Articles

รู้จักโรค..ไอ 100 วัน

By noppol
8

รู้จักโรค..ไอ 100 วัน

ช่วงหน้าฝน จะเป็นช่วงที่ผู้คนจะมีโอกาสเป็นหวัดได้บ่อยๆ ซึ่งบางครั้งแม้ว่าอาการเป็นไข้ เจ็บคอ คัดจมูกจะหายไปแล้ว แต่ยังมีอาการไอหลงเหลืออยู่ในบางคนอาการไอนี้ คงอยู่เป็นระยะเวลานาน หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า ไอ 100 วัน ในทางการแพทย์ โรคนี้เราเรียกว่า โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเรามาลองทำความรู้จักโรคนี้กันครับ

หลอดลมอักเสบเฉียบพลันเป็นการอักเสบของหลอดลม ซึ่งมักจะตามหลังการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้น เช่นเป็นหวัด เจ็บคอหรือมีเสียงแหบ สาเหตุโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสมีส่วนน้อยที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ป่วยจะมีอาการที่สำคัญ คือไอมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือเมื่ออยู่ในที่มีอากาศเย็น เวลาไอมักจะไอต่อเนื่องเป็นระยะหรือเป็นชุดยาวๆ ไอจนตัวโยน ไอจนเจ็บชายโครงหรือในบางคน อาจมีอาการไอจนมีปัสสาวะเล็ด ช่วงแรกๆ ของการไออาจมีอาการไอแห้ง แต่หลังจากนั้น มักจะมีเสมหะออกมา ลักษณะเสมหะอาจเป็นสีขาวใส หรือขาวข้นเหมือนแป้งเปียกหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เซลเยื่อบุหลอดลมหลุดลอกเป็นจำนวนมากอาจมีเสมหะสีเขียว หรือสีเหลือง

อาการไอ

มีสาเหตุมาจาก ร่างกายพยายามขับเสมหะ ที่ออกมาจากเยื่อบุหลอดลม ซึ่งถูกสร้างมากกว่าปกติอันมีผลมาจากการอักเสบติดเชื้อ การสร้างเสมหะนี้จากการอักเสบนี้จะคงอยู่เป็นเวลานานแม้ว่าการติดเชื้อจะถูกภูมิต้านทานของร่างกายกำจัดไปแล้วแต่การสร้างเสมหะยังมีมากอยู่นี่เป็นสาเหตุของการมีไอเรื้อรังติดต่อกันเป็นเวลานาน เมื่อการอักเสบลดลงอาการไอก็จะลดลง โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลานาน อาจนานถึง 100 วันอย่างที่คนโบราณว่า

การวินิจฉัย

สามารถทำได้โดย ประวัติที่มักจะมีการติดเชื่อในทางเดินหายใจส่วนต้นนำมาก่อนอาจมีเสียงแหบจากการที่มีกล่องเสียงอักเสบหลังจากนั้นก็มีอาการไอมีเสมหะตามมา อาการไอมักเป็นมากตอนกลางคืนตรวจร่างกาย พบว่ามีเสียงของเสมหะ รวมทั้งมีเสียงของหลอดลมตีบร่วมด้วยการรักษาสามารถทำได้โดย

  •  หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ ควันประกอบอาหาร
  • ดื่มน้ำมากๆ น้ำเป็นยาลดบวม ยาละลายเสมหะที่ดีที่สุด
  •  ยาละลายเสมหะ เพื่อทำให้เสมหะเหนียวน้อยลง ทำให้ร่างกายขับเสมหะออกมาได้ดีขึ้น
  •  ยาขยายหลอดลม เพื่อบรรเทาอาการไอ โดยมีทั้งแบบรับประทาน และแบบสูด หรือพ่น
  •  ไม่ควรรับประทานยาแก้ไอ เนื่องจากยาแก้ไอ จะไปกดระบบประสาทส่วนกลางบังคับให้หยุดไอ ซึ่งผู้ป่วยจะดีขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก ต่อมาจะกลับมาไอมากเนื่องจากทำให้เสมหะคั่งค้างอยู่ในหลอดลมเป็นจำนวนมากและทำให้การอักเสบเป็นยาวนานขึ้น
  •  โดยส่วนใหญ่ มักเกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะแพทย์จะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ ในรายที่มีอาการแสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียเช่น เสมหะเขียวมาก หรือมีไข้ร่วมด้วย

โดยทั่วไป หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ใช้เวลาในการรักษา 1-2 สัปดาห์ ไม่หายใน 2-3 วัน และผู้ที่เคยไปหลอดลมอักเสบ มีแนวโน้มที่อาจเกิดหลอดลมอักเสบได้อีก หากมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนต้น ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ

นพ. สมศักดิ์ หวานกิจเจริญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรค หู คอ และ จมูก
ผู้ประพันธ์