Articles

ภาวะไข้-ชักในเด็ก

By noppol
19

ภาวะไข้-ชักในเด็ก

ภาวะไข้-ชักในเด็ก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยอุบัติการของภาวะไข้-ชักมีประมาณ 3-5 % ของประชากรเด็กทั้งหมดที่อยู่ในวัยต่ำกว่า 5 ปีอาการชักอย่างไรจึงจะเรียกว่าอาการชักเนื่องจากไข้สูงหรือไข้-ชัก อาการชักที่เกิดร่วมกับไข้สูงที่เราเรียกว่าภาวะไข้-ชักนั้น ควรจะมีลักษณะดังต่อไปนี้คือ

  • อาการไข้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง
  • อาการชักที่เกิดขึ้นมีลักษณะทั้งตัวอาจจะเป็นชักเกร็งทั้งตัว หรือชักเกร็งกระตุกทั้งตัวก็ได้ ไม่ควรมีลักษณะชักชนิดอื่นๆ อาทิ ชักเฉพาะซีกของร่างกายหรือชักชนิดผวากระตุกหรือชักชนิดสัปหงก เป็นต้น
  • เด็กที่มีอาการไข้-ชักควรจะมีช่วงอายุอยู่ในระหว่าง 1-3 ปี แต่ทั้งนี้อาจจะพบได้ตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 5 ปี หากเด็กมีอาการชักร่วมกับไข้ในอายุที่น้อยกว่า 1 ปีหรือมีอาการชักร่วมกับไข้ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 5 ปี ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวว่าเด็กรายนั้นมีอาการชักเนื่องจากภาวะไข้-ชัก
  • อาการไข้-ชัก โดยส่วนใหญ่ไม่ควรมีอาการชักนานเกินกว่า 5 นาที แต่บางรายอาจจะชักนานได้จนถึง 10 นาที ในรายการที่มีอาการชักนานเกินกว่า 5 นาที หรือมีอาการชักนานมากควรปรึกษาแพทย์

 

เด็กที่มีประวัติไข้-ชัก มีโอกาสเป็นโรคลมชักได้มากน้อยเพียงใด

เราสามารถจำแนกเด็กที่มีอาการไข้-ชัก ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามความเสี่ยวงของโอกาสการเป็นโรคลมชักในอนาคต ดังนี้

1.กลุ่มที่มีอาการไข้-ชัก ชนิดธรรมดา เด็กกลุ่มนี้แทบจะไม่มีโอกาสเป็นโรคลมชักเมื่อโตขึ้น
2.กลุ่มที่มีอาการไข้-ชัก ชนิดไม่ธรรมดา จะมีลักษณะที่สำคัญดังนี้
– อาการชักที่เกิดร่วมกับไข้ จะนานเกิน 15 นาที
– มีอาการชักซ้ำเกิดขึ้นหลายครั้ง ภายใน 24 ช.ม. หลังจากที่มีไข้สูง
– อาการชักมีลักษณะเป็นเฉพาะบางส่วนของร่างกาย เช่น ชักครึ่งซีกร่างกาย ชักชนิดผงกศรีษะ หรือหลังจากหยุดชักใหม่ ๆ มีอัมพาต/อัมพฤกษ์ครึ่งซีกของร่างกาย ในเด็กที่อกการไข้-ชักชนิดไม่ธรรมดา จะมีโอกาสเป็นโรคลมชักสูง และควรต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เสมอ เด็กที่มีอาการไข้-ชักมีโอกาสเกิดอาการชักขึ้นได้อีกเมื่อมีไข้สูงเป็นเท่าใด โอกาสเสี่ยงของเด็กที่จะมีอาการไข้-ชักเป็นซ้ำนั้นมีไม่มาก เด็กที่เคยมีประวัติไข้-ชักนั้นมีโอกาสเกิดอาการไข้-ชักเป็นซ้ำเนื่องจากไข้สูงเพียงประมาณร้อยละ 30 โดยที่โอกาสของการเกิดอาการไข้-ชักเป็นซ้ำมักจะสูงสุดหลังจากที่มีอาการไข้-ชักครั้งแรก อัตราเสี่ยงดังกล่าวลดลงไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ของอาการไข้-ชักเป็นซ้ำมักจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปีแรกแต่ไม่เกิน 2 ปี หลังจากที่มีอาการไข้-ชักครั้งแรก หากเด็กที่มีประวัติไข้-ชัก แล้วยังไม่เคยชักซ้ำอีกนานเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป โอกาสเสี่ยงของการเกิดอาการไข้-ชักเป็นซ้ำนั้นแทบไม่มี

เด็กที่มีอาการไข้-ชักเป็นบ่อยๆ มีโอกาสเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้หรือไม่ ระดับสติปัญญาของเด็กที่มีประวัติไข้-ชักเป็นอย่างไร

