Articles

ทำความรู้จัก Superbug โดยศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพฯ

By noppol
14

ทำความรู้จัก Superbug โดยศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพฯ

ซุปเปอร์บั๊ก (Superbug) เป็นชื่อเรียกแบคทีเรียที่ดื้อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ โดยจะดื้อยาแม้กระทั่งยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม superbug ได้ยาก และมีอัตราตายสูง จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดของ superbug ที่ศูนย์การแพทย์โรนัล เรแกน แห่งมหาวิทยาลัย UCLA ในกรุงลอสแอลเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยคาดว่ามีผู้ป่วยกว่า 200 คนสัมผัสกับเชื้อ และขณะนี้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย (อัพเดทเมื่อ 24 กพ. 2558)

เชื้อแบคทีเรียต้นเหตุ มีชื่อเรียกว่า CRE (Carbapenem-resistant Enterobacteriaceae) โดยการระบาดของเชื้อเกิดจากการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวในอุปกรณ์ที่ ใช้ในการส่องกล้องลำไส้ อุปกรณ์ดังกล่าวประกอบด้วยกล้อง duodenoscopy ซึ่งใช้ในการทำหัตถการ ERCP (Endoscopic retrograde cholangiopancreatography) โดยการสอดสายกล้องเข้าทางปาก ผ่านคอ หลอดอาหาร ลงไปสู่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น โดยหัตถการดังกล่าวใช่ช่วยในการตรวจวินิจฉัยอวัยวะหลายชนิดเช่น ตับ ตับอ่อนและท่อน้ำดี โดยในสหรัฐอเมริกาเองมีการทำหัตถการนี้กว่าห้าแสนรายต่อปี

โดยปกติแล้วแบคทีเรียกลุ่ม Enterobacteriaceae นั้นพบโดยปกติในระบบทางเดินอาหารและไม่ก่อโรค แต่เมื่อเชื้อเกิดการเปลี่ยนที่ เช่น เข้าไปอยู่ในอวัยวะอื่น เช่น ระบบทางเดินปัสสาวะ ทางเดินหายใจ หรือปนเปื้อนไปกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สอดเข้าไปตรวจลำไส้ แบคทีเรียอาจก่อโรคและเกิดการดื้อยาหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่ม Carbapenem

ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะชนิดที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง ซับซ้อน หรือดื้อต่อยาปฏีชีวนะตัวอื่นๆ ถึงแม้ว่าแบคทีเรียกลุ่ม CRE จะมีความรุนแรง แต่ในผู้ที่สุขภาพดีทั่วไปมักไม่ติดเชื้อนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ผู้ที่รับการดูแลรักษาพยาบาลเป็นเวลานานๆ เช่น นอนโรงพยาบาลหรือสถานพักฟื้นเป็นเวลานาน โดยคนเหล่านี้มักมีอาการเจ็บป่วยอยู่เดิมและได้รับยาปฏิชีวนะอยู่แล้วในการรักษาและมักได้รับการตรวจโรคด้วยอุปกรณ์ที่ทำสอดเข้าไปในร่างกายเช่นการสอดกล้องดูลำไส้

ศูนย์ควบคุมโรคระบาดสหรัฐหรือ CDC ได้เคยออกมาเตือนว่าอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ตรวจภายในลำไส้นั้นอาจเกิดการปน เปื้อนจากแบคทีเรียในลำไส้ได้ โดยแบคทีเรียเหล่านี้อาจจะก่อโรคในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ทำ duodenoscopy นั้นมีความซับซ้อนกว่ากล้องชนิดอื่นและทำความสะอาดได้ยากกว่า CDC กล่าวว่ากว่า 40-50% ของผู้ที่ติดเชื้อกลุ่ม superbug เสียชีวิต โดยเฉพาะจากการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยที่เชื้อกลุ่ม CRE เองนั้นรักษายากกว่าเชื้อดื้อยากลุ่มอื่นเช่น MRSA ซึ่งพบบ่อยกว่า การรักษามักต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกันหลายๆชนิด โดยผู้ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นคือผู้ที่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลนานๆหรือ เพิ่งมีการใช้ยาปฏิชีวนะมาไม่นาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยามากขึ้น บุคลากรทางการแพทย์เองรวมถึงญาติของผู้ป่วยต้องล้างมืออย่างสม่ำเสมอ

เพิ่มเติม
http://www.cdc.gov/HAI/organisms/cre/
http://www.cdc.gov/hai/outbreaks/cdcstatement-LA-CRE.html

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์