โพสต์ 27 ต.ค. 58 4,784 Views

น้ำตาลฟรุกโตสอันตราย ทำให้คนติดหวาน

ดอกเตอร์ลุค แทปปี้ ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Lausanne แห่งสวิสเซอร์แลนด์ ได้บรรยาผลการศึกษาเกี่ยวกับโทษของการบริโภคน้ำตาลฟรุกโตสในงานประชุมวิชาการเบาหวานประจำปีภาคพื้นยุโรป ไว้อย่างน่าสนใจ

ร่างกายตอบสนองอย่างไรเมื่อได้รับฟรุกโตสเข้าไป

ก่อนจะตอบคำถามนี้ เราควรมาทำความรู้จักกับหลักการง่ายๆของคาร์โบไฮเดรต โดยปกติแล้วพลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันนั้น ราว 50% มาจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งหลักๆแล้วจะประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล

แป้งจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าน้ำตาลและจะถูกย่อยหลายขั้นตอน จนสุดท้ายจะได้กลูโคสซึ่งเป็นรูปแบบของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้เลย

สำหรับน้ำตาลนั้น น้ำตาลส่วนใหญ่ที่เรารับประทานคือน้ำตาลซูโครส ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลคู่ระหว่างกลูโคสและฟรุกโตส น้ำตาลซูโครสก็คือน้ำตาลหวานๆเรารับประทานกันทั่วไป เมื่อถูกย่อยจะได้กลูโคสและฟรุกโตสอย่างละหนึ่งโมเลกุล กลูโคสจะถูกนำไปใช้ได้ทันที

แต่ร่างกายเราไม่สามารถนำฟรุกโตสไปใช้ได้ทันที เซลล์ของร่างกายนั้นเผาผลาญพลังงานโดยใช้กลูโคสและกรดไขมันเป็นหลัก เพื่อให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานจากฟรุกโตสได้ ตับจะทำหน้าที่เปลี่ยนฟรุกโตสเป็นกลูโคสหรือกรดไขมันก่อน

ฟรุกโตสทำให้อ้วนหรือไม่

มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ว่าการบริโภคฟรุกโตสในปริมาณที่สูง หรืออีกนัยหนึ่ง คือน้ำตาล มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าตัวฟรุกโตสเองนั้นไม่ได้ให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารตัวอื่น แต่ตัวน้ำตาลฟรุกโตสเองทำให้เสพติดความหวาน และเมื่อติดหวาน ก็จะมีแนวโน้มที่จะกินหวานมากกว่าปกติ แล้วลงเอยที่ได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และอาจเกิดน้ำหนักเกินและอ้วนตามมาได้

ฟรุกโตสและภาวะดื้ออินซูลิน

มีความเชื่อกันว่าภาวะที่ได้รับน้ำตาลระดับสูงเป็นเวลานานๆอาจมีผลต่อภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งในที่สุดจะทำให้เกิดเบาหวาน โดยปกติแล้วฮอร์โมนอินซูลินทำหน้าที่ในการช่วยให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าไปใช้ในเซลล์ ภาวะดื้ออินซูลินนั้นเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ไม่ตอบสนองต่อการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้ลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น และทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายตามมา เชื่อกันว่าภาวะดื้ออินซูลินนั้นเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งรวมถึงการได้รับน้ำตาลระดับสูงๆเป็นเวลานาน เช่น นิสัยกินหวาน

แต่จากการศึกษาในผู้ที่ได้รับฟรุกโตสระดับสูงเป็นเวลานานตั้งแต่ระดับหนึ่งสัปดาห์จนถึงหลายๆสัปดาห์ กลับพบว่าระดับการเกิดภาวะดื้ออินซูลินเกิดขึ้นในระดับค่อนข้างต่ำ จนแทบไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น ฟรุกโตสอาจไม่มีผลต่อการเกิดภาวะดื้ออินซูลินโดยตรง แต่อาจเกิดจากผลทางอ้อมจากภาวะน้ำหนักตัวเกินได้

ฟรุกโตส กับการเผาผลาญไขมันและความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

มีการศึกษากันมาอย่างยาวนานว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงนั้น ทำให้ระดับของไขมันชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์สูง และไตรกลีเซอร์ไรด์นี้เองที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ ความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน ยังทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงและไปเกาะสะสมที่ตับ หรือที่เรียกว่า fatty liver ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ระบบเผาผลาญโดยรวมมีปัญหา

ฟรุกโตสนั้นอาจไม่มีผลโดยตรงกับภาวะดื้ออินซูลิน แต่ฟรุกโตสทำให้เกิดอาการติดหวาน ซึ่งนำไปสู่ภาวะอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะดื้ออินซูลินในภายหลังได้ นอกจากนี้ อาหารที่มีน้ำตาลสูง ยังทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อโรคทางหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้

แหล่งข้อมูล http://www.medscape.com/viewarticle/852414

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Hillary Clinton in hospital with blood clot after fall

14 มกราคม 2556 941

BBC NEWS (31 December 2012) reported that Mrs Clinton, US Secretary of State, suffered a concussion in mid-December after fainting and falling down. At the time of her faint, she was reported to have had a stomach virus and to have passed out after becom

กรมอนามัยเตือนกินเห็ดป่าไม่รู้จัก อาจถึงตายได้

29 พฤษภาคม 2558 1.054

น.พ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เตือน ประชาชนว่า ห้ามทานเห็ดป่าที่ไม่รู้จัก

คนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจมะเร็ง

12 ธันวาคม 2556 1.030

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผย โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 แนะประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพค้นหาความผิดปกติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง