โพสต์ 27 ต.ค. 58 7,407 Views

น้ำตาลฟรุกโตสอันตราย ทำให้คนติดหวาน

ดอกเตอร์ลุค แทปปี้ ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Lausanne แห่งสวิสเซอร์แลนด์ ได้บรรยาผลการศึกษาเกี่ยวกับโทษของการบริโภคน้ำตาลฟรุกโตสในงานประชุมวิชาการเบาหวานประจำปีภาคพื้นยุโรป ไว้อย่างน่าสนใจ

ร่างกายตอบสนองอย่างไรเมื่อได้รับฟรุกโตสเข้าไป

ก่อนจะตอบคำถามนี้ เราควรมาทำความรู้จักกับหลักการง่ายๆของคาร์โบไฮเดรต โดยปกติแล้วพลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวันนั้น ราว 50% มาจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งหลักๆแล้วจะประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล

แป้งจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าน้ำตาลและจะถูกย่อยหลายขั้นตอน จนสุดท้ายจะได้กลูโคสซึ่งเป็นรูปแบบของคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้เลย

สำหรับน้ำตาลนั้น น้ำตาลส่วนใหญ่ที่เรารับประทานคือน้ำตาลซูโครส ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลคู่ระหว่างกลูโคสและฟรุกโตส น้ำตาลซูโครสก็คือน้ำตาลหวานๆเรารับประทานกันทั่วไป เมื่อถูกย่อยจะได้กลูโคสและฟรุกโตสอย่างละหนึ่งโมเลกุล กลูโคสจะถูกนำไปใช้ได้ทันที

แต่ร่างกายเราไม่สามารถนำฟรุกโตสไปใช้ได้ทันที เซลล์ของร่างกายนั้นเผาผลาญพลังงานโดยใช้กลูโคสและกรดไขมันเป็นหลัก เพื่อให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานจากฟรุกโตสได้ ตับจะทำหน้าที่เปลี่ยนฟรุกโตสเป็นกลูโคสหรือกรดไขมันก่อน

ฟรุกโตสทำให้อ้วนหรือไม่

มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ว่าการบริโภคฟรุกโตสในปริมาณที่สูง หรืออีกนัยหนึ่ง คือน้ำตาล มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าตัวฟรุกโตสเองนั้นไม่ได้ให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารตัวอื่น แต่ตัวน้ำตาลฟรุกโตสเองทำให้เสพติดความหวาน และเมื่อติดหวาน ก็จะมีแนวโน้มที่จะกินหวานมากกว่าปกติ แล้วลงเอยที่ได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และอาจเกิดน้ำหนักเกินและอ้วนตามมาได้

ฟรุกโตสและภาวะดื้ออินซูลิน

มีความเชื่อกันว่าภาวะที่ได้รับน้ำตาลระดับสูงเป็นเวลานานๆอาจมีผลต่อภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งในที่สุดจะทำให้เกิดเบาหวาน โดยปกติแล้วฮอร์โมนอินซูลินทำหน้าที่ในการช่วยให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าไปใช้ในเซลล์ ภาวะดื้ออินซูลินนั้นเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ไม่ตอบสนองต่อการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้ลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น และทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายตามมา เชื่อกันว่าภาวะดื้ออินซูลินนั้นเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งรวมถึงการได้รับน้ำตาลระดับสูงๆเป็นเวลานาน เช่น นิสัยกินหวาน

แต่จากการศึกษาในผู้ที่ได้รับฟรุกโตสระดับสูงเป็นเวลานานตั้งแต่ระดับหนึ่งสัปดาห์จนถึงหลายๆสัปดาห์ กลับพบว่าระดับการเกิดภาวะดื้ออินซูลินเกิดขึ้นในระดับค่อนข้างต่ำ จนแทบไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น ฟรุกโตสอาจไม่มีผลต่อการเกิดภาวะดื้ออินซูลินโดยตรง แต่อาจเกิดจากผลทางอ้อมจากภาวะน้ำหนักตัวเกินได้

ฟรุกโตส กับการเผาผลาญไขมันและความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

มีการศึกษากันมาอย่างยาวนานว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงนั้น ทำให้ระดับของไขมันชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์สูง และไตรกลีเซอร์ไรด์นี้เองที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ ความอ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน ยังทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงและไปเกาะสะสมที่ตับ หรือที่เรียกว่า fatty liver ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ระบบเผาผลาญโดยรวมมีปัญหา

ฟรุกโตสนั้นอาจไม่มีผลโดยตรงกับภาวะดื้ออินซูลิน แต่ฟรุกโตสทำให้เกิดอาการติดหวาน ซึ่งนำไปสู่ภาวะอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะดื้ออินซูลินในภายหลังได้ นอกจากนี้ อาหารที่มีน้ำตาลสูง ยังทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อโรคทางหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวได้

แหล่งข้อมูล http://www.medscape.com/viewarticle/852414

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยันไม่พบอีโบลาในไทย สธ.เฝ้าระวังเข้ม

7 กรกฎาคม 2557 958

ขณะนี้ไทยยังไม่พบเชื้ออีโบลาในประเทศ รวมถึงภูมิภาคเอเชีย แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงได้มีการเฝ้าระวังเรื่องของการเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศที่สนามบิน

ศิริราช แจงค้นพบแอนติบอดี้ต่อยอดวัคซีนอีโบลา ไม่ใช่ยารักษา

1 ตุลาคม 2557 969

การค้นพบนี้สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นวัคซีนป้องกันโรคได้ โดยย้ำว่าไม่ได้ค้นพบยารักษาโรคแต่อย่างใด ทั้้งนี้จะมีการชี้แจงรายละเอียดระหว่างการแถลงข่าวอีกครั้ง

คนไทย กินบะหมี่กึ่งสำเร็จ อันดับเท่าไหร่ของโลก

24 กุมภาพันธ์ 2557 3.957

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีวางขายมานาน 50 ปีแล้ว และยอดขายก็พุ่งสูงอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว