ตกขาวที่เกิดจากเชื้อรา ตกขาว (leucorrhea) นับเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสตรี นอกจากสร้างความเหนอะหนะแล้ว ยังนำมาซึ่งอาการคันที่ช่องคลอดด้วยตกขาวเกิดจากความผิดปกติของช่องคลอดที่มีของเหลวออกมา โดยอาจมีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น คัน อักเสบระคายเคือง มีกลิ่นเหม็น ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดตกขาวขึ้น
ตกขาวหรือระดูขาว มีทั้งที่ปกติ และผิดปกติ ตกขาวที่ปกติจะมีลักษณะคล้ายแป้งเปียก ไม่มีกลิ่น จะมีก่อนหรือหลังประจำเดือนก็ได้ ส่วนตกขาวที่ผิดปกตินั้นจะมีลักษณะแตกต่างออกไปตามสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อ ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุก็แตกต่างกันไปตามอายุ การมีเพศสัมพันธ์ โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวานก็จะพบเชื้อราได้บ่อย
ตกขาวปกติ
ผู้หญิงทุกคนต้องมีตกขาว ช่วงเป็นเด็กอาจมีเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มมีประจำเดือน ตกขาวจะมากขึ้น และมีปริมาณที่พอเหมาะจนถึงวัยสูงอายุ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณลดลงจนแทบไม่มีอีกครั้ง
ในบางช่วงตกขาวที่มีอยู่ตามปกติอาจมีจำนวนมากขึ้น มักเกิดในช่วงใกล้ๆ ตกไข่ โดยมีมูกปากมดลูกเพิ่มขึ้น จึงมีตกขาวเป็นน้ำใสๆ ออกมา หรือมีออกมาในระยะใกล้ๆมีระดู ซึ่งมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญตกขาวที่มีอยู่ตามปกติจะไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น แสบหรือคันช่องคลอด และจะหายไปได้เอง โดยไม่ต้องให้การรักษาใดๆ
ตกขาวผิดปกติ
บางครั้งผู้ป่วยมีตกขาวเพิ่มขึ้น ถือว่าไม่ใช่ตกขาวที่มีอยู่ตามปกติ ผู้ป่วยมักจะมีอาการคัน หรือปวดแสบปวดร้อน ตกขาวมีกลิ่นเหม็น ที่สำคัญอาการจะไม่หายไปเอง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ รองลงมาได้แก่ เนื้องอก ซึ่งหากเกิดจากเนื้องอกแล้วมักจะมีเลือดปนด้วย บางรายเกิดจากสิ่งแปลกปลอม เช่น การใส่วัตถุหรือวัสดุต่างๆ เข้าไปในช่องคลอด ผ้าอนามัยชนิดสอดช่องคลอด หรือถุงยางคุมกำเนิด เป็นต้น
เชื้อโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ เกิดจากเชื้อราเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อราชื่อ Candida albicans รองลงมาพบว่าเกิดจากพยาธิ Trichomonas vaginalis และเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ระยะหลังพบตกขาวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่อาศัยออกซิเจนที่มีชื่อเรียกว่า Garnerella vaginalis ดังนั้นการรักษาจึงขึ้นกับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ แพทย์จะทำการตรวจภายในและนำตกขาวมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะพบลักษณะเฉพาะของการติดเชื้อแต่ละชนิดหรือย้อมสีเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาเชื้อก่อเหตุ จากนั้นจึงพิจารณาใช้ยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อบำบัดรักษาการอักเสบติดเชื้อ ซึ่งยาที่ใช้มีได้หลายชนิด ทั้งชนิดสอดช่องคลอด ชนิดรับประทาน หรืออาจพิจารณาให้ยาทาภายนอกร่วมด้วยตามความเหมาะสม

ตกขาวคันที่เกิดจากเชื้อรา

อาการของโรคเชื้อราในช่องคลอด

การวินิจฉัยโรคเชื้อราในช่องคลอด
โดยนำเอาตกขาวที่มีเชื้อรามาส่องกล้องจุลทรรศน์ ตรวจด้วยวิธี wet mount หรือ KOH preparation
การรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด
การติดเชื้อราในช่องคลอดสามารถรักษาหายได้ด้วยยา ยาเหน็บช่องคลอดที่นิยมใช้ ได้แก่ clotrimazole vaginal tab, nystatin vaginal tab ยารับประทาน ได้แก่ fluconazoloe 150 mg ครั้งเดียว, itraconazole 200 mg วันละสองครั้งวันเดียว, ketoconazole 400 mg วันละครั้งเป็นเวลา 5 วัน บางครั้งอาจพิจารณาใช้ชนิดครีมทาในช่องคลอดร่วมด้วย
การป้องกันโรคเชื้อราในช่องคลอด

แบคทีเรียในช่องคลอด
ตกขาวจากการติดเชื้อโปรโตซัว
ตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวจะมีสีออกเทาหรือเขียว และมีลักษณะเฉพาะคือ จะมีกลิ่นเหม็นคล้ายปลาเน่าหลังมีเพศสัมพันธ์ ช่องคลอดอักเสบ แสบช่องคลอด คันมาก สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อ Trichomonas vaginalis สามารถให้การรักษาได้ด้วยยาเหน็บช่องคลอดชนิด di-iodohydroxyquin vaginal tab, clotrimazole vaginal tab หรือพิจารณาใช้ยารับประทาน metronidazole 2000 mg ครั้งเดียว, tinidazole 2000 mg ครั้งเดียว
การดูแลเรื่องตกขาวที่ผิดปกติ
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที