โพสต์ 4 พ.ย. 58 3,988 Views

องค์การอนามัยโลกเผย เบคอน แฮม และไส้กรอก อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง

รายงานจากองค์การอนามัยโลกซึ่งรวบรวมมาจากงานวิจัยหลากหลายพบว่า การบริโภคเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการเหล่านี้เพียง 50 กรัมต่อวัน หรือ เบคอนไม่ถึงสองชิ้นดี สามารถเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18%

อย่างไรก็ตาม ตัวเนื้อแดงเอง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว นั้นก็มีรายงานว่าตัวมันเองอาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเช่นเดียวกัน แต่รายงานที่มีหลักฐานเด่นชัดยังมีน้อย และองค์การอนามัยโลกเองยังให้น้ำหนักเรื่องประโยชน์จากการบริโภคเนื้อแดงเช่นกัน

องค์กร Cancer Research UK จากอังกฤษเองยังคงแนะนำให้บริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการได้ แต่ให้ลดปริมาณลง มากกว่าที่จะงดไปเลย

เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการคืออะไร

เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการนั้นได้แก่เนื้อสัตว์ที่ทำไปแปรรูปก่อนนำมาบริโภค เช่น เบคอน แฮม และไส้กรอก ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะมีการดัดแปลงรสชาติ รสสัมผัสให้เกิดความหลากหลาย แต่บางชนิดสามารถเก็บไว้ได้นาน กระบวนการแปรรูปที่นิยมได้แก่ การรมควัน การตากแห้ง การเติมเกลือ ผงชูรสหรือสารถนอมอาหารเข้าไป

การนำเนื้อสัตว์มาแปรรูปทางกายภาพ เช่น การหั่น การบดนั้นไม่ถือว่าผ่านกระบวนการ เพราะไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการเคมี อย่างไรก็ตาม กระบวนการปรุงบางอย่าง ที่กระตุ้นกระบวนการทางเคมีอย่างรุนแรง เช่น การปิ้งย่างที่ความร้อนสูง จนเกิดการไหม้เกรียม ก็เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นกัน

ตัวอย่างง่ายๆคือ ในผู้ที่นิยมบริโภคเบคอน 100 คนนั้น จะพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น 1 คน จากความเสี่ยงปกติที่พบในผู้คนทั่วไปอยู่แล้ว

เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการคืออะไร

องค์การอนามัยโลก โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจำแนกประเภทของสารก่อมะเร็ง มีการแยกประเภทของสารก่อมะเร็งเป็นสี่ระดับ ระดับ 1 คือ มีหลักฐานแน่ชัดว่าก่อมะเร็งแน่นอน ส่วนระดับ 2 ถึง 4 คือมีความเสี่ยงน้อยลงไป โดยยังมีข้อมูลรับรองไม่เพียงพอ

จากการรวบรวมข้อมูลล่าสุด พบว่า การบริโภคเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ โดยมีการปรุงตามปกติ แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ มีความเสี่ยงในการก่อมะเร็งในระดับ 2 คือ อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ โดยมีรายงานประปรายว่า”อาจ”เพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง

แต่กับเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการนั้นพบว่า มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ 1 คือ สามารถก่อมะเร็งได้ “แน่นอน” อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรสับสนว่าการรับบริโภคจะทำให้เกิดมะเร็งทุกคน แต่งานวิจัยที่รองรับพบว่าองค์ประกอบบางอย่างในเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการเหล่านี้ ทำให้เกิดมะเร็งได้

แต่คำแนะนำส่วนใหญ่นั้นมักแนะนำให้ลดการบริโภคทั้งเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการและเนื้อแดงลงไปพร้อมๆกัน เพราะทั้งคู่อยู่จัดเป็นสารก่อมะเร็งในหมวด 1 และ 2 ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก

จากรายงานของ Cancer Research UK เปรียบเทียบให้ดูว่า 21 % ของมะเร็งลำไส้เกิดจากเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการและเนื้อแดง 86% ของมะเร็งปอดเกิดจากการสูบบุหรี่

แล้วเราควรทำอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เนื้อแดงนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก และหาบริโภคได้ง่ายในทุกภูมิภาคของโลก เนื้อแดงนั้นเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก สังกะสีและวิตามินบีสิบสอง

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกยังคงแนะนำว่า เนื้อแดงนั้นยังสามารถนำมาบริโภคได้ โดยผ่านการปรุงให้สุกอย่างเหมาะสม แต่ควรลดปริมาณลง และเพิ่มอาหารที่ลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ เช่น อาหารที่อุดมด้วยใยอาหาร ผักผลไม้ และถ้าเป็นไปได้ควรงดการบริโภคเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการ เน้นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบจากธรรมชาติและผ่านการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด

ที่มา: www.bbc.com/news/health-34615621

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนไทย กินบะหมี่กึ่งสำเร็จ อันดับเท่าไหร่ของโลก

24 กุมภาพันธ์ 2557 3.957

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีวางขายมานาน 50 ปีแล้ว และยอดขายก็พุ่งสูงอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว

Hillary Clinton in hospital with blood clot after fall

14 มกราคม 2556 1.249

BBC NEWS (31 December 2012) reported that Mrs Clinton, US Secretary of State, suffered a concussion in mid-December after fainting and falling down. At the time of her faint, she was reported to have had a stomach virus and to have passed out after becom

Should HIV-infected patients be screened for silent myocardial ischaemia using gated myocardial perfusion SPECT?

26 พฤศจิกายน 2555 715

In male HIV-infected patients older than 52 years and with at least two other cardiovascular risk factors, screening for silent myocardial ischaemia (SMI) using myocardial SPECT was about four times more likely to be positive than in the general populatio