Articles

ยาม้า

By noppol
8

ยาม้า

ปัจจุบันเราคงจะได้ยินปัญหาเกี่ยวกับยาม้าหรือยาบ้า ตามสื่อต่างๆ เกือบทุกวัน เนื่องจากมีการระบาดในหมู่คนทำงาน เยาวชน และนิสิตนักศึกษา มากมาย และน่าวิตกอย่างยิ่ง คือมีการแพร่ระบาดถึงนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขต กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพราะความเข้าใจผิดคิดว่า ยาบ้าจะช่วยให้สามารถทำงานหรือดูหนังสือได้นานมากขึ้น หรือไปเที่ยวเตร่ในเวลากลางคืนโดยไม่ง่วงนอน โดยมักเข้าใจผิดคิดว่ายาบ้าไม่มีอันตรายหรือผลร้ายแรงต่อร่างกาย คนที่เสพ “ยาม้า” บางคนเรียกว่า “ยาขยัน” หรือในปัจจุบันมีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ยาบ้า” นั้น เป็นวัตถุออกฤทธิ์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของยาเม็ด หรือแคปซูล ส่วนชนิดน้ำบรรจุหลอดใช้ฉีดเข้าร่างกาย ไม่เป็นที่นิยมกัน ยาบ้าจัดเป็นยาประเภทกระตุ้นประสาทส่วนกลาง เป็นยาอันตรายที่เสพติดเป็นนิสัยได้

สำหรับตัวยาที่อยู่ในยาม้า ก็คือ แอมเฟตามีน หรือ อาจรู้จักกันในชื่ออื่นๆ อีก เช่น เบนซีดริน เด็กซีดีน ไอโซมีน นีโอเฟตามีน ผู้ที่เสพมักจะทำตัวเกะกะระราน พูดจาเร็ว คึกคัก ไม่ง่วงนอน ไม่อยากรับประทานอาหาร ปากแห้ง กลิ่นตัวแรง ชอบเลียริมฝีปาก ชอบถูหรือเกาจมูก ถ้าใช้เป็นเวลานานๆ สุขภาพจะทรุดโทรมทั้งร่างกายและจิตใจ อาจคุ้มคลั้ง จนถึงกับทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นให้บาดเจ็บได้ หากใช้มากเกินขนาด จะทำให้ความดันโลหิตสูง หายใจไม่ออก ชัก เส้นโลหิตในสมองแตก หัวใจวาย ทั้งนี้ เพราะสมองถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา เมื่อยาหมดฤทธิ์ จะอ่อนเพลีย เซื่องซึม เศร้าหมอง และหลับนาน ถ้าใช้เกินขนาดจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้นผู้ที่ขับรถและเสพยาม้าเข้าไป เมื่อยาหมดฤทธิ์จะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย และบางครั้งทำให้ความดันโลหิตสูง หรืออาจเกิดอาการทางประสาท จนถึงขั้นโรคจิต หวาดระแวง ดังเช่นเป็นข่าวลงในหนังสือพิมพ์หน้า 1 อยู่เป็นประจำ

ปัจจุบันมีการเข้มงวดการตรวจปริมาณสารแอมเฟตามีน ในปัสสาวะ ทั้งในผู้ที่ขับขี่รถ และในนักเรียนนิสิตนักศึกษาของสถาบันศึกษาต่างๆ ที่กำลังระบาดอย่างหนัก ผู้ที่มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพหรือจำหน่าย ผู้นำเข้าหรือส่งออก หรือผู้ผลิต จะมีโทษรุนแรงมากน้อยลดหลั่นกันไป ขอชี้แจงอัตราโทษที่สำคัญเกี่ยวกับ “ยาบ้า” คือ ผู้เสพโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับ 5,000-10,000 บาท ผู้ขายโทษจำคุก 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 50,000-500,000 บาท หรืออาจมีโทษถึงประหารชีวิต นะคะ

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์