โพสต์ 12 ต.ค. 58 2,547 Views

กินเจอย่างไรให้ได้บุญและปลอดภัย พร้อมเฝ้าระวังผักสด ผักแห้ง รวมทั้งผักดองที่อาจปนเปื้อนสารอันตรายตกค้าง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

อาหารเจ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปเนื่องจากการรับประทานพืชผัก งดเว้นเนื้อสัตว์ ทำให้กระเพาะได้พักจากการย่อยเนื้อสัตว์ได้รับวิตามิน รวมทั้งโปรตีนจากถั่วชนิดต่างๆ นอกจากสุขภาพดีแล้ว ผู้ที่ถือศีลกินเจยังจะได้รับผลดีด้านจิตใจอีกด้วย

เพื่อให้การกินเจถูกหลักได้รับอาหารที่มีคุณค่ามีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จึงควรรับประทานอาหารเจที่มีคุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่ และรับประทานอาหารเจให้หลากหลายชนิด ไม่ควรรับประทานอาหารเจชนิดเดียวเป็นเวลานานๆ ซึ่งที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ห่วงใยสุขภาพของประชาชนและต้องการให้ประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องและสนับสนุนผู้ประกอบการให้ผลิตอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้เฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556 และในปี 2558นี้ ได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารเจจากตลาดเยาวราช รวมทั้งสิ้น 68 ตัวอย่าง แยกเป็นอาหารประเภทผักดอง จำนวน 21 ตัวอย่าง ได้แก่ ผักกาดดอง หัวไชโป้ว และกานาฉ่าย เพื่อตรวจสอบหาสารกันรา สารบอร์แรกซ์ และวัตถุกันเสีย (กรดเบนโซอิค) อาหารเจทั่วไปที่ทำมาจากแป้งสาลีหรือบุก จำนวน 14 ตัวอย่าง ได้แก่ หมี่กึ่งสำเร็จรูป ลูกชิ้นเจต่างๆ เพื่อตรวจสอบสารบอร์แรกซ์ อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ที่ระบุว่าเป็นอาหารเจที่แบ่งทั่วไปที่ไม่ฉลาก จำนวน 9 ตัวอย่าง เช่น ทอดมันเจ ก้ามปูเทียมเจ หอยจ้อเจ ไส้กรอกจูเนียร์เจ เต้าหู้ปลาสามเหลี่ยมเจ ลูกชิ้นกุ้งเจ ก้ามปูเจ ลูกชิ้นเจ เต้าหู้และปลาเจ เพื่อตรวจหา DNA เนื้อสัตว์จำเพาะ และผักที่นิยมบริโภคในช่วงเทศกาลกินเจมาตรวจสอบยาฆ่าแมลง ได้แก่ คะน้า แครอท และผักโขมที่จำหน่ายในตลาดในกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 24 ตัวอย่าง มาทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

ผลจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ผักดอง พบวัตถุกันเสียเกินค่ามาตรฐาน จำนวน 13 ตัวอย่าง โดยพบมากสุดในหัวไชโป้ว รองลงมาก คือ ผักกาดดอง และกานาฉ่าย แต่ตรวจไม่พบสารกันราและบอร์แรกซ์ทุกตัวอย่าง อาหารเจทั่วไปที่ทำมาจากแป้งสาลีหรือบุก ตรวจไม่พบผงกรอบทุกตัวอย่าง อาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ที่ไม่ฉลากทุกตัวอย่างตรวจพบ DNA เนื้อสัตว์ และผักสด (ตรวจโดยไม่ปอกเปลือกและไม่ล้าง) ตรวจพบสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 2 ตัวอย่าง ในคะน้า 1 ตัวอย่าง และแครอท 1 ตัวอย่าง โดยพบในปริมาณที่ยอมรับได้หรือปริมาณที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี เพื่อความปลอดภัยก่อนที่จะนำพืชผักและผลไม้มาบริโภคจะต้องล้างทำความสะอาด เพื่อช่วยลดลดปริมาณสารพิษตกค้าง

สำหรับฟองเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารเจ ที่เคยมีข่าวฟองเต้าหู้ปลอมทำจากพลาสติกจำหน่ายในตลาดนั้น สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ตรวจตัวอย่าง ฟองเต้าหู้ที่มีผู้ร้องเรียนและที่ผู้ประกอบการผลิตฟองเต้าหู้นำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 5 ตัวอย่าง พบว่า ตรวจพบDNAของถั่วเหลืองซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของในการผลิตฟองเต้าหู้และไม่พบพลาสติก และ DNA ของข้าวสาลี ข้าว มันฝรั่ง และข้าวโพด แสดงว่าเป็นฟองเต้าหู้แท้ข่าวดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริงตามที่มีการแชร์ต่อกันทางสื่อต่างๆ และขอให้ผู้บริโภคอย่าได้วิตกกังวลและควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหรือซื้ออาหารที่แปรรูปและมีรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์ มากจนเกินไป เพื่อให้เทศกาลกินเจนี้ได้เจที่บริสุทธิ์ สุขกาย อิ่มใจและได้บุญ

ทั้งนี้ขอแนะวิธีการลดสารพิษตกค้างในพืชผักและผลไม้โดยการล้างให้สะอาด ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. แยกส่วน ตัดแต่งโดยผักมีก้านหรือใบซ้อนกัน ควรแยกออกเพื่อทำความสะอาดทั่วถึง
  2. ล้างน้ำเบื้องต้นโดยการเริ่มล้างดินหรือสิ่งสกปรกที่มองเห็นได้ออกก่อน
  3. แช่ผัก ลดสารพิษโดยนำผักมาแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 10 นาที โดยอาจเติมสารบางชนิด เช่นน้ำส้มสายชู หรือ เกลือป่น อัตราส่วน1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 4 ลิตรลดได้ร้อยละ 27-38, น้ำด่างทับทิม อัตราส่วน 20-30 เกล็ดผสมน้ำ 4 ลิตรลดได้ร้อยละ 35–43, น้ำปูนใส ลดได้ร้อยละ 34-52, น้ำซาวข้าว ลดได้ร้อยละ 29–38 ส่วนผักที่บริโภคแบบปอกเปลือกให้ปอกเปลือกก่อนนำไปแช่ในน้ำยา
  4. ล้างน้ำสะอาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแช่โดยการเติมสารบางชนิดข้างต้นลงไป ควรนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปบริโภคอย่างปลอดภัย

ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ http://www.dmsc.moph.go.th/dmsc/news_detail.php?cid=1&id=1074
ภาพประกอบจาก สสส http://www.thaihealth.or.th/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ป่วยมะเร็งทะลุ 14 ล้านคน

17 ธันวาคม 2556 1.515

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เผยข้อมูลล่าสุดอันน่าตกใจที่ว่า จำนวนประชากรโลกที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ พุ่งทะลุเกิน 14 ล้านคนไปแล้ว เพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ป่วย 12.7 ล้านคนจากการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2008

รายงานเคสผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งของพยาธิ

12 พฤศจิกายน 2558 3.226

ผู้ป่วยชายรายหนึ่งซึ่งป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) เสียชีวิตลงด้วยมะเร็งที่แพร่กระจายไปอวัยวะหลายส่วน แต่จากการวิเคราะห์อย่างละเอียดในภายหลังพบว่า เชื้อมะเร็งที่พบ เป็นมะเร็งของพยาธิตืดแคระ ซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ของเขา

แนวทางป้องกัน

17 มกราคม 2557 1.585

กรมการแพทย์ เผย แนวทางป้องกัน "ออฟฟิศซินโดรม โรคฮิตหนุ่มสาวยุคใหม่" หลังพบว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของคนเมือง มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม