โพสต์ 20 ส.ค. 58 1,277 Views

รับประทาน วิตามิน ดี ช่วยลดอัตราการล้มของผู้สูงอายุ

การวิจัยเผยให้เห็นว่า วิตามินดี เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยคงความเป็นหนึ่งและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเอาไว้ได้ นอกจากนั้นการวิจัยบางตัวยังแนะว่า วิตามินดี อาจช่วยลดความเสี่ยงของการล้ม

ทุกๆ ปี มีการล้มเกิดขึ้นประมาณหนึ่งในสามของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับบ้าน ซึ่งประมาณหนึ่งในสิบมีผลจากการล้มที่มีการบาดเจ็บรุนแรง และถึงแม้ว่าการบาดเจ็บจะไม่เกิดขึ้น การกลัวในการล้มสามารถลดการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียอิสระของผู้สูงอายุได้
 
การวิจัยเผยให้เห็นว่า วิตามินดี เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยคงความเป็นหนึ่งและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเอาไว้ได้ นอกจากนั้นการวิจัยบางตัวยังแนะว่า วิตามินดี อาจช่วยลดความเสี่ยงของการล้ม        
 
วิตามินดี (Vitamin D) นั้นช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้เองเมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด ในกรณีที่ไม่ถูกแดด จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินดีจากอาหารให้มากขึ้น อาหารที่มีวิตามินดีมากได้แก่ น้ำมันตับปลา ไขมัน นม เนย ตับสัตว์ ตับปลาคอด (COD) ปลาทู ไข่แดง ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล, ปลาไหล, มาการีน, แครอท, ฟักทอง และผักเขียวเหลืองต่างๆ
 

ภาพจาก : [http://www.martinnorum.no/]
 
ผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้าน เป็นกลุ่มคนที่เปราะบาง มีการได้รับการควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพน้อย และปัจจัยเรื่องสุขภาพจะเกี่ยวกับสารอาหารที่ได้รับ และยังเป็นผู้ที่ออกแดดกลางแจ้งน้อย ซึ่งทำให้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีระดับวิตามินดีต่ำ ซึ่งนำไปสู่การอุบัติเหตุจากการล้มได้
 
นักวิจัยที่ศูนย์การแพทย์ เวค ฟอเรส แบ๊บติสต์ อเมริกา ได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มการได้รับวิตามินดี ผ่านโปรแกรมสุขภาพ Meals-on-Wheels (MOW) ของทางศูนย์  เพื่อจะเพิ่มระดับวิตามินดีของคนไข้และลดอุบัติเหตุจากการล้ม
 
การวิจัยได้ถูกตีพิมพ์แบบฉบับออนไลน์ในเบื้องต้นของ Journal of the American Geriatrics Society “การล้มในกลุ่มผู้สูงอายุมักนำไปสู่การพิการและต้องไปอยู่ในบ้านผู้ป่วย” ดร.เดนิส ฮิวสตัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางด้านการศึกษาและเวชศาสตร์เกี่ยวกับผู้สูงอายุที่ศูนย์การแพทย์ เวค ฟอเรส แบ๊บติสต์ และเป็นหัวหน้างานวิจัย กล่าว “เราหรือศูนย์ผู้สูงอายุของเรามีเป้าหมายที่จะช่วยรักษาอิสระและใช้ชีวิตอยู่บ้านได้อย่างปลอดภัยเท่าที่จะเป็นไปได้”
 
ผู้เข้าร่วมโปรแกรมสุขภาพ Meals-on-Wheels จาก Forsyth County ,North Carolina ถูกรับสมัครเข้ามาแล้วแบ่งเป็นกลุ่มๆ โดยใช้วิธีสุ่มโดยไม่ทราบว่าตนเองอยู่กลุ่มใด(Single-blind Randomize) ในการวิจัยครั้งนี้กินระยะเวลา 5 เดือน
 
กลุ่มตัวอย่างรวม 68 คน ครึ่งหนึ่งจะได้รับวิตามินดีทุกๆเดือนเท่ากับ 100,000 IU (International Units) และอีกครึ่งหนึ่งจะได้รับ placebo (ยาแป้ง ไม่มีฤทธิ์) ควบคู่ไปกับมืออาหารในโปรแกรม การทดลองนี้ยังวิเคราะห์ประวัติการล้มและการกลัวการล้ม ผลตรวจเลือดของกลุ่มตัวอย่าง ทั้งตอนต้นและตอนท้ายการทดลองเพื่อดูค่าวิตามินดีในเลือด บันทึกจำนวนการล้มของผู้เข้าร่วมทุกๆเดือนตลอดการทดลอง ในตอนต้นของการทดลองนี้ทีมวิจัยพบว่า เกินครึ่งของกลุ่มตัวอย่างมีปริมาณความเข้มข้นของวิตามินดีในเลือดไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 20 ng/ml) ในขณะที่เพียงเกือบหนึ่งในสี่เท่านั้นที่มีปริมาณความเข้มข้นของวิตามินดีในเลือดสูง (30 ng/ml หรือมากกว่า)
 
การวิจัยเผยให้เห็นว่า  การได้รับวิตามินดีทุก ๆ เดือนของกลุ่มตัวอย่าง มีประสิทธิภาพทำให้ระดับความเข้มข้นของวิตามินดีในเลือดเพิ่มจากระดับไม่เพียงพอไปสู่ระดับที่พอเพียง แต่แค่ 1 ใน 34 คนของผู้ที่ได้รับนั้นเพิ่มขึ้นไปในระดับสูงสุดเพียง 5 คนเท่านั้น นอกจากนี้กลุ่มทดลองที่ได้รับวิตามินดียังมีการล้มที่ลดลงประมาณครึ่งหนึ่งจากกลุ่มที่ไม่ได้รับ
 
“แม้การวิจัยเริ่มต้นนี้จะเป็นนิมิตหมายอันดี แต่เราต้องการความมั่นใจในผลการทดลองในระดับที่กว้างขึ้นด้วย” ฮิวสตันกล่าว
 
แหล่งข้อมูล
http://www.sciencedaily.com/releases/2015/08/150817161206.htm
http://www.clinic.worldmedic.com/news/vitamind.html
 
ที่มาของข่าว http://www.vcharkarn.com/vnews/502922

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รายงานเคสผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งของพยาธิ

12 พฤศจิกายน 2558 2.012

ผู้ป่วยชายรายหนึ่งซึ่งป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) เสียชีวิตลงด้วยมะเร็งที่แพร่กระจายไปอวัยวะหลายส่วน แต่จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดในภายหลังพบว่า เชื้อมะเร็งที่พบ เป็นมะเร็งของพยาธิตืดแคระ ซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ของเขา

A Daily Multivitamin Reduces Cancer Risk in Older Men

15 พฤศจิกายน 2555 830

There hasn't been strong evidence to support the idea that vitamins can combat cancer—until now.

การดื่มกาแฟแต่พอดีและสม่ำเสมอจะเป็นประโยชน์

31 กรกฎาคม 2558 742

แต่หากเพิ่มปริมาณการดื่มหรือไม่ดื่มเลยนั้น จะมีโอกาสเป็นโรคทางระบบประสาทมากขึ้น