คำว่า "ไข้ทับระดู" เป็นคำที่ใช้เรียกกันมาตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่งมักเล่าขานกันในอดีตว่า ไข้ทับระดูเป็นไข้ที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิง บางคนเป็นแล้วอาจถึงกับเสียชีวิตได้
บางคนก็เรียกไข้ทับระดูในความหมายของการติดโรคผู้หญิงมา โดยที่สมัยก่อนยัง
ไม่มียาฆ่าเชื้อโรคที่ดีพอ เวลาที่ติดเชื้อที่รุนแรง ก็มักจะมีไข้และอาจรุนแรงถึงขั้น
เสียชีวิตได้
ผู้คนในสมัยก่อนยังพูดถึงไข้ทับระดูในลักษณะที่เสียชีวิตขณะฉีดยา ทำให้หลายคนไม่กล้าให้หมอฉีดยาขณะที่มีประจำเดือน เรื่องนี้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นผลจาก
การฉีดยาเพนนิซิลินในสมัยนั้น ซึ่งปฏิกิริยาแพ้ยาเพนนิซิลลินสามารถพบได้บ่อย และมีความรุนแรงมาก ปัจจุบันการฉีดยาเพนนิซิลินลดน้อยไปมาก เนื่องจากมียาชนิดอื่นให้เลือกใช้อีกหลายชนิดและยาใหม่ๆ ก็มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะมีประจำเดือน
ระบบต่างๆ มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงหลายประการด้วยกันส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระดับของฮอร์โมนเพศหญิงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขณะมีประจำเดือนในส่วนของภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อ พบว่าขณะมีประจำเดือน ร่างกาย
มีภูมิต้านทานลดน้อยลง โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อง่ายกว่าปกติ จากการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ พบว่าการทำหน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่อสู้
เชื้อโรคจะลดน้อยลง สืบเนื่องมาจากผลของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังพบว่ามีโอกาสติดเชื้อในมดลูก และปีกมดลูกได้มากกว่าปกติ เกิดเป็นภาวะมดลูกอักเสบ และปีกมดลูกอักเสบ ในสมัยก่อนการเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นเรื่องยากลำบาก สุขอนามัยส่วนตัวยังไม่ได้ดีพอ ไม่มีการใช้ผ้าอนามัยเหมือนในปัจจุบัน อาจจะใช้วัสดุที่ไม่สะอาด หรือใช้ผ้าเก่ามาซับเลือด แล้วนำมาซักใช้ใหม่อีก การอาบน้ำชำระล้างร่างกายก็นิยมลงไปอาบในแม่น้ำลำคลอง เวลาที่มีประจำเดือน ปากมดลูกจะเปิด เมื่อเกิดการติดเชื้อจึงทำให้โรคค่อนข้างรุนแรง เกิดเป็นไข้ทับระดูขึ้น
มดลูกอักเสบและปีกมดลูกอักเสบ
ปีกมดลูกอักเสบ หมายถึง การอักเสบของท่อรังไข่ ส่วนมดลูกอักเสบ หมายถึง
การอักเสบของเยื่อบุภายในโพรงมดลูก ทั้งสองโรคพบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์
(15-45 ปี) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผ่านช่องคลอดเข้าไปทางปากมดลูก ขึ้นไปในโพรงมดลูก ทำให้เกิดโรคมดลูกอักเสบ และถ้าหากลุกลามต่อไปในท่อรังไข่ ก็
ทำให้กลายเป็นปีกมดลูกอักเสบ
ทั้งสองโรคนี้มักจะพบร่วมกันจนแยกจากกันไม่ออก และมักจะเรียกรวมๆ กันว่า
"อุ้งเชิงกรานอักเสบ"ซึ่งครอบคลุมถึงการอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก ท่อรังไข่
รังไข่ และเยื่อบุช่องท้องภายในอุ้งเชิงกราน โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิงที่มีสามีสำส่อนทางเพศ ชอบเที่ยวหญิงบริการ หรือนิยมมีเพศสัมพันธ์เสรี และมักพบภายหลังคลอดบุตร แท้งบุตร ขูดมดลูก ใส่ห่วงคุมกำเนิด หรือในบางรายที่ชอบสวนล้างช่องคลอด
สาเหตุ
อาการ
อาการ มักมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดท้องน้อย ตกขาวออกเป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น อาจมีอาการปวดหลัง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีประจำเดือนออกมาก และมีกลิ่นเหม็น
ในรายที่เกิดจากการติดเชื้อหนองใน อาจมีอาการขัดเบา ปัสสาวะปวดแสบขัดร่วมด้วย ถ้าเป็นการติดเชื้อหลังคลอด มักเกิดหลังคลอด 24 ชั่วโมง น้ำคาวปลาอาจออกน้อย หรืออาจออกมาก และมีกลิ่นเหม็น ถ้าเกิดจากการทำแท้ง จะมีอาการแบบแท้งบุตรร่วมด้วย คือปวดบิดท้องเป็นพักๆ และมีเลือดออกจากช่องคลอดร่วมด้วย
การวินิจฉัยโรค
จากประวัติอาการ แพทย์ตรวจพบผู้ป่วยมีไข้สูง กดเจ็บมากตรงบริเวณท้องน้อยทั้ง 2 ข้าง บางรายอาจเจ็บข้างเดียว อาจได้กลิ่นของตกขาว เลือดประจำเดือน หรือน้ำคาวปลา อาจตรวจพบอาการซีด หรือภาวะช็อก
กรณีผู้หญิงที่มีไข้สูง ปวด และกดเจ็บตรงท้องน้อย ควรนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุด้วยการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ นำหนองในช่องคลอดไปตรวจหาเชื้อ รวมทั้งอาจพิจารณาทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น อัลตราซาวน์
ภาวะแทรกซ้อน
การรักษา
ผู้ป่วยอาจต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลการป้องกัน
ไข้ทับระดูที่เกิดจากสาเหตุอื่น
ไข้ทับระดูอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ มาลาเรีย และไทฟอยด์ เป็นต้น แต่บังเอิญมาประจวบเหมาะกับการมีประจำเดือนเข้า โดยไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับประจำเดือนแต่อย่างไร
รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ เพื่อต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงรายงานการวิจัยฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานการวิจัยฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การสงวนสิทธิ์
รายงานการวิจัยฉบับนี้ ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ห้ามบุคคลใดลอกเลียน ทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย มีไว้ให้เช่า หรือกระทำการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า หรือประโยชน์อันมิชอบ ไม่ว่าเพียงบางส่วนหรือทั้งหมด มิเช่นนั้น จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ละเมิดทันที