Articles

การดูแลรักษาแผลลูกน้อย

By noppol
8

การดูแลรักษาแผลลูกน้อย

การดูแลรักษาบาดแผล

1. การปฐมพยาบาล บางครั้งอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้น ทำให้ผิวหนังปกติถูกทำลายกลายเป็นบาดแผล ซึ่งส่วนมากมักไม่รุนแรง ไม่เป็นบาดแผลฉกรรจ์ แต่ควรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้หายเร็ว ไม่สกปรก ไม่ติดเชื้อโรค หรือเป็นแผลเป็น การปฐมพยาบาลขั้นแรก คือ พยายามหยุดเลือดถ้าเลือดไหลออกมาก โดยใช้ผ้าสะอาด เช่น ผ้าเช็ดหน้าสะอาดรีดร้อน ๆ ฆ่าเชื้อโรค หรือใช้ผ้าปลอดเชื้อกดตรงแผล หรือใช้สายยางยืดรัดเหนือบาดแผลจนเลือดหยุด ทำการล้างบาดแผลจนสะอาดประมาณ 5-10 นาที แล้วตรวจบาดแผลจนสะอาดประมาณ 5-10 นาทีแล้วตรงบาดแผลว่าตื้นหรือลึก ถ้าตื้น ๆ ใช้ยาฆ่าเชื้อโรคทาปล่อยให้แห้ง แล้วปิดปลาสเตอร์ปิดแผลโดยพยายามดึงปากแผลให้ชิดกัน ปลาสเตอร์ส่วนทีสัมผัสแผลควรลอกออกง่าย เปลี่ยนได้ในวันรุ่นขึ้น โดยไม่เจ็บ หรือถ้าแผลแยกแต่ตื้นให้ใช้เทปผิวหนังปิดเป็นช่วง ๆ เหมือนเย็บแผล แล้วปิดผ้ากอซปลอดเชื้อทับอีกที จะทำให้แผลติดสนิทหายง่าย

2. แผลที่ต้องให้แพทย์รักษา คือ บาดแผลฉกรรจ์ต่าง ๆ แผลบริเวณหน้า ศีรษะ ซึ่งหยุดเลือดยาก หรือแผลลึกจนถึงชั้นไขมัน แผลไฟไหม้พอง แผลถูกตะปูตำลึก แผลที่มีเศษวัสดุ เช่น แก้ว เหล็กฝังใน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะจะต้องให้การรักษาเพิ่มเติม เช่น เย็บแผล ให้ยาปฏิชีวนะ ให้ยาป้องกันบาดทะยัก หรือใช้เครื่องมือช่วยเอาเศษวัสดุออก

3. การป้องกันบาดทะยัก แผลที่เสี่ยงต่อการเป็นบาดทะยัก คือ แผลลึกปากแคบ หรือเกิดจากอุบัติเหตุในท้องถนนซึ่งมีดิน โคลนเปื้อนสกปรก ควรฉีดวัคซีนกันบาดทะยัก ถ้าเคยฉีดมาก่อนใน 5-10 ปี แต่ถ้าไม่เคยควรฉีดซีรุ่ม ทำจากน้ำเหลืองคน เพื่อกันการแพ้น้ำเหลืองม้า ถ้าเคยฉีดวัคซีนมาแล้วภายใน 5-10 ปี ไม่มีข้อเสี่ยงต่อการเป็นบาดทะยักไม่ต้องฉีดยา

4. การดูแลแผลประจำวัน ควรเปิดแผลดูทุกวัน เพื่อดูว่าแผลติดดี สกปรก ติดเชื้อ หรือไม่ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ วันละ 1-2 ครั้ง ปลาสเตอร์ที่ใช้ปิดแผลควรเลือกชนิดที่มีความยืดหยุ่นบ้าง อากาศถ่ายเทได้ และบางครั้งต้องเป็นปลาสเตอร์ใส เพื่อให้เห็นแผลได้ง่าย โดยไม่ต้องเปิดดู ถ้าแผลมีหนอง และน้ำเหลือง ควรใช้พลาสเตอร์ปิดแผลที่สามารถดูดซึมเลือด และหนองได้ดี

5. เมื่อแผลเริ่มหาย เมื่อแผลเริ่มหายมักจะมีอาการคัน แต่ต้องระวังอย่าเกา เพราะจะทำให้แผลเปิด หรือติดเชื้อใหม่ เราอาจปิดแผลในเวลากลางวัน เพื่อกันเชื้อโรคสกปรกเข้าเวลาทำงาน หรือเล่นแต่เปิดให้ผิวหนังคลายความร้อน และความชื้นแฉะในเวลากลางคืนแผลจะแห้งเร็วขึ้น ในเด็ก ๆ ที่ห้ามการเกาไม่ได้ อาจทายาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ทาให้สะเก็ดนิ่ม และค่อย ๆ ร่อนหลุด หรือใช้สำลีชุบน้ำต้มสะอาดปลอดเชื้อประคบบริเวณสะเก็ดจนนิ่มออกหลุดได้ หรือปล่อยให้สะเก็ดลอกหลุดเอง

6. การป้องกันแผลเป็นใหญ่ แผลเป็นใหญ่ และนูนเรียกว่า คีลอยด์ (Keloid) มักเกิดบริเวณลำตัวแขน ขา ในคนบางคน โดยเฉพาะในเด็ก ภายหลังถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก การป้องกันคือใช้ผ้ายางยืดพันรัดแผลเป็นส่วนที่นูนตลอดเวลา หรือฉีดยาสเตอรอยด์เข้าแผล หรือใช้แสงเอกซ์เรย์จำนวนน้อยมากฉายเพื่อให้แผลเป็นดูดี หายนูนน่าเกลียด บางครั้งอาจต้องเลาะเอาแผลเป็นนี้ออก แล้วเย็บตกแต่งใหม่ แต่อาจเกิดคีลอยด์ใหม่ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ว่าควรทำหรือไม่

ที่มา : ศาสตราจารย์แพทย์หญิงเสาวนีย์ จำเดิมเผด็จศึก

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์