โพสต์ 14 ธ.ค. 58 5,059 Views

วัคซีนไข้เลือดออก ได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ครั้งแรกในโลก หลังจากการวิจัยกว่า 20 ปี

วัคซีน Dengvaxia จากบริษัท Sanofi อนุมัติให้ใช้ได้ในประเทศเมกซิโก เป็นประเทศแรกในโลก และคาดว่าจะได้รับอนุมัติให้ใช้ได้ในอีก 19 ประเทศ ในลาตินอเมริกา และเอเซีย เร็วๆนี้
กลุ่มประเทศละตินอเมริกา และเอเชีย จะพิจารณาการอนุมัติในอีกไม่กี่สัปดาห์

Dengvaxia ซึ่งเป็นวีคซีนป้องกันไข้เลือดออกตัวแรกที่พัฒนาโดยบริษัท Sanofi ได้รับการอนุมัติเป็นครั้งแรกในประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลก ที่จะมีการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ที่มีพาหะสำคัญคือยุงลาย ซึ่งประชากรกว่าครึ่งโลก มีภาวะเสี่ยงต่อการติดโรคนี้


Credit: Photographer: Christophe Simon/AFP via Getty Images

ผู้บริหารจาก Sanofi เผยว่า ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ จะมีการพิจารณาอนุมัติการใช้วัคซีนนี้ในอีกหลายประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งวัคซีน Dengvaxia นั้นสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ทั้งสี่สายพันธุ์

ไข้เลือดออกและมาลาเรียนั้นมียุงเป็นพาหะนำโรคเหมือนกัน แต่ไข้เลือดออกนั้น นำโรคโดยยุงลาย ซึ่งมีรูปแบบการระบาดของโรคไม่เหมือนมาลาเรีย โรคไข้เลือดออกพบมากในชุมชนเมือง มากกว่าตามชนบทหรือชายป่า โดยปัจจัยสำคัญคือแหล่งน้ำสะอาดในบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเป็นอย่างดี

นักวิเคราะห์เผยว่า วัคซีน Dengvaxia น่าจะทำรายได้มากกว่าหนึ่งพันสี่ร้อยล้านเหรียญ (ราวสี่หมื่นห้าพันล้านบาท) ภายในปี 2020 แต่ทางผู้บริหารของบริษัท Sanofi ให้คำมั่นว่า วัคซีนนั้นจะมีราคาที่เป็นธรรม และเข้าถึงได้ทุกคน และหลายประเทศให้ความสนใจที่จะฉีดให้ประชาชนของตัวเองฟรี อย่างไรก็ตาม Dengvaxia นั้นไม่แนะนำให้ฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้เลือดออกยังไม่ดีนัก

โรคไข้เลือดออกนั้น ทำให้ประชากรทั่วโลกป่วยกว่า 390 ล้านคน และราว 1 % ของผู้ติดเชื้อจะป่วยหนักจนเสียชีวิตได้ ปัจจุบันพบว่าบริษัท Oxitec นั้นกำลังพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกเช่นเดียวกัน ซึ่งบริษัทนี้ ยังได้พัฒนายุงตัวผู้ตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งลูกน้ำที่เกิดจากยุงเหล่านี้จะตาย และไม่สามารถแพร่พันธุ์ต่อไปได้

อ้างอิง

http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-12-09/world-s-first-dengue-vaccine-approved-after-20-years-of-research

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ยาปฏิชีวนะ” ภัยเงียบทำเด็กไทยอ้วน

16 ธันวาคม 2556 911

"ยาปฏิชีวนะมีผลทั้งในระยะยาวและระยะสั้น โดยระยะสั้นจะมีผลกับทุกช่วงอายุ เพราะฉะนั้นหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ส่วนในระยะยาวนอกจากเด็กจะมีภาวะอ้วนแล้วยังอาจจะมีผลทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ และหอบหืดได้

อาหารดิบ อันตราย โรคพยาธิใบไม้ตับ ถามหา

13 ตุลาคม 2557 1.532

กรมอนามัย ระบุว่า เมื่อปี 48 มีสถิติผู้เสียชีวิตจากโรคพยาธิใบไม้ตับถึงวันละ 70 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 3 ราย หากเปรียบเทียบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 100 คน จะมี 10 คน ที่เป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี

ยันไม่พบอีโบลาในไทย สธ.เฝ้าระวังเข้ม

7 กรกฎาคม 2557 958

ขณะนี้ไทยยังไม่พบเชื้ออีโบลาในประเทศ รวมถึงภูมิภาคเอเชีย แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงได้มีการเฝ้าระวังเรื่องของการเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศที่สนามบิน