนเองหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีอาการได้หลายลักษณะเริ่มตั้งแต่อาการที่มีความรุนแรงน้อยจนถึงขั้นหมดสติเช่น มีเหงื่อออกมาก ตัวเย็น ปวดมึนศีรษะ ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้าหรือรอบปาก หงุดหงิดขึ้นมาอย่างทันทีทันใด ตาพร่ามองเห็นเป็นภาพซ้อน หัวใจเต้นเร็วและแรง วิงเวียน หน้าซีด ชัก หมดสติ

ความรุนแรงของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ขั้น 1 อาการเล็กน้อย ผู้ป่วยรู้ตัวว่ามีอาการ สามารถตรวจและแก้ไขได้ด้วยตนเอง
ขั้น 2 อาการปานกลางผู้ป่วยรู้ตัวว่ามีอาการสามารถบอกให้คนรอบข้างช่วยเหลือและสามารถแก้ไขได้โดยการรับประทาน
ขั้น 3 อาการรุนแรงผู้ป่วยงุนงงจนถึงไม่รู้สติต้องการความช่วยเหลือจากคนรอบข้างและไม่สามารถแก้ไขได้เอง

การรักษา

1.เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเม็ดกลูโคส 3 เม็ด หรือน้ำผลไม้ครึ่งแก้ว หรือนมสด 1 แก้ว หรือท็อฟฟี่ชนิดหวาน 6 เม็ด หรือน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา หรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา หลังจากนั้น 15 นาที ให้ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำ ผู้ป่วยที่มีอาการที่ชวนสงสัยว่าเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถ้ายังรู้สึกตัวดี ควรรีบกินน้ำตาล น้ำหวานหรือของหวาน ๆ ทันที ซึ่งจะช่วยให้อาการต่าง ๆ ทุเลาลงทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยารักษาเบาหวานอยู่ ควรพกน้ำตาลติดตัวไว้กินทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกมีอาการแต่ถ้าหมดสติ อย่ากรอกน้ำตาลหรือน้ำหวานเข้าปากผู้ป่วย อาจทำให้สำลักลงปอดได้ ควรรีบนำไปหาหมอที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อฉีดกลูโคสเข้าหลอดเลือดดำ

2.ในรายที่อาการรุนแรงหรือหมดสติ พิจารณาฉีดกลูโคสขนาด 50% จำนวน 50-100 มิลลิลิตร เข้าทางหลอดเลือดดำ หากผู้ป่วยฟื้นแล้วแต่ยังกินไม่ค่อยได้ ควรให้ 5% เด็กซ์โตรส เข้าทางหลอดเลือดดำจำนวน 500-1000 มิลลิลิตร ถ้าเป็นไปได้ ก่อนฉีดกลูโคส ควรเจาะเลือดตรวจหาระดับน้ำตาล ซึ่งมักจะพบต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร ในรายที่เป็นมาก อาจต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร ถ้าฉีดกลูโคสแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที ควรส่งโรงพยาบาลด่วน อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ

3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ฉีดอินสุลินหรือกินยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือด ควรพกติดตัวอาหารหวานเพิ่มน้ำตาล และควรพกบัตรแสดงตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้บ่อย ๆ ควรบอกให้ญาติและเพื่อนใกล้ชิดทราบ เพื่อจะได้หาทางแก้ไขได้ท่วงทันทีหากปล่อยไว้จนหมดสติหรือชักนาน ๆ อาจทำให้สมองพิการได้ การรักษาดูแลอาการที่เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หากอาการที่เกิดกับผู้ป่วยเบาหวานไม่รุนแรงจนถึงขั้นหมดสติก็สามารถแก้ไขได้โดยการให้ผู้ป่วยกินน้ำตาลเข้าไปก็จะทำให้อาการดีขึ้นได้ ดังนั้นหากมีอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำตามที่กล่าวมาแล้ว อย่ามัวแต่รอดูอาการโดยคิดว่าเดี๋ยวก็หายเองได้

4.ผู้ที่เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจากการออกกำลังกาย ควรตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาหนัก ในรายที่มีภาวะนี้บ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด

5.ในกรณีที่อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำรุนแรงจนถึงขั้นหมดสติ วิธีแก้ไขที่เร็วที่สุดคือการฉีดฮอร์โมนกลูคากอน ซึ่งมีในรูป glucagon kit จะช่วยได้มากในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเท่าที่ควร

วิธีป้องกัน

1.ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาเบาหวานรักษา ต้องปรับอาหารการกินและการออกกำลังกาย หรือการใช้แรงกายให้พอเหมาะ อย่าอดอาหาร อย่ากินอาหารผัดเวลา อย่าใช้แรงกายหักโหมหรือหนักกว่าที่เคยทำ และข้อสำคัญอย่าใช้เกินขนาดที่แพทย์สั่ง
2.สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ชอบออกกำลังกายควรหาทางป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในช่วงที่กำลังออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายโดยการกินอาหารว่างจำพวกแซนด์วิช แครกเกอร์ ฯลฯ ก่อนการออกกำลังกายก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
3.ให้พยายามหาสาเหตุว่าการที่ผู้ป่วยเบาหวานเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำนั้นมีสาเหตุจากอะไรเช่น หากรู้ว่าเป็นเพราะผิดเวลาอาหารก็ให้รีบกินอาหารทันทีหรืออย่างน้อยที่สุดต้องกินอาหารว่างรองท้องไปก่อนอาการก็จะดีขึ้น หากอาการค่อนข้างรุนแรงแต่ยังไม่ถึงขั้นหมดสติ ให้ผู้ป่วยเบาหวานกินอะไรก็ได้ที่สามารถถูกดูดซึมและเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยเร็วเช่น นมรสหวาน ลูกกวาดหรือน้ำหวาน แล้วให้ผู้ป่วยพักผ่อนรอดูอาการสักครู่หนึ่ง หากเวลาผ่านไปสัก 10-15 นาทีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นให้แก้ไขโดยการกินอาหารเพิ่มอีก

ร.อ. นพ. พันเลิศ ปิยะราช
ระบาดวิทยาคลินิค, ระบาดวิทยาโรคติดเชื้อ
ผู้ประพันธ์