โพสต์ 4 พ.ย. 58 2,235 Views

องค์การอนามัยโลกเผย เบคอน แฮม และไส้กรอก อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง

รายงานจากองค์การอนามัยโลกซึ่งรวบรวมมาจากงานวิจัยหลากหลายพบว่า การบริโภคเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการเหล่านี้เพียง 50 กรัมต่อวัน หรือ เบคอนไม่ถึงสองชิ้นดี สามารถเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18%

อย่างไรก็ตาม ตัวเนื้อแดงเอง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว นั้นก็มีรายงานว่าตัวมันเองอาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเช่นเดียวกัน แต่รายงานที่มีหลักฐานเด่นชัดยังมีน้อย และองค์การอนามัยโลกเองยังให้น้ำหนักเรื่องประโยชน์จากการบริโภคเนื้อแดงเช่นกัน

องค์กร Cancer Research UK จากอังกฤษเองยังคงแนะนำให้บริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการได้ แต่ให้ลดปริมาณลง มากกว่าที่จะงดไปเลย

เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการคืออะไร

เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการนั้นได้แก่เนื้อสัตว์ที่ทำไปแปรรูปก่อนนำมาบริโภค เช่น เบคอน แฮม และไส้กรอก ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะมีการดัดแปลงรสชาติ รสสัมผัสให้เกิดความหลากหลาย แต่บางชนิดสามารถเก็บไว้ได้นาน กระบวนการแปรรูปที่นิยมได้แก่ การรมควัน การตากแห้ง การเติมเกลือ ผงชูรสหรือสารถนอมอาหารเข้าไป

การนำเนื้อสัตว์มาแปรรูปทางกายภาพ เช่น การหั่น การบดนั้นไม่ถือว่าผ่านกระบวนการ เพราะไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการเคมี อย่างไรก็ตาม กระบวนการปรุงบางอย่าง ที่กระตุ้นกระบวนการทางเคมีอย่างรุนแรง เช่น การปิ้งย่างที่ความร้อนสูง จนเกิดการไหม้เกรียม ก็เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นกัน

ตัวอย่างง่ายๆคือ ในผู้ที่นิยมบริโภคเบคอน 100 คนนั้น จะพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้น 1 คน จากความเสี่ยงปกติที่พบในผู้คนทั่วไปอยู่แล้ว

เนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการคืออะไร

องค์การอนามัยโลก โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจำแนกประเภทของสารก่อมะเร็ง มีการแยกประเภทของสารก่อมะเร็งเป็นสี่ระดับ ระดับ 1 คือ มีหลักฐานแน่ชัดว่าก่อมะเร็งแน่นอน ส่วนระดับ 2 ถึง 4 คือมีความเสี่ยงน้อยลงไป โดยยังมีข้อมูลรับรองไม่เพียงพอ

จากการรวบรวมข้อมูลล่าสุด พบว่า การบริโภคเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ โดยมีการปรุงตามปกติ แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ มีความเสี่ยงในการก่อมะเร็งในระดับ 2 คือ อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ โดยมีรายงานประปรายว่า”อาจ”เพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง

แต่กับเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการนั้นพบว่า มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ 1 คือ สามารถก่อมะเร็งได้ “แน่นอน” อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ควรสับสนว่าการรับบริโภคจะทำให้เกิดมะเร็งทุกคน แต่งานวิจัยที่รองรับพบว่าองค์ประกอบบางอย่างในเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการเหล่านี้ ทำให้เกิดมะเร็งได้

แต่คำแนะนำส่วนใหญ่นั้นมักแนะนำให้ลดการบริโภคทั้งเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการและเนื้อแดงลงไปพร้อมๆกัน เพราะทั้งคู่อยู่จัดเป็นสารก่อมะเร็งในหมวด 1 และ 2 ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก

จากรายงานของ Cancer Research UK เปรียบเทียบให้ดูว่า 21 % ของมะเร็งลำไส้เกิดจากเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการและเนื้อแดง 86% ของมะเร็งปอดเกิดจากการสูบบุหรี่

แล้วเราควรทำอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เนื้อแดงนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก และหาบริโภคได้ง่ายในทุกภูมิภาคของโลก เนื้อแดงนั้นเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก สังกะสีและวิตามินบีสิบสอง

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกยังคงแนะนำว่า เนื้อแดงนั้นยังสามารถนำมาบริโภคได้ โดยผ่านการปรุงให้สุกอย่างเหมาะสม แต่ควรลดปริมาณลง และเพิ่มอาหารที่ลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ เช่น อาหารที่อุดมด้วยใยอาหาร ผักผลไม้ และถ้าเป็นไปได้ควรงดการบริโภคเนื้อสัตว์ผ่านกระบวนการ เน้นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบจากธรรมชาติและผ่านการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด

ที่มา: www.bbc.com/news/health-34615621

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ยาปฏิชีวนะ” ภัยเงียบทำเด็กไทยอ้วน

16 ธันวาคม 2556 806

"ยาปฏิชีวนะมีผลทั้งในระยะยาวและระยะสั้น โดยระยะสั้นจะมีผลกับทุกช่วงอายุ เพราะฉะนั้นหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ส่วนในระยะยาวนอกจากเด็กจะมีภาวะอ้วนแล้วยังอาจจะมีผลทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ และหอบหืดได้

`WHO` เตือนโลกเผชิญคลื่นยักษ์โรคมะเร็ง

7 กุมภาพันธ์ 2557 856

"WHO" เตือนโลกเผชิญคลื่นยักษ์ของโรคมะเร็ง เผยสาเหตุใหญ่จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และ น้ำตาล ชี้มีผู้ถูกวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็ง ปีละ 14 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 19 ล้านคน ในปี 2568

Smoking Can Cut 10 Years Off a Woman's Life

15 พฤศจิกายน 2555 686

But quitting before her 40th birthday (preferably well before it) avoids more than 90% of this increased risk of dying, and stopping before 30 avoids more than 97% of it.