มีการศึกษาวิจัยหลายอันซึ่งติดตามเด็กที่เคยมีประวัติไข้-ชักตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และประเทศสวีเดน ไม่พบว่าเด็กที่เคยมีประวัติไข้-ชักจะมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติที่ไม่เคยมีประวัติไข้-ชักนอกจากนั้นในเด็กที่เคยมีอาการไข้-ชักหลายครั้ง ก็ไม่พบความแตกต่างในแง่ของสติปัญญาของเด็กเมื่อโตขึ้นเด็กที่มีภาวะไข้-ชัก มีโอกาสถ่ายทอดพันธุกรรมหรือไม่กรณีของเด็กที่มีประวัติไข้-ชักโอกาสที่จะมีพี่น้องมีประวัติไข้-ชักเช่นเดียวกันมีมากกว่าประชากรทั่วไป อย่างไรก็ตามดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นโดยละเอียดเกี่ยวกับภาวะไข้-ชัก ยังคงขอเน้นอีกครั้งหนึ่งว่าภาวะไข้-ชักเป็นภาวะซึ่งไม่อันตราย แม้ว่าบุตรคนแรกจะมีประวัติไข้-ชักบุตรคนต่อไปโอกาสที่จะมีอาการไข้-ชักเช่นเดียวกันจะสูงกว่าประชากรทั่วไปก่ตามแต่อย่งที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นปัญหาไข้-ชักไม่ใช่เป็นปัญหาซึ่งจะมีผลในระยะยาวเด็กกลุ่มนี้มีพยากรณ์โรคที่ดีมาก ดังนั้นคงแนะนำว่าไม่จำเป็นที่จะต้องคุมกำเนิดหรือกังวลในกรณีที่บุตรอีกคนหนึ่งจะมีอาการไข้-ชักเช่นเดียวกัน

การรักษาภาวะไข้-ชักควรทำอย่างไร

จากคำถามคำตอบที่กล่าวมาเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า อาการไข้-ชักมีพยากรณ์โรคที่ดีส่วนใหญ่ของเด็กที่มีปัญหาไข้-ชักมักจะไม่มีอาการชักซ้ำ หรือมีอาการไข้-ชักซ้ำไม่บ่อยมีเพียงส่วนน้อยนิดของเด็กกลุ่มนี้เท่านั้นที่มีโอกาสเป็นโรคลมชักหรือลมบ้าหมู การรักษาที่ถูกต้องคือการพยายามปฐมพยาบาลลดไข้ เมื่อเด็กมีอาการไข้ร่วมทั้งการปฐมพยาบาลอาการชักถ้าเกิดขึ้น การใช้ยากันชักรับประทานทุกวันหรือการใช้ยาระงับชักกินเฉพาะเวลามีไข้มักจะมีผลข้างเคียงของยาที่ใช้เสมอ รวมทั้งผลข้างเคียงของยาที่ใช้นั้นมักจะมีผลเสียมากกว่าผลร้ายอันจะเกิดจากโอกาสที่เด็กจะเป็นโรคลมชักหรือผลร้ายจากการที่เด็กมีอาการไข้-ชักเป็นซ้ำ

ควรทำอย่างไร เมื่อเด็กที่เคยมีประวัติไข้-ชักมีอาการไข้

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วเด็กกลุ่มนี้มีโอกาสเกิดอาการชักซ้ำเมื่อมีไข้สูงอีก ดังนั้นการปฐมพยาบาลดูแลลดไข้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลรักษาเด็กที่มีประวัติไข้-ชัก การปฐมพยาบาลลดไข้เด็กควรกระทำโดยหมั่นวัดไข้เด็กทุกครั้งที่เด็กแลดูไม่สบาย หากพบว่ามีไข้ควรให้ยาพาราเซตตามอลรับประทานตามขนาดของเด็กทุก 4 ชั่วโมง ร่วมกับการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นลดไข้ การเช็ดตัวลดไข้เด็กนั้นจะได้ผลรวดเร็วกว่าการรับประทานยาพาราเซตตามอล ผ้าขนหนูที่ชุบาน้ำอุ่นหมาด ๆ และหมั่นเช็ดตัวเด็กอยู่เสมอ จะช่วยลดอุณหภูมิเด็กได้อย่างรวดเร็ว ไม่ควรใช้น้ำเย็น หรือ แอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็กที่มีไข้ เพราะมีโอกาสทำให้เด็กเกิดอาการหนาวสะท้าย และเกิดไข้สูงขึ้นมาอีกหลังจากการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น หรือแอลกอฮอล์

ควรทำอย่างไร ถ้าเด็กมีอาการชัก

การปฐมพยาบาลอาการชักควรกระทำได้ด้วยตนเองผู้ปกครองหรือพ่อแม่ที่มีเด็กที่เคยมีประวัติไข้-ชักไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ หากเด็กที่มีอาการชักเกิดขึ้นอันดับที่ควรกระทำคือจับเด็กนอนตะแคงแล้วพยายามทำให้ทางเดินหายใจโล่งหากเด็กมีอาการชักขณะที่รับประทานอาหารหรือมีเศษอาหารอยู่ในช่องปากควรล้วงเศษอาหารนั้นออกจากช่องปากเพื่อป้องกันภาวะอุดกลั้นของทางเดินหายใจระหว่างที่มีอาการชักสำหรับเด็ก สำหรับในกรณีอื่นแล้วไม่ควรพยายามทำให้เด็กอาเจียน หรือใช้ช้อนหรือไม้กดลิ้น, นิ้ว, เศษผ้า ยัดเข้าไปในปากเด็ก เพราะมีโอกาสทำให้เกิดอันตรายต่อช่องปากและฟันเด็กมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่ฟันจะหลุดหรือหัก และหลุดลงไปอุดหลอดลมและทำให้ปอดแฟบอันจะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนมากยิ่งขึ้น ควรจับเด็กนอนตะแคงในพื้นราบที่นุ่มไม่มีของแข็งมากระทบที่จะทำให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้นต่อตัวเด็ก ระหว่างที่มีอาการชัก หากได้รับคำแนะนำสอนวิธีการใช้ยาเหน็บทวารหนักอาจจะให้ยาระงับชักเหน็บทวารหนักตามที่แพทย์แนะนำได้ การใช้ยากันชักเหน็บทวารเด็กนั้นจะช่วยป้องกันมิให้มีอาการชักที่เกิดขึ้นนานเกินไป

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์