Articles

มะเร็งเต้านม…ภัยร้ายใกล้ตัวสตรีไทย

By noppol
16
1 45

มะเร็งเต้านม…ภัยร้ายใกล้ตัวสตรีไทย

หากพูดถึงโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตสตรีไทยยุคนี้อันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น “มะเร็งเต้านม” ที่เริ่มพบว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็น “มหัตภัยร้าย” ที่กำลังคุกคามชีวิตสตรีไทย แซงหน้ามะเร็งปากมดลูก ไปเรียบร้อยแล้วสถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในสตรีไทยปัจจุบันกำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น หลังพบคนไข้ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ถึงปีละ 1.5หมื่นราย หรือ เทียบเป็นสถิติสตรีไทย 25คน ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 1คน และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจึงเท่ากับว่า สตรีแทบทุกคนมีโอกาสและความเสี่ยงต่อการเป็น หรือ มีคนรอบข้างที่รู้จักเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้ทั้งนั้น มะเร็งเต้านม เกิดจากเซลล์เนื้อเยื่อเต้านมเจริญเกินกว่าจะควบคุมได้ ทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ มักเกิดในสตรีที่มีอายุตั้งแต่ 40ปีขึ้นไป ที่มีประวัติว่าญาติพี่น้องเคยเป็นโรคมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะกับญาติสายตรง ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้องท้องเดียวกัน รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม เช่น สตรีที่ไม่มีบุตร สตรีที่ไม่เคยตั้งครรภ์ และสตรีตั้งครรภ์อายุเกิน 35ปี นอกจากนั้นแล้ว คนที่ใช้ฮอร์โมนติดต่อกันนานเกิน 5ปี เช่น กินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องและสตรีวัยทองที่กินฮอร์โมนทดแทนก็มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม เช่นกันโดยทั่วไปอาการของโรคมะเร็งเต้านมจะเริ่มด้วยการมีก้อนเล็กๆ เกิดขึ้นในเต้านมก่อน ส่วนมากจะไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ก้อนมักโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เต้านมมีลักษณะผิดรูปไป เช่น เต้านมใหญ่ขึ้น หรือบางชนิดอาจทำให้เต้านมแข็ง หดตัวเล็กลง หรือ แบนลง ก็ได้ ก้อนของมะเร็งอาจรั้งให้หัวนมบุ๋มเข้าไปจากระดับเดิม หรือทำให้ผิวหนังบริเวณเต้านมดูมีลักษณะหยาบ และขรุขระดูคล้ายผิวส้มผู้ป่วยบางรายเมื่อบีบบริเวณหัวนมจะพบว่า มีน้ำเหลืองหรือน้ำเลือดไหลซึมออกมา เซลล์มะเร็งจะลุกลามแพร่กระจายตัวจากตำแหน่งที่เกิดโรคได้อย่างรวดเร็ว โดยผ่านไปทางระบบหลอดเลือดและน้ำเหลืองสู่อวัยวะอื่นๆบริเวณที่มักจะมีการลุกลามแพร่กระจายได้เร็วและบ่อยที่สุดได้แก่ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ จะพบว่าต่อมน้ำเหลืองรักแร้มีขนาดโตขึ้นและเนื้อมะเร็งบางส่วนเน่าตาย ทำให้เกิดเป็นแผลที่เต้านม และแผลจะขยายกว้างออกไป และมีกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมในการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมโดยแพทย์ นั้น จะเริ่มจากการซักประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว การรับประทานยาต่างๆ การตรวจภาพรังสีเต้านมที่เรียกว่า “แมมโมแกรม”(Mammogram) อาจร่วมกับตรวจอัลตราซาวด์ ไปจนถึงการเจาะดูดเซลล์ หรือ ตัดชิ้นเนื้อจากก้อนมะเร็ง เพื่อตรวจเซลล์วิทยาหรือทางพยาธิวิทยาต่อไป

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งเต้านมมักใช้หลายวิธีร่วมกัน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ระยะโรค ผลชิ้นเนื้อภายหลังผ่าตัด อายุ สุขภาพผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์การรักษาซึ่งมีตั้งแต่ การผ่าตัด ฉายรังสีรักษา ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมนเพศหญิง และยารักษาตรงเป้า ทั้งนี้ การให้ยาต้านฮอร์โมนเพศหญิงและยารักษาตรงเป้า จะใช้รักษาเฉพาะผู้ป่วยที่เซลล์มะเร็งเป็นชนิดตอบสนองต่อยา

มะเร็งเต้านม นับว่ามีความรุนแรงปานกลาง มีโอกาสในการรักษาหายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อตรวจพบในระยะต้นๆ เพราะปัจจุบันมีวิธีที่มีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม เพื่อให้พบโรคได้เร็วขึ้นตั้งแต่ยังไม่มีอาการ และหากรักษาในระยะแรกสามารถหายขาดได้ แต่หากปล่อยไว้จนโรคลุกลาม ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน

แนวทางป้องกันที่ดีที่สุด ก็คือ การตรวจเต้านมด้วยตนเอง และการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งแรกที่สตรีทุกคนสามารถช่วยป้องกันตนเองจากมะเร็งเต้านมได้ ศูนย์ถันยรักษ์ ให้คำแนะนำการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง 2 ส่วน คือ การดู และ การคลำ

30 06 14 16 06 27 s
ขั้นตอนแรก.. การดู หรือ การสังเกตความผิดปกติลักษณะภายนอกของเต้านม โดยยืนหน้ากระจกปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย เปรียบเทียบเต้านมทั้งสองข้างว่า มีการบิดเบี้ยวของหัวนม หรือมีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เช่น ผิวหนังมีรอยบุ๋ม มีก้อนนูน ผิวหนังบวม มีแผล หรือ มีเส้นเลือดสีดำใต้ผิวหนังเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือไม่ ตลอดจน ดูว่าเต้านมทั้งสองข้างผิดไปจากเดิมหรือไม่ด้วย

จากนั้น ประสานมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะ แล้วกลับมาอยู่ในท่าเท้าสะเอวพร้อมสำรวจหาสิ่งผิดปกติ ให้โค้งตัวมาข้างหน้า โดยใช้มือทั้งสองข้างวางบนเข่า หรือเก้าอี้ ในท่านี้เต้านมจะห้อยลงไปตรง ๆ หากมีสิ่งผิดปกติก็จะเห็นได้ชัดมากขึ้น

ขั้นตอนสอง.. การคลำที่เต้านม สามารถตรวจได้ในท่านอนราบ และขณะอาบน้ำ โดยการตรวจในท่านอนราบ ให้นอนในท่าสบายแล้วสอดหมอน หรือ ม้วนผ้าใต้ไหล่ขวา (ถ้าต้องการตรวจเต้านมข้างขวา) ยกแขนขวาเหนือศีรษะเพื่อให้เต้านมด้านนั้นแผ่ราบ ซึ่งจะทำให้คลำก้อนเนื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะส่วนบน ด้านนอกซึ่งมีเนื้อนมหนามากที่สุดและมีการเกิดมะเร็งบ่อยที่สุด

จากนั้น ใช้ 3นิ้วมือ คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางของมือซ้าย คลำทั่วทั้งเต้านมและรักแร้ในลักษณะคลึงวนเป็นก้นหอยเล็ก ๆ หรือ วนตามเข็มนาฬิกาไปตามเต้านม สังเกตว่า มีของเหลว หรือ เลือดออกจากหัวนมในขณะที่กดบริเวณปานนมหรือไม่

แล้วจึงเปลี่ยนมาตรวจเต้านมด้านซ้าย ให้สอดหมอนหัวม้วนผ้าใต้ไหล้ซ้าย ยกแขนซ้ายเหนือศีรษะ ใช้มือขวาตรวจเช่นเดียวกับครั้งแรก ที่สำคัญคือ ห้ามบีบเนื้อเต้านม เพราะจะทำให้รู้สึกเหมือนเจอก้อนเนื้อแต่ความจริงแล้วไม่ใช่

ส่วนการตรวจในขณะอาบน้ำ หากผู้ที่มีเต้านมขนาดเล็ก ให้วางมือข้างเดียวกับเต้านมที่ต้องการตรวจบนศีรษะ แล้วใช้มืออีกข้างคลำในทิศทางเดียวกับที่ทำในท่านอน สำหรับผู้ที่มีเต้านมขนาดใหญ่ ให้ใช้มือข้างนั้นประคอง และตรวจคลำเต้านมจากด้านล่าง ส่วนมืออีก ข้างให้ตรวจคลำจากด้านบน

การตรวจเต้านมด้วยตนเอง เป็นการตรวจที่จะเกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับสตรี เพราะหากพบสิ่งผิดปกติก็จะสามารถสังเกตได้โดยง่าย โดยแพทย์แนะนำให้เริ่มตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เมื่ออายุ 20ปีขึ้นไป และตรวจเป็นประจำเดือนละครั้ง ซึ่งพบว่า การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ราว 80-90%ได้มาพบแพทย์เมื่อคลำพบก้อนที่เต้านมด้วยตัวเอง

หากตรวจพบความผิดปกติ หรือ มีก้อนเนื้อเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ภายใน 1-2สัปดาห์ เพื่อทำการตรวจซ้ำ หรือ ตรวจเพิ่มเติม และรับคำแนะนำจากแพทย์ที่ถูกต้องต่อไป

นอกจากการตรวจเต้านมด้วยตัวเองแล้ว ศูนย์ถันยรักษ์ แนะนำให้รับการตรวจโดยแพทย์ เมื่ออายุ 20-40ปี ทุก 3ปี และอายุ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจทุกปี นอกจากนั้น สตรีที่มีอายุ 40ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจเอกซเรย์เต้านม ด้วยเครื่องแมมโมแกรมแพทย์ทุก 1-2ปี

แม้มะเร็งเต้านมจะเป็นภัยร้ายใกล้ตัวสตรีทุกคน แต่หากใส่ใจตัวเอง หมั่นตรวจหาความผิดปกติของเต้านมด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอแล้วนั้น

โรคมะเร็งเต้านม ก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป.

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
ผู้ประพันธ